ปรเมษฐ์ จินา วิพากษ์วิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรี โดยเสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริสุทธิ์ที่ถูกจับกุมโดยไม่มีความผิด พร้อมเรียกร้องให้แจ้งสิทธิตัวจริง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ขออนุญาตอภิปรายร่วมด้วย เนื่องจากว่าเป็น พ.ร.บ. ที่คิดว่ามีความสำคัญต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วก็ศักดิ์ศรี ความเป็นคนอย่างรุนแรงอันหาที่สุดไม่ได้นะครับ เพราะว่าจะเป็นปัญหาที่พวกเราประสบ มาแล้วเยอะแยะมากมาย ยกตัวอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีตำแหน่ง โดยเฉพาะ ในส่วนของข้าราชการหรือนักการเมือง สมมุติว่าเราโดนคดีเป็นผู้ต้องหา เป็นผู้เสียหายหรือว่า เป็นจำเลยก็แล้วแต่ เข้าไปอยู่แล้วก็ประกันตัวไม่ทัน หรือว่าศาลขั้นต้นตัดสินแล้ว พออุทธรณ์ แล้วไม่ผิด แต่ว่าคนที่มีตำแหน่ง พอเราเข้าไปนอนโรงพัก หรือว่าเข้าไปนอนในเรือนจำ เพียงแค่วันเดียวข้างหลังเขาก็เปิดรับสมัครคนเข้ามาทำหน้าที่แทนแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ก็เป็นเรื่องที่เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงมากนะ ก็อยากจะแลกเปลี่ยน ๒-๓ จุดนะครับ
ประเด็นแรก เริ่มตั้งแต่ในส่วนของมาตรา ๔ ที่มีคำว่า ค่าทดแทน ค่าใช้จ่าย แต่ว่าหัวข้อ พ.ร.บ. มันกำหนดว่าเป็นค่าทดแทน แล้วก็ค่าใช้จ่ายนะครับ อันนี้ก็อยากจะให้มี นิยามคำว่า ค่าตอบแทน ด้วย เพราะว่าในการดูมาตราทั้งปี ๒๕๔๔ แล้วก็ที่จะแก้ไขใหม่ที่เรา กำลังอภิปรายอยู่นี่ไม่ได้นิยามคำว่า ค่าตอบแทน มีเฉพาะค่าทดแทนแล้วก็ค่าใช้จ่ายนะครับ อันนั้นก็เป็นอีกจุดหนึ่งครับ
อีกจุดหนึ่งก็คงจะเป็นเรื่องของการที่ประชาชนหรือว่าทุกคนที่ไม่ได้กระทำผิด แล้วก็ถูกจับกุม คุมขัง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้กระทำผิด ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่ง แล้วก็ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง ก็คือในเรื่องของการแจ้งสิทธินะครับ ผมมองว่าอยากจะให้มีขั้นตอนสามารถที่จะให้ผู้ที่เราไป กล่าวร้ายเขาได้รับแจ้งสิทธิตั้งแต่วันที่เขาเดินเข้าสู่กระบวนการที่จะเป็นขั้นตอนของกระบวนการ ยุติธรรมนะครับ ตั้งแต่ในส่วนของตำรวจ แจ้งเลย มีคู่มือให้เขาเลยว่าอันนี้คุณถูกกล่าวหา ต่อไปถ้าสมมุติว่าคุณมีข้อหักล้างหรือว่ามีหลักฐานต่าง ๆ ที่เป็นผู้บริสุทธิ์เราก็แจ้งให้เขา เพราะว่าผ่านมาฉบับปี ๒๕๔๔ ก็พบว่ากำหนดไว้เพียงปีเดียวให้เขาเรียกร้องสิทธิซึ่งในการ เรียกร้องสิทธิ ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้ระบุให้ชัดเจน มันมีอยู่ถึง ๓ ประเด็น ประเด็นแรก ก็คือผู้เสียหายได้รับรู้ถึงการกระทำผิด อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ก็คือพนักงานอัยการ มีคำสั่งเด็ดขาด สั่งไม่ฟ้อง อันนั้นก็นับเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นสุดท้าย ก็คือในเรื่องของ วันที่ศาลพิพากษาหรืออนุญาตให้ถอนฟ้อง อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เฉพาะเจ้าตัวเองก็อาจจะ ไม่เท่าไรนะครับ สามารถที่จะยื่นแล้วก็แจ้งสิทธิได้โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าอยู่ในกระบวนการขั้นตอนซึ่งเราไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นกี่วัน กี่เดือน กี่ปี จึงจะมี ใบ Guarantee ว่าเขาบริสุทธิ์ครับ บังเอิญว่าเขาต้องเสียชีวิตในช่วงระหว่างที่รอดังกล่าว สิ่งที่สำคัญการที่จะแจ้งสิทธิให้กับทายาทได้รับรู้สิทธินี้เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกันนะครับ บางที ลูกหลานเขาอยู่ต่างจังหวัด ทายาทอยู่ต่างจังหวัดหรือมากกว่านั้นก็คืออยู่ต่างประเทศนะครับ แล้วในการออกกฎหมายผมก็มองว่าอยากจะให้มันทันสมัยด้วยนะ ยุคไอทีไม่จำเป็นที่จะต้อง มายื่นด้วยตนเองครับ ใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ครับ เขียนให้รัดกุมแล้วก็เขียนให้มันทันสมัย เพราะว่าถ้าอยู่ต่างประเทศแล้วก็อาจจะมาใช้สิทธิเพียงแค่เงินไม่เท่าไรนะครับ สมมุติว่า เพียงแค่วันสองวันที่ต้องไปนอนที่โรงพักฟรี ๆ อันนี้ก็จะต้องมีการปรับปรุงตรงนี้ด้วย แล้วก็ ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือในส่วนของมาตรา ๓ ที่เพิ่มเติมก็เป็นการดีนะครับ ครอบคลุม เมื่อก่อนอาจจะมีแต่คำว่า จำเลย ตอนนี้ก็มีผู้ต้องหาแล้วก็ผู้เสียหาย แล้วอีกส่วนหนึ่ง ก็คือผมมองว่าประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ เราต้องขจัด ต่อไปหมายความว่าเมื่อกฎหมายนี้ออก แพะคงจะน้อยลง มันจะได้เป็นสติเตือนใจ ทั้งตำรวจ ทั้งอัยการ แล้วก็ทั้งผู้พิพากษา ให้คำนึงถึง กระบวนการที่จะเข้าสู่ตรงนี้ให้มันชัดเจน แล้วก็ปราศจากแพะในโอกาสต่อไป แล้วที่สำคัญ อีกส่วนหนึ่งเหมือนที่บางท่านได้นำเสนอแล้ว ก็คือในส่วนของกองทุนยุติธรรม เนื่องจากว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยเข้าไปสู่กระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนในส่วนของจังหวัด ก็พบว่าจะต้อง ดูกองทุนตัวนี้ให้มันสอดรับ ไม่ให้มีการซ้ำซ้อนหรือว่าจะทำแบบซ้ำเสริมก็ได้ เพื่อให้สิทธิคนที่ เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมนะครับ
ทีนี้ในส่วนที่อยากจะเสนอแนะเพิ่มเติม สืบเนื่องจากว่าในส่วนของอนุที่เขา พิจารณาจ่ายค่าเสียหายในระดับจังหวัด เราก็พบว่าทุกส่วนจะมีมุมมองเฉพาะคนที่อยู่ใน ระบบราชการ แล้วก็คนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา เกี่ยวข้องกับอัยการ เพราะฉะนั้นในเรื่องของมุมมองที่เป็นตัวแทนจากชาวบ้านหรือว่าตัวแทนชาวบ้านครับ ไม่มีเลย เพราะฉะนั้นผมมองว่าอยากจะให้เพิ่มเติมได้ไหมในส่วนของอนุกรรมการที่พิจารณาค่าตอบแทน อาจจะเป็นตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดก็อาจจะเป็นนายก อบจ. เพราะว่าเขารู้ แน่นอนว่าคนที่เขาไม่ได้กระทำผิด แต่ว่าโดนข้อหาว่ากระทำผิดนะครับ ครอบครัวเขาจะรู้ แล้วเขาจะหาตัวแทนของเขาที่จะเข้ามาเป็นปากเป็นเสียง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เพิ่ม ตัวแทนภาคประชาชน ท่านลองคิดดูว่าจะเอาตัวแทนองค์กรไหน ผมมองว่าตัวแทนของ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็น่าจะเป็นตัวแทนในการที่จะเป็นอนุจ่ายเงินค่าเสียหาย ในกฎหมายตัวนี้ได้ ก็อยากจะฝากประเด็นที่มองเห็นไว้ประมาณนั้นนะครับ แล้วก็ที่สำคัญ ที่สุดก็คือมันจะมีคำกล่าว คำเตือนของคนที่เขาเรียนจบกฎหมายหรือว่าผู้พิพากษา มีคำเตือน หรือว่ามีปรัชญาที่อยู่ในใจของเขาบอกว่า ปล่อยคนผิด ๑๐ คนยังดีกว่าลงโทษคนบริสุทธิ์ เพียงคนเดียว ขอบคุณมากครับ