ณัฐวุฒิ เรียกร้องอนุมัติกฎหมายค่าชดเชยผู้เสียหายอาญาเร่งด่วน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนจำเลยในคดีอาญา โดยเน้นความสำคัญของการไม่ล่าช้าในการรับหลักการและตั้งข้อสังเ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนคนจังหวัด อ่างทอง ขอใช้สิทธิสมาชิกในการมีส่วนร่วมอภิปรายขั้นรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมอาจจะใช้เวลาเฉกเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน แล้วผมคาดหวัง กฎหมายที่มีความสำคัญที่รัฐบาลเสนอมาในวันนี้ แล้วเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของพี่น้อง ประชาชนนั้นมันไม่ควรจะมีความล่าช้าอีกต่อไป แน่นอนครับถ้าเราตั้งคำถามว่ากระบวนการ ยุติธรรมที่ล่าช้าเท่ากับการปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นการยกร่างกฎหมายหรือ การรับหลักการที่ล่าช้านี่ก็อาจจะเป็นการเท่ากับปฏิเสธการทำหน้าที่ในสภานิติบัญญัติแห่งนี้ เช่นเดียวกัน ฉะนั้นในท้ายที่สุดผมคาดหวังว่าวันนี้พรรคประชาชนยินดีและสนับสนุนการลงมติ รับหลักการ แล้วทุกท่านพร้อมที่จะร่วมกันลงมติในตอนเย็นของวันนี้ ไม่อยากให้มีการเลื่อน กฎหมายฉบับนี้ไปพิจารณาในวันอื่นอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามครับก่อนจะไปถึงขั้นรับหรือ ไม่รับหลักการนั้นผมคิดว่ามีหลายประเด็นที่จำเป็นต้องมีการอภิปรายเพื่อตั้งคำถามต่อ ทางท่านผู้ชี้แจงหรือผู้ยกร่างที่นำเสนอมา แน่นอนครับกฎหมายฉบับนี้เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป ว่าเกิดขึ้นจากคดีสำคัญคดีหนึ่งก็คือกรณีของแพะในคดีที่เรียกว่าเชอร์รี่ แอน ดันแคน (Sherry Ann Duncan) ท่านสมาชิกหลายคนอาจจะเกิดทัน บางท่านอาจจะเกิดไม่ทัน แต่ว่าก็เป็น เรื่องที่เกิดขึ้นมาเกือบ ๒๕ ปีที่ผ่านมา แล้วถ้าเราลงรายละเอียดกฎหมายท่านจะเห็นได้ว่า กฎหมายนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ด้านด้วยกันนะครับ ด้านหนึ่ง ก็คือการจ่ายค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายที่เกิดขึ้นในคดีอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญาแผ่นดิน หรือคดีอาญาในลักษณะอื่นใดที่รัฐควรมีหน้าที่จะปกป้องให้เขา ไม่กลายเป็นผู้เสียหายแต่รัฐไม่อาจทำหน้าที่เหล่านั้นได้ ส่วนอีกด้านหนึ่ง นั่นก็คือการชดเชย เยียวยาให้แก่คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด และไม่ควรมีข้อยกเว้นประการใดในการจะชดเชยเยียวยานั้นถึงแม้เราก็รู้กันดีว่าการชดเชย เยียวยาเป็นตัวเงินนั้นเป็นแต่เพียงการเยียวยาเพื่อสิทธิในการดำรงชีวิต แต่มันไม่สามารถ เยียวยาเรื่องผลกระทบอื่น ๆ ที่มีค่ามากกว่าเงินเหล่านั้นไปได้ อันนั้นเป็นพื้นฐานที่สุดที่เรา ต้องทำความเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาในเชิงหลักการครับท่านประธาน หลักการ กฎหมายฉบับนี้กำหนดมามีทั้งหมด ๕ หลักการด้วยกัน ก็เป็นเรื่องยากที่ทางกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นนั้นจะมีการพิจารณานอกเหนือไปจากหลักการเหล่านี้ได้หรือไม่ แน่นอนสิ่งที่ สำคัญที่สุดคือการเพิ่มสิทธิของผู้ต้องหา ซึ่งเพื่อนสมาชิกท่านก็ตั้งคำถามว่า การที่เราเพิ่ม สิทธิของผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังในระหว่างการดำเนินคดีนั้นแน่นอนว่าชื่อของกฎหมายที่ไม่สอดรับ ท่านมีหลักประกันและยืนยันใช่หรือไม่ว่าเราสามารถเพิ่มสิทธิเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็น ต้องมีการเปลี่ยนชื่อร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาในกรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง การแก้ไขโดยการเปลี่ยนชื่อร่างพระราชบัญญัติก็เคยเกิดขึ้นในกฎหมายอื่น ๆ ที่ผ่านมา เวลา ที่เราพูดถึงสิทธิของผู้ต้องหา จำเลยในคดีอาญามันไม่ควรมีข้อยกเว้นหรืออื่นใด ประการใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เพื่อนสมาชิก เช่น ท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ท่านพูดถึง ท่านจะแปลความว่ามาตรา ๑๐ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๒๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน (๓) ในกรณีการถอนฟ้อง หรือยกฟ้องต่าง ๆ นั้น แล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดว่าอย่างไร ความจริงไม่ควรเปิดช่อง ให้มีดุลพินิจ ความจริงไม่ควรเปิดช่องให้มีถ้อยคำในลักษณะนี้ เมื่อเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ สิทธิความเป็นพลเมืองของเขากลับคืนมาเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องเยียวยาให้กับตัวเขา ท่านจะตีความกรณีของทายาทซึ่งจะเป็นทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่ง หรือหยิบยก เข้ามาใส่ให้เป็นทายาทซึ่งสอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและมีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ พวกผมก็ไม่ติดใจ แต่ท่านจะตีความคำว่า ทายาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากความเสียหายด้วย ได้อย่างไร ในเมื่อเขาเป็นทายาทสิทธิควรตกทอดถึงเขาโดยความชอบธรรม โดยไม่จำเป็น ต้องมีการถูกแบ่งแยกอีก นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมจำเป็นที่จะต้องได้คำตอบ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ยังพูดถึงสิทธิของผู้เสียหายอยู่หลายประการซึ่งท่านไม่ได้เขียนมา แต่ผมคิดว่า เป็นโอกาสอันดีที่ต้องทบทวน ผมยกตัวอย่างบางประการนะครับ เช่นวันนี้เรามีการปลดล็อก เรื่องของสิทธิของผู้เสียหายที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้วหรือยังครับ ท่านมีการแก้ไขกฎหมายมาครั้งหนึ่งผมจำได้ดี แต่ว่าโดยข้อเท็จจริงในภาคสนามยังมีคน ร้องเรียนมาเป็นระยะ เวลาที่เราพูดถึงเด็กหญิงอายุน้อย ๆ ที่ถูกละเมิดทางเพศจากผู้กระทำ ที่อายุมากกว่า แล้วเด็กหญิงเหล่านั้นเมื่อมีการยื่นขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหาย คณะกรรมการ กลับบอกว่าเธอเป็นคนเปิดบ้านให้เขาเอง เธอเป็นคนไปกับเขาเอง เมื่อมีครั้งแรกแล้วทำไม เธอยังไปครั้งที่ ๒ กับเขาอีก แบบนี้หรือกฎหมายที่บอกว่าจะอำนวยความยุติธรรม ท่านเอา พวกเราที่อายุ ๓๕ ๔๐ มากกว่านั้น หรือคนที่ผ่านวุฒิภาวะในชีวิต ผ่านร้อนผ่านหนาว มามากกว่านั้นไปตัดสินแทนเด็กอายุ ๑๒ ซึ่งอาจจะเป็นรักแรกพบของเขาแบบนี้ได้อย่างไร และเพราะเหตุใดถึงไม่ถือโอกาสนี้ในการแก้ไขสิ่งเหล่านี้ด้วย เพราะเหตุใดท่านถึงไม่ถือ โอกาสนี้ในการแก้ไขว่าตกลงแล้ววันนี้สถานะของผู้เสียหายที่ไม่มีสถานะบุคคล ท่านรับรอง ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยัง มีผู้เสียหายที่อยู่ตามตะเข็บชายแดนเป็นจำนวนมากเลยยังร้องเรียน มาที่ผมว่าเวลาที่เขาถูกทำร้าย ถูกละเมิดทางเพศ แม้กระทั่งตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ แล้วไปยื่นขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหาย ไม่ได้ติดที่กฎหมาย ไม่ได้ติดที่ระเบียบ แต่ถูกตัดตอน โดยสำนักงานยุติธรรมในระดับจังหวัด ซึ่งปฏิเสธการรับเรื่องตั้งแต่ต้นเพราะมองว่าผู้เสียหาย ไม่มีสถานะบุคคล ทำไมท่านถึงไม่แก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยเป็นต้น อย่างไรก็ตามครับ ยังมีรายละเอียดอีกหลายประการครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ระยะเวลา ถ้าขยายจาก ๑ ปีเป็น ๒ ปีดูดีครับ แต่ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนเห็นตรงกัน ว่าในเมื่อกฎหมายฉบับนี้ควรเป็นการรับรองสิทธิแล้วทำไมต้องมีระยะเวลา มันควรเป็นระบบ อัตโนมัติถึงการรับรองและคืนสิทธิ คืนการเยียวยาให้กับเขาหรือไม่โดยไม่จำเป็นต้องมี ระยะเวลา ซึ่งผมคิดว่าหากมีการรับหลักการประเด็นนี้ก็คงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะได้มีการ ทบทวนในกรรมาธิการ ผมขอใช้เวลาไม่เกินไปกว่าท่านอดิศร เพียงเกษ ที่อภิปรายไว้ ๑๐ นาทีครับท่านประธานครับว่า อย่างไรก็ตามครับ ถึงแม้จะมีรายละเอียดที่เราเองอาจจะ ไม่เห็นด้วยในหลายประการครับ หรือเราเองอาจจะไม่เห็นด้วยในหลักการเวลาที่ท่านมอง สิทธิของบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของคนที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย แต่เราคิดว่าเป็นการขยาย หลักการที่ดีขึ้นครับ เป็นการขยายหลักการที่จะอำนวยความยุติธรรมขึ้น พวกผมเองก็คง ไม่ติดใจและพร้อมสนับสนุนท่าน ผมมีคำถามต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรณี น้องชายที่ชื่อก้องซึ่งขณะนี้เป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปลวเทียน ให้แสง รามคำแหงให้ทาง อยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ท่านรัฐมนตรีถามผมหลายครั้ง ว่าผมมีส่วนร่วมในการยกร่าง ร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ แล้ววันนี้ผมถามท่านกลับในฐานะ ผู้ยกร่าง พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ว่าน้องคนนี้ที่กำลังเรียนอยู่จะสิ้นสุดปีการศึกษาสุดท้าย เขาค้าง อยู่แค่ ๓ วิชา ๙ หน่วยกิต ทำไมถึงไม่มีสิทธิที่จะได้สอบในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ท่านตอบเลยครับว่าราชทัณฑ์อนุญาต ท่านตอบเลยครับว่าราชทัณฑ์ไม่ได้ห้าม ก็เป็นหน้าที่ ที่พวกผมจะต้องไปบี้ต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปบี้ต่อศาลในการอนุญาต เพราะสิทธิ ในการศึกษาเป็นหนึ่งในสิทธิที่อยู่ใน พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ วันหนึ่งน้องคนนี้ศาลอาจจะยกฟ้อง แล้วกลายมาเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ใช้สิทธิตามกฎหมายฉบับนี้ ในเมื่อเราชดเชยเยียวยา เป็นตัวเงินให้เขาได้ แต่ทำไมเราถึงไม่สามารถจัดการแค่สิทธิการศึกษา อีก ๓ วิชา ๙ หน่วยกิต เขาอาจจะออกมาเป็นนักกฎหมายที่เก่งกว่าพวกผมก็ได้ ท่านตอบในสภาแห่งนี้หน่อยเถอะครับ ให้พวกผมที่พูดแทนประชาชนได้รับรู้ข้อมูลเอาไปตอบต่อพี่น้องประชาชนภายนอก ซึ่งถ้าเป็น เช่นนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็จะมีความสง่างามเป็นอย่างยิ่ง ผมใช้เวลาช่วงสุดท้ายในการอยากจะ ขยายความนะครับว่าเราใช้เงินไปแล้ว ๗,๐๐๐ ล้านบาทในการเยียวยาผู้ต้องหาหรือจำเลย และรวมถึงผู้เสียหาย แต่เราไม่ได้ใช้เงินเหล่านั้นในการมาปกป้องว่าเขาควรไม่ตกเป็นผู้เสียหาย ตั้งแต่ต้น เช่นกรณีที่เรายังไม่ยอมออกกฎกระทรวงที่เกิดขึ้นตามกฎหมายที่เรียกว่าป้องกัน การกระทำความผิดซ้ำในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ แบบนี้ต่างหากครับที่เป็นเรื่องที่กฎหมาย ฉบับนี้ควรพูดเลยไปถึงและช่วยกันดูสิว่าจะไม่ให้เขาตกเป็นผู้เสียหายที่ต้องนำมาสู่การเยียวยา หรือจะไม่ให้เขาตกเป็นแพะที่ต้องนำมาสู่การชดเชยให้กับเขาได้อย่างไร ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น กฎหมายก็จะเป็นคุณูปการอย่างยิ่ง ฉะนั้นวันนี้สมาชิกพรรคประชาชน ๑๔๓ คนอยู่ครบครับ พร้อมลงมติสนับสนุนท่าน พร้อมแสดงตนเป็นองค์ประชุม แค่ขอความจริงใจจากฝ่ายรัฐบาล ว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้สำคัญทำไมเราไม่อยู่เป็นองค์ประชุมด้วยกัน ขอบพระคุณครับ