เอมอร เสียงใหญ่ชี้แจงว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ เนื่องจากเป็นการเพิ่มเติมการคุ้มครองและขยายอายุความ อธิบายประเด็นการแจ้งสิทธิในคดีอาญาที่เป็นปัญหามาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพนะคะ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ กรุณาอภิปรายทั้งสนับสนุน ให้ข้อสังเกตหรือว่าให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพิ่มเติมนะคะ ก่อนอื่นดิฉันจะขอตอบเป็นบางประเด็นนะคะ ไม่ได้ทุกประเด็น ในประเด็นแรกว่าทำไม พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่แก้ชื่อนะคะ ต้องบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ถึงจะออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปัจจุบันก็ยังมีประสิทธิภาพอยู่นะคะ แล้วในทางปฏิบัติก็ไม่ได้เกิดปัญหามากนัก ที่จำเป็นจะต้องมาแก้วันนี้ก็คือเนื่องจากว่าเป็นการเพิ่มเติมในการคุ้มครองเยียวยาให้มาก ยิ่งขึ้นค่ะ เช่น การช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งผู้ต้องหาและจำเลยในชั้นสอบสวนนี่เป็นการเพิ่มเติม ขึ้นมานะคะ แล้วก็มีการขยายอายุความจาก ๑ ปีเป็น ๒ ปี อันนี้จึงไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อนะคะ ในกรณีประเด็นเรื่องทายาทมีการกล่าวว่าทำไมไม่ใช้กฎหมายมรดกนะคะ ต้องบอกว่าในตัว พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการออกระเบียบมาเป็นการเฉพาะในเรื่องทายาท แต่ก็อิงกฎหมายมรดก เหมือนกันแต่มีการเพิ่มเติมการจัดลำดับชั้นของทายาทไว้ทั้งหมด ๔ ชั้นนะคะ ชั้นแรกก็คือ เป็นผู้สืบสันดาน ชั้นที่ ๒ ก็เป็นบุพการี ชั้นที่ ๓ ก็คือคู่สมรส และชั้นที่ ๔ ที่เพิ่มเติมขึ้นมา จากกฎหมายมรดกก็คือเป็นบุคคลใด ๆ ที่อุปการะผู้เสียหาย ผู้ต้องหาหรือจำเลยแล้วก็ได้รับ ผลกระทบจริง ๆ ต้องบอกว่าถ้าไม่มีข้อนี้เกิดขึ้น ยกตัวอย่างกรณีกราดยิงเด็กที่หนองบัวลำภู มีน้องคนหนึ่งเป็นเด็ก พ่อแม่แยกทางกันแล้วก็ทิ้งเด็กไว้กับยายตั้งแต่เกิดจนถึงวันที่เกิดเหตุ ถ้าไม่มีการออกเพิ่มเติมในข้อ ๔ ยายที่ดูแลจะไม่ได้รับเงินชดเชยเลยนะคะ เพราะว่าความเป็นจริง พ่อแม่ก็กลับมารับเงิน แล้วก็ต้องบอกว่ามีการตบตีกันเกิดขึ้นเราก็ต้องใช้กฎหมายไกล่เกลี่ย อีกฉบับหนึ่งเข้าไปไกล่เกลี่ยแล้วก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนะคะ
อีกประเด็นหนึ่งในกรณีการแจ้งสิทธิต้องบอกว่ามีหลาย ๆ ท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรอภิปรายเกี่ยวกับการแจ้งสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นการยื่นทั้งในส่วนของผู้เสียหาย หรือว่าจำเลยในคดีอาญานะคะ ต้องบอกว่าประเด็นนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ แล้วก็พบปัญหาเกิดขึ้น เราเลยมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี ๒๕๕๙ มาเพิ่มเติมในมาตรา ๖ (๑) ว่าในกรณีที่เป็นผู้เสียหาย ให้พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิให้กับผู้เสียหายหรือว่าทายาทเลยนะคะ แล้วก็ในกรณีที่เป็น จำเลยก็คือให้ผู้ที่ทำหน้าที่ปล่อยตัวไม่ว่าจะเป็นราชทัณฑ์หรือว่าทางเลขาของศาลทำหน้าที่ แจ้งสิทธิให้กับจำเลย อันนี้ประเด็นที่ ๑
และอีกประเด็นหนึ่งก็คือในกรณีที่มีการเกิดเหตุในส่วนของกระทรวงยุติธรรม เราจะมี Justice Care ซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมและกรมคุ้มครองสิทธิไปแจ้งสิทธิ ให้กับผู้เสียหายในที่เกิดเหตุแล้วก็พร้อมกับรับสิทธิมาเลยนะคะ แต่ว่าถึงอย่างนั้นก็ยังจะมี บางเคสที่หลุดไปนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ในปี ๒๕๖๖ จะมีจำเลยหลุดไป ๓๗ ราย ปี ๒๕๖๗ จำเลยหลุดไป ๔๗ ราย แล้วก็ในกรณีของผู้เสียหายในปี ๒๕๖๖ หลุดไป ๓๒๗ ราย จาก ๑๓,๒๗๒ ราย ในปี ๒๕๖๗ หลุดไป ๕๑๓ รายจากคนที่มายื่นทั้งหมด ๑๔,๒๓๑ ราย ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คือจะมีผู้เสียหายและจำเลยที่ไม่ได้มาใช้สิทธิหรือว่าไม่ทราบสิทธิประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ เราจึงมีการแก้ไขอายุความอันนี้เกิดขึ้นจาก ๑ ปีเป็น ๒ ปี และนอกจากนี้ ในเชิงบริหารเราก็มีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อจะตรวจสอบ ว่าในส่วนของผู้เสียหายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเกิดขึ้นกี่รายแล้วก็มาใช้สิทธิกับเรากี่ราย ในส่วนของผู้เสียหายแล้วก็ในส่วนของจำเลยเราก็มีการตรวจทานกับกรมราชทัณฑ์ตลอดเวลา ว่าท่านปล่อยไปในกรณียกฟ้องกี่ราย แล้วก็ไม่ได้แจ้งสิทธิกี่รายแล้วเราก็ทำหน้าที่เหมือนเพิ่มเติม ต้องบอกว่าเราทำความเข้าใจกับกรมราชทัณฑ์ทั้งทางการและไม่เป็นทางการ นอกจากนั้น ถ้าเราตรวจสอบพบว่าไม่มีการแจ้งสิทธิเราก็จะไปแจ้งเพิ่มเติมให้นะคะ ในส่วนของประเด็น เกี่ยวกับเรื่องกรณีมีบางท่านเสนอว่าทำไมกรณีเอกชนฟ้องเอกชนทางกรมคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพจึงไม่ได้เยียวยา หรือว่าในกรณีที่ผู้เสียหายบางคนค่าความเสียหายเกิดมากกว่า ที่เราจ่ายค่าเยียวยาไป ต้องบอกว่ากรณีผู้เสียหายในหลักการคือทุกคนต้องได้รับการปกป้อง ดูแลชีวิตและร่างกายที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย รัฐจะต้องทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครอง ถ้าไม่สามารถที่จะปกป้องคุ้มครองชีวิตและร่างกาย ของคนทุกคนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทยได้ รัฐก็ต้องมีหน้าที่ที่จะจ่ายเยียวยาเบื้องต้นในช่วงที่ ครอบครัวของเขาประสบกับปัญหา อันนี้เราก็เลยจะจ่ายเยียวยาในเบื้องต้น บางครั้งอาจจะ ไม่เท่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง อาจจะทางด้านงบประมาณด้วย แล้วในกรณีหลักการของจำเลย จำเลยที่เราไม่จ่ายในกรณีเอกชนฟ้องเอกชนเพราะว่า ในหลักการผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในภายหลังแล้วศาลยกฟ้องว่าเขาไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด เกิดจากความผิดพลาดของกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางยันถึงปลายทาง เมื่อมีความผิดพลาด เกิดขึ้นรัฐก็ต้องทำหน้าที่ไปเยียวยาเพื่อให้เขากลับมาอยู่ในสังคมได้เหมือนกับตอนที่เขา ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นหลักการมันคือเยียวยาความผิดพลาดของ กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นเอกชนฟ้องเอกชนจึงไม่ได้มีการเยียวยาเกิดขึ้น อันนี้ ก็จะเป็นภาพกว้าง ๆ นะคะ ส่วนในรายละเอียดข้อเสนอแนะต่าง ๆ ก็จะนำไปเพิ่มเติมในชั้น กรรมาธิการต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ