ทวี ยื่นมติรับรองสิทธิผู้เสียหาย คุ้มครองศักดิ์ศรีมนุษย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘

ทวี สอดส่อง อธิบายรายละเอียดพระราชบัญญัติการรับรองสิทธิผู้เสียหายและผู้ต้องหา โดยชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองศักดิ์ศรีความเป็น

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพแล้วก็เพื่อนสมาชิกครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้อภิปรายทั้งหมด ๑๕ ท่าน เป็นพรรคฝ่ายค้าน ๑๒ ท่าน แล้วก็เป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล ๓ ท่าน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้จริง ๆ เป็นพระราชบัญญัติที่ถ้าเราเอาตัวเงิน มาใช้มันคงไม่พอเพียงหรือไม่คุ้มค่ากับคนที่เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกคุมขังก็ดี หรือผู้เสียหาย จากการละเมิดก็ดี ดังนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติเบื้องต้นที่เรียกว่าเป็น พระราชบัญญัติในการรับรองสิทธิ รับรองสิทธิคือรับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของผู้ที่ตก เป็นเหยื่อหรือผู้เสียหายกับผู้ที่ถูกคุมขังหรือตกเป็นจำเลย หรือผู้ต้องหาที่เรียกว่า แพะ ดังนั้น ที่หลายท่านกังวลว่าจำนวนเงินจะน้อยไปหรือจะไม่เหมาะสมนั้น ก็อยากจะกราบเรียนว่า ในตัวพระราชบัญญัติจริง ๆ ในมาตรา ๕ การเรียกร้องหรือการใช้สิทธิหรือประโยชน์ ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ตัดสิทธิหรือประโยชน์ของผู้เสียหายที่พึงได้ตามกฎหมายอื่น ก็จะมี หลายคดีว่าถ้าเราไปมีกฎหมายอื่นที่มีการเยียวยาตามกฎหมายอื่นอย่างเช่นภาคใต้เราจ่ายตากใบ หรือเหตุการณ์สะบ้าย้อย หรือกรือเซะ หรืออื่น ๆ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทใน ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท เขาก็ยังได้รับสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้เพราะในภาคใต้มีกฎหมาย เฉพาะขึ้นมาที่การกระทำ ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งปวงผมถือว่าตอนตั้งคณะกรรมาธิการเราก็จะ เอาเหตุผลทั้ง ๑๕ ท่าน รวมถึงเหตุผลทางวิชาการต่าง ๆ ที่กว่าจะเป็นกฎหมายฉบับนี้ก็ต้อง มีการศึกษาวิจัยมารองรับ ประการสำคัญที่เราเปลี่ยนหลักการอย่างมากก็คือวันนี้เราเอื้อมไป ถึงผู้ต้องหา คำว่า ผู้ต้องหา คือบุคคลที่มีการสอบสวนแล้วก็มีการฝากขัง ฝากขังส่วนใหญ่ สูงสุดก็ ๘๔ วัน แล้วสุดท้ายอัยการไม่ฟ้อง เราเอื้อมไปตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ เรามีคดีระหว่าง ณ วันนี้เพิ่งประชุมคณะกรรมการราชทัณฑ์ก่อนที่จะมาอยู่ ๗๓,๕๓๐ คน คดีระหว่างนี้เนื่องจากท่านณัฐวุฒิได้พูดกฎหมายเมื่อสักครู่ตอนท่านเขียน พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ ท่านไม่ได้เอาคดีระหว่างหรือคดีต่าง ๆ มาไว้ใน พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ ใน พ.ร.บ. ราชทัณฑ์จะมีเฉพาะคดีเด็ดขาด ดังนั้นคดีระหว่างถ้าตามรัฐธรรมนูญเราถือว่า เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วก็จะปฏิบัติเหมือนคดีเด็ดขาดไม่ได้ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งเราก็เป็น เรื่องใหญ่เดี๋ยวอีกไม่กี่วันจะมีเรือนจำคดีระหว่าง เช่นพิเศษกรุงเทพฯ หรือหลาย ๆ แห่ง ที่เราจะทำให้เห็น แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าการที่พนักงานอัยการไม่ฟ้องไม่ใช่หมายความว่า บุคคลนั้นไม่ได้กระทำผิด พนักงานอัยการก็ดี พนักงานสอบสวนก็ดี หรือผู้เกี่ยวข้องไม่ฟ้อง เป็นเพราะพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง พยานหลักฐานต้องไปยืมตายืมหูแล้วก็ไปบุคคลที่มาเป็น พยานถ้าเกิดไม่พอฟ้องมันไม่ใช่เป็นหลักประกันว่าเขาจะไม่เป็นผู้กระทำผิด เราจึงจำเป็น ต้องมีคณะกรรมการ คือเราเห็นด้วยว่าการมีคณะกรรมการนี้มันอาจจะเป็นการละเมิดสิทธิ ของผู้มีสิทธิชนิดหนึ่ง แต่เราต้องมีเพราะเนื่องจากว่าปัจจุบันมีคดีระหว่างที่ ๗๐,๐๐๐ กว่าคดี พบว่า ๔๔,๔๑๑ คดี เป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อเป็นคดียาเสพติดถ้าเกิดว่าถูกจับ แล้วก็ สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหายาเสพติดมารับเงินทั้งหมด ผมคิดว่าสังคมอาจจะมีคลางแคลงใจ เราจึง ต้องมีคณะกรรมการ ซึ่งในคดียาเสพติดจริง ๆ กลุ่มที่จะได้รับผลประโยชน์ในคดีที่เป็น ผู้ต้องหานี่ ถ้าคดีทั้งหมดกลุ่มที่จะต้องมาถูกพิจารณาตาม พ.ร.บ. นี้เมื่อมีผลใช้บังคับก็จะมี คดีที่เป็นผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำ ไม่ใช่ศาลชั้นต้นตัดสิน ศาลอุทธรณ์ยังไม่เด็ดขาดมี ๑๖,๖๗๗ คดี คนกลุ่มนี้ถ้าเกิดว่าพนักงานอัยการไม่ฟ้องอาจจะสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็จะ มีสิทธิรับ แต่ในจำนวนนี้เป็นถึง ๑๒,๗๓๑ คดีเป็นเรื่องยาเสพติด ดังนั้นผมจึงอยากจะ กราบเรียนว่าการมีคณะกรรมการในอดีตนั้นจำเลยเราจะพิจารณาโดยคำพิพากษาสงสัย แล้วไม่ให้ก็ได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้เสียหาย ๙๙ เปอร์เซ็นต์ได้หมด แต่ตอนนี้พอเรา มาแก้กฎหมายจำเลยก็คงจะเป็น ๙๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็อยากจะให้มีการสมดุลในสังคม เพราะไม่เช่นนั้นถ้าสังคมไม่สมดุลเนื่องจากว่าการที่อัยการสั่งไม่ฟ้องไม่ใช่หมายความว่า เขาไม่ได้กระทำความผิดเพียงแต่พยานหลักฐานไม่พอฟ้อง ผมต้องขอกราบขอบพระคุณครับ แล้วเมื่อสักครู่มีท่านหนึ่งถามว่าถ้าจะสอบในเรือนจำในหลักการต้องให้ได้สอบ แต่ปัญหาหนึ่ง ก็คือ มสธ. ก็มาสอบในเรือนจำ แต่รามคำแหง ๑ คนจะได้สอบ ผมมีเคสกรณีก็คือว่า เนื่องจาก พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ฉบับนี้เขียนให้เฉพาะนักโทษเด็ดขาด อย่างกรณีเกิดกับคุณบุ้ง หรือตะวันนี่ คือตะวันอยากออกไปงานศพ แต่ว่าเมื่อเข้าอยู่ในคดีระหว่างจะต้องไปขออำนาจศาล แต่ว่าเนื่องอะไรก็ตามถ้าคดีไม่เด็ดขาดการบริหารโทษของราชทัณฑ์เราทำไม่ได้ การบริหารโทษ ราชทัณฑ์ผมมีนโยบายเลยถ้าพ่อแม่ใครตาย ใครเสียชีวิตถ้าคดีเด็ดขาดต้องให้เขาไปงานศพ ถ้าเขาจะไปหรือถ้าจะเป็นการสอบอย่างนี้ต้องให้ไป อย่างนั้นเดี๋ยวผมขอกลับไปตรวจสอบอีกที ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ แล้วก็เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่รับรอง สิทธิมนุษยชน ก็ขอขอบคุณมากครับ