นันทนา สงฆ์ประชา หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. นี้ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้ยานยนต์ส่วนบุคคลมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชน และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากนี้ เธอยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแบ่งแยกค่าโดยสารระหว่างชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเรียกร้องการจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมระบบตั๋วร่วม โดยไม่แบ่งแยกค่าโดยสารและไม่มีภาระต่อเงินงบประมาณแผ่นดิน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ถ้าพูดถึงวัตถุประสงค์ ของร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .... ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ ที่จัดทำขึ้นก็เพื่ออำนวยความสะดวก สนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้ยานยนต์ ส่วนบุคคลให้มาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนให้ได้มากที่สุด โดยจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งประชาชนผู้ใช้บริการให้สามารถใช้บัตรโดยสารใบเดียวกับการเดินทางในทุกระบบขนส่ง สาธารณะ ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าโดยเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัจจุบันรถไฟฟ้าก็เปิดทำการไปแล้วทั้งหมด ๘ สาย ไม่ว่าเป็นสาย Airport Rail Link สายสีแดง สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีเขียว สายสีทอง สายสีชมพู และเราก็ได้ติดตามกันนะคะว่าในปี ๒๕๗๑ นี้เราก็จะเปิดสายสีส้มและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายสีม่วงขณะนี้ก็เปิดในส่วนของตอนเหนือไปแล้ว ม่วงเหนือ ก็คือในส่วนของบางใหญ่-เตาปูน แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าม่วงใต้กำลังจะมาก็คือในส่วนของเตาปูนไปราชบูรณะ ดิฉันอยากจะ กราบเรียนว่าที่ดิฉันกล่าวมาทั้ง ๖ ๗ ๘ ๙ สายนี้นะคะ ก็จะเป็นการเชื่อมโยงในระบบตั๋วร่วม ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ทั้งในส่วนของราง เรือ รถยนต์ ขนส่งสาธารณะนั่นเอง ดิฉันอยากจะกราบเรียน ในสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการกำหนดมาตรฐานทั้งด้านเทคโนโลยี ของระบบตั๋วร่วมให้เป็นมาตรฐานกลาง แต่ดิฉันอยากจะตั้งข้อสังเกตและมีความเห็นใน ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คงจะเป็นเรื่องของราคาค่าโดยสารของชาวต่างประเทศ ดิฉันเชื่อ เป็นอย่างยิ่งว่าสำหรับในเรื่องของการคิดราคาค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วมที่มีชาวต่างประเทศ มาใช้บริการนั้นเห็นสมควรว่าในหลักการสากลที่ดีจะต้องไม่มีการแบ่งแยก และกองทุนต้องหา อัตรารายได้เพิ่มในทางอ้อมเพื่อมาจุนเจือภาระต้นทุนของค่าตั๋วถูกในส่วนของชาวต่างประเทศ นักท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยซึ่งเป็นรายได้หลักนะคะ และในส่วน ข้อห่วงใยอีกข้อหนึ่งนะคะ ดิฉันห่วงใยเรื่องการจัดตั้งกองทุนค่ะท่านประธาน การจัดตั้งกองทุน เพื่อส่งเสริมระบบตั๋วร่วมดิฉันขอตั้งข้อสังเกต แล้วมีความเห็นนะคะว่าการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมเป็นเรื่องที่ดีนะคะท่านประธาน เนื่องจาก การบริหารจัดการในระยะเริ่มต้นจำเป็นต้องมีกองทุน แต่การจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจะต้อง ไม่มีแนวทางในการดำเนินงานที่ไม่เป็นภาระต่อเงินงบประมาณแผ่นดินค่ะท่านประธาน เช่น ต้องหารายได้จากภาษีป้ายวงกลมในเขต กทม. หรือเงินอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องจากการใช้รถยนต์ ส่วนบุคคลมาใช้ในการบริหารจัดการร่วมกับ กทม. ซึ่งจะมีความเหมาะสมต่อการดำเนินงาน โดยนำเอารายได้ภาษีป้ายจากรถยนต์ส่วนบุคคลรายปีมาใช้สนับสนุนระบบขนส่งมวลชน เพื่อความต่อเนื่อง เป็นต้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ไม่ปรากฏในร่างกฎหมายฉบับนี้เลยนะคะ ดิฉันเลยห่วงใยกับการพิจารณาอุดหนุนแนวทางการซื้อตั๋วแพงมาขายตั๋วถูก เราจะต้อง คำนึงถึงที่ดิฉันได้กราบเรียนว่ารถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลนี้มีสัมปทาน ค่ะท่านประธาน ปัจจุบันได้มีการตกลงแล้วว่าจะให้เขาจัดเก็บในราคาเท่าไร แต่ลักษณะแบบนี้ จะต้องกำหนดมาตรฐานเดียวกันว่าใช้บัตรใบเดียวจะขึ้นรถ ขึ้นเรือ ขึ้นรถขนส่งมวลชน สาธารณะนี้ ฉะนั้นมันก็จะเข้าข่ายว่าซื้อตั๋วแพงมาขายตั๋วถูกนะคะท่านประธาน ต้องไม่เข้าข่าย ลักษณะของประชานิยมค่ะประธาน โดยจะต้องพิจารณาถึงหลักความจริงต้นทุนค่าใช้จ่าย ที่เหมาะสมต่อการเดินทางสำหรับผู้มีรายได้น้อย และต้นทุนที่แท้จริงของการบริหารจัดการ ระบบตั๋วร่วมและต้นทุนในการเดินรถไฟฟ้า เพราะฉะนั้นแล้วกองทุนที่จะตั้งใหม่นี้จะมีภาระ หนี้สินท่วมตัวค่ะท่านประธาน เช่นเดียวกับกองทุนพลังงาน แต่ในการอุ้มราคาน้ำมันดีเซล แต่กองทุนพลังงานก็ยังดีนะคะ ยังมีทางออกอยู่บ้างในการขยับราคาขึ้นในบางช่วงที่ราคา น้ำมันขึ้นลงเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนตั๋วร่วมแล้วนี้กลับไม่มีแนวทาง อื่น ๆ เลยนะคะ ดิฉันกลับไปที่กองทุนน้ำมัน เขาเรียกกองทุนพลังงาน เวลาน้ำมันถูกน้ำมันแพง มันสามารถที่จะ Balance กันได้นะคะ แต่ตั๋วร่วมนี่ไม่มีหนทางเลยว่าถ้าเรากำหนดแล้ว เราจะไปหาเงินในส่วนไหนที่จะมาเพิ่มในส่วนของกองทุนนี้กลับไม่มีแนวทางอื่น ๆ เลยในการ ดำเนินงานเพื่อหาทางออกในเรื่องที่จะมาของแหล่งรายได้เลย แต่อย่างไรก็ตามแต่ถึงแม้ดิฉัน จะห่วงใยในส่วนของการจัดตั้งกองทุนดิฉันก็ยินดีที่จะสนับสนุนค่ะ เพราะการตั้ง พ.ร.บ. ฉบับ นี้ก็เป็นการที่จะเพิ่มความสะดวก ความประหยัด ให้กับพี่น้องประชาชนในด้านการเดินทาง ดิฉัน ก็จะขอสนับสนุนในส่วนของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ