ปิยรัฐ จงเทพ หารือเรื่องสิทธิชดเชยกรณีถูกจำคุกแล้วศาลยกฟ้อง โดยชี้ว่า สส. จะขาดคุณสมบัติทันทีหากถูกสั่งจำคุก และวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าของกระบวนการเยียวยาที่ควรเร่งด่วนและลดขั้นตอนซ้ำซ้อน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปิยรัฐ จงเทพ ผู้แทนราษฎรเขตพระโขนงและบางนา พรรคประชาชน ต่อร่างพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ จริง ๆ แล้วเมื่อได้อ่านรายละเอียดทั้งเรื่องของหลักการแล้วก็ในมาตราที่มีการปรับแก้ไข นี่นะครับท่านประธาน ผมเองก็ไม่ได้ติดใจขัดต่อหลักการนี้ ก็เห็นด้วยในหลาย ๆ ประเด็น แต่วันนี้จะไม่พูดก็เสียไม่ได้ เพื่อนด้านข้างด้านหลังเองก็บอกว่าต้องพูดเพราะจะบอกว่าเป็นสิทธิ ต่อเนื่องกันมาจากหลาย ๆ ท่านก็ว่าได้ ที่ได้มีประสบการณ์เข้าไปศึกษาดูงานภายในเรือนจำ ในฐานะทั้งผู้ต้องขังและจำเลยมาแล้ว ต้องบอกครับว่าผมมองเห็นอาชีพที่จะต้องอยู่กับเรื่อง พวกนี้มีด้วยกันไม่กี่อาชีพ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นอัยการ ไม่ว่าจะเป็นศาล ทั้ง ๓ อาชีพนี้ไม่เคยมีใครได้มีโอกาสได้เข้าไปศึกษาดูงานเช่นเดียวกับผมและหลาย ๆ ท่าน ผมจึงเข้าใจว่าทั้ง ๓ อาชีพนี้จึงไม่เข้าใจว่าความลำบาก ความคับแค้นของคนที่ไม่ได้กระทำผิด แต่ต้องไปขังอยู่ในห้องขังหรือเรือนจำนั้นมีไม่กี่เหตุผลด้วยกันครับท่านประธาน ถ้าเขามั่นใจ ว่าเขาไม่ผิด ๑. เขาไม่มีเงินประกันตัวครับ ๒. เขาไม่มีโอกาสได้แสวงหาพยานหลักฐาน มาคัดค้านการฝากขังของเจ้าพนักงานจนทำให้ศาลเชื่อได้ว่าเขาจะไม่หลบหนี และ ๓. ก็คือ เขาอาจจะต่อสู้คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด นั่นก็เป็นเหตุผลที่เขาจำเป็นจะต้องอยู่ภายใน แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อศาลหรืออัยการหัวใจของวาระนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของผู้ต้องขังที่เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งผมเข้าใจ ว่าหลายท่านพูดไปเยอะแล้วเรื่องของเหตุผลความจำเป็นที่ต้องเพิ่มผู้ต้องขังมา ซึ่งเรื่องนี้ผมเอง ไม่ได้ติดใจครับ แต่ผมไปในเรื่องของการแก้ทั้งทีผมอยากแก้ให้มันละเอียดรอบคอบ ผมเห็น ในมาตรา ๑๐ ผมไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ เพราะเราจะไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ แต่ผมจะขอว่าถ้าเกิดว่ายังไม่มีการปรับแก้ตรงนี้ผมจะขอแปรญัตติประเด็นนี้ไว้ เพราะการที่ จะมีการตอบแทนในชั้นเป็นจำเลยบอกว่าจะต้องเป็นผู้ต้องคำพิพากษายกฟ้องให้ถึงที่สุด ท่านประธาน ผมกำลังบอกว่าแล้วเมื่อไรจะถึงที่สุดมันต้องใช้เวลานานแค่ไหน ท่านเคยได้ยิน ไหมครับว่าความยุติธรรมที่ล่าช้ามันคือความอยุติธรรมครับ กว่าจะให้เขาไปต่อสู้เขาก็ต้องใช้ ทรัพยากรมันก็จะเพิ่มทรัพยากรเหล่านั้นมาเป็นค่าตอบแทนค่าชดเชยที่เขาจะมาเรียกร้อง เอากับรัฐ คนที่เสียประโยชน์ก็ทั้งตัวเขาแล้วก็รัฐด้วย ผมว่าเรื่องนี้ในเมื่อศาลยกฟ้องตั้งแต่ ศาลชั้นต้นเขาออกมาได้ทันทีในวันที่ศาลยกฟ้อง เขาเป็นอิสระทันที แต่เขากลับไม่สามารถ ขอค่าชดเชยได้เพราะต้องให้ถึงที่สุดก่อน เรื่องนี้ก็ลักลั่นกันพอสมควร เขาจะไปเรียกร้อง ได้อย่างไรในเมื่อเขายังต้องต่อสู้คดีต่ออีก เรื่องนี้ก็เป็นข้อสงสัยเหมือนกัน
และข้อคำถามต่อมาหลายอาชีพสามารถขอชดเชยได้ถ้าติดคุกแล้วศาลยกฟ้อง หรืออัยการไม่สั่งฟ้อง แต่ท่านลองดูสิครับอาชีพ สส. อย่างพวกเราในฐานะนักการเมือง ท่านไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ รัฐธรรมนูญมาตรา ๙๘ (๗) (๖) โดยเฉพาะ (๖) บอกว่า ถ้าศาลให้จำคุกก็คือพ้นสภาพความเป็น สส. หมายถึงขาดคุณสมบัติ ผมกำลังจะบอกว่านี่คือ ตัวอย่างว่าถ้าผมหรือใครก็ตามแต่เป็น สส. แล้วพ้นสภาพเพราะศาลสั่งจำคุกแม้กระทั่ง เป็นศาลชั้นต้น ซึ่งเรามีโอกาสต่อสู้ในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา หรือศาลสูงได้ นั่นหมายความว่า เราขาดความเป็นสมาชิกภาพ ความเป็น สส. ทันทีนะครับ แล้วผมจะไปเรียกร้องชดเชยนี้ จากกระทรวงยุติธรรมได้หรือไม่ แล้วท่านจะตีเป็นมูลค่าเท่าไรจากความเสียหายนี้ ถ้าเกิดว่า ศาลยกฟ้องในอนาคต เรื่องนี้ก็เป็นคำถามของผมว่านี่คือมูลค่าที่ต้องเสียไปที่เราจะมาตีเป็น ประเมินมูลค่าไม่ได้เลย ต่อโอกาส ต่อสิทธิ โอเคถ้าเรามีเราก็ดีกว่าไม่มี นี่หลายท่านพูดไปแล้ว ผมก็ไม่ได้ติดขัดเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าผมแค่อยากจะรู้ว่าความล่าช้าของกระบวนการ การประเมิน คุณค่าของสิทธิเสรีภาพที่สูญเสียไปมันคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่รัฐจ่ายให้เขาหรือไม่ ที่สำคัญก็คือว่า ความล่าช้านี้มันยังรวมถึงกระบวนการของรัฐเองด้วย ผมเพิ่งมีโอกาสได้ไปฟังคำพิพากษา มาเมื่อวันจันทร์นี้เองครับท่านประธาน คดีอั้งยี่ซ่องโจรของผมกับคณะอีก ๔๐ ท่าน ศาลยกฟ้อง ครับท่านประธาน ผมติดคุกไปแล้ว ๓๐ กว่าวันในคดีนี้ สิ่งที่ผมเรียกร้องได้ก็คือต้องรอให้ คำพิพากษานี้ถึงที่สุดก่อน หมายความว่าถ้าเมื่อไรไม่มีการอุทธรณ์ ไม่มีการฎีกา ถึงจะได้รับ การเยียวยา ในขณะเดียวกันท่านอื่นที่ยกฟ้องไปก็ต้องรอเหมือนกัน และเขาบอกว่าถ้าเมื่อไร ถึงที่สุดแล้วอยากจะไปดำเนินการเรียกร้องค่าชดเชยนี้ก็ให้ไปยื่นกับกระทรวงยุติธรรม พูดง่าย ๆ ว่าถ้าเขาต้องไปรับเงินรับทองหลักร้อย หลักพัน หรือหลักหมื่น หลักแสนก็แล้วแต่ เขาต้อง เสียเวลารวบรวมสำนวนพยานหลักฐานจากศาลไปดำเนินการตามขั้นตอนของกระทรวง ยุติธรรม ซึ่งมันไม่ควรเป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน ในเมื่อตอนจับเขาก็จับเขาก็ไปโดยศาล สั่งจับก็จับ ณ ศาลนั้น ตอนคืนให้เขาทำไมไม่คืนที่ศาลละครับ ทำไมไม่อำนวยความสะดวก ให้เขาที่นั่นให้มันจบตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องให้เขาดั้นด้นไปที่กระทรวงยุติธรรมต่อ ไปเพิ่มงาน และภาระที่นั้นต่อนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามันซ้ำซ้อนหลายเรื่องหลายประเด็น ก็เลยอยากจะฝาก ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญครับว่าความยุติธรรมควรจะรวดเร็วด้วย แล้วกระบวนการและ ขั้นตอนบางกระบวนการนั้นควรจะลดละให้มันทันสมัยแล้วก็เข้ากับยุครวมถึงการอำนวย ความยุติธรรมให้เขาด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม ขอบคุณครับท่านประธานครับ