ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ เสนอให้ร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วมเป็นกฎหมายหลักเพื่อสร้างความเป็นธรรมและอุดหนุนค่าโดยสารขนส่งสาธารณะอย่างเท่าเทียม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสภาองค์กรผู้บริโภคในการกำกับทิศทางค่าโดยสาร เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบริการในต่างจังหวัด ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อภิปรายเหตุผลสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วมของพรรคประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะและการกำหนดค่าโดยสารที่เป็นธรรมสำหรับคนไทยทุกภูมิภาค ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ หารือหลักการค่าโดยสารร่วมเพื่อลดต้นทุนการเดินทางและเสนอให้กระจายงบประมาณอุดหนุนขนส่งสาธารณะไปยังต่างจังหวัดอย่างเท่าเทียม
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวอยุธยาและบางบาลครับ ท่านประธานครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ในการชี้ให้เห็นว่า ทำไมร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วมของท่านสุรเชษฐ์จากพรรคประชาชนถึงควรจะเป็นร่างกฎหมาย ตั๋วร่วมหลักที่มีส่วนร่วมจากประชาชนและคนต่างจังหวัด และสร้างความเป็นธรรมครับ สร้างความยั่งยืนทางการคลังของรัฐบาล เพื่อสามารถที่จะอุดหนุนค่าโดยสารของขนส่ง สาธารณะได้อย่างเท่าเทียมกันให้พี่น้องประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการขนส่ง สาธารณะได้อย่างทัดเทียมกัน
เริ่มด้วยเหตุผลที่ ๑ ในหมวด ๑ ในมาตรา ๕ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมการ นโยบายที่จะเป็นผู้บังคับทิศทางในการคิดค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนครับ แล้วทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีราคาถูกและสุดท้ายก็จะหันมาใช้ ขนส่งสาธารณะได้มากขึ้น ร่างของพรรคประชาชนจึงเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้าไป โดยกำหนดให้หนึ่งในกรรมการโดยตำแหน่งนั้นต้องเป็นประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งหากเห็นถึงผลงานของสภาองค์กรของผู้บริโภคสามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ของเขา ก็จะเห็นว่าทางสภาองค์กรนั้นมีการผลักดันและนำเสนอต่อรัฐบาลในเรื่องของการให้ ความสำคัญกับขนส่งสาธารณะทั่วประเทศไทยมาโดยตลอด รวมถึงติดตามและเสนอแนะ การคำนวณค่าโดยสารที่เป็นธรรมต่อประชาชน ต่อผู้โดยสารรวมถึงต่อผู้ประกอบการด้วย ซึ่งผมเอง ก็ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางสภาองค์กรแห่งนี้เพื่อผลักดันขนส่งสาธารณะให้เกิดขึ้น ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย นั่นทำให้สภาองค์กรของผู้บริโภคครับเปรียบเสมือน เป็นตัวแทนของประชาชนที่จะเข้าไปปกป้องผลประโยชน์ของผู้โดยสารรวมถึงผู้บริการ ผู้ประกอบการที่อาจจะไม่ต้องแบกรับต้นทุนมากเกินไป โดยเฉพาะการที่รัฐไม่สามารถ สนับสนุนหรืออุดหนุนให้เกิดขนส่งสาธารณะที่เพียงพอโดยเฉพาะในต่างจังหวัด จนสุดท้าย รถสาธารณะที่ดีและมากพอในต่างจังหวัดก็ยังไม่เกิดขึ้นแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและแบบที่ เป็นอยู่ในอยุธยา
เหตุผลที่ ๒ เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วมของพรรคประชาชนนั้น ถึงสร้างความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะ ผ่านการกำหนดค่าโดยสาร ที่เป็นธรรมสำหรับคนไทยทุกคนไม่ใช่แค่คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่รวม ไปถึงคนอยุธยา คนต่างจังหวัด คนไทยทั่วประเทศ ผมจึงขอเป็นตัวแทนของคนต่างจังหวัด เพื่อชี้ให้เห็นประเด็นนี้
โดยในหมวดที่ ๓ ที่ว่าด้วยเรื่องอัตราค่าโดยสารร่วมนั้นซึ่งเป็นหมวดที่เป็น ใจความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้ระบบตั๋วร่วมนั้นเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่เป้าหมาย ของประเทศที่เราจะมีค่าโดยสารร่วมในการเดินทางหลายระบบขนส่ง เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้มีค่าโดยสารที่ราคาถูก ไม่มีค่าแรกเข้าที่ซับซ้อน ขึ้นรถเมล์ไปต่อรถไฟไปต่อเรือก็จ่าย ค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวและมีราคาที่สูงสุดอย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ค่าโดยสารนั้นสูงมาก จนเกินไปจนสุดท้ายประชาชนไม่สามารถเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะได้ โดยในมาตรา ๓๑ (๑) นั้นเราจึงเพิ่มหลักการในการคิดค่าโดยสารที่คำนึงถึงต้นทุนการบริการขนส่งที่แตกต่างกัน เช่นต้นทุนการเดินรถไฟฟ้าอาจจะมากกว่ารถเมล์แต่ต้องอุดหนุนรถเมล์ให้มากเพื่อให้ทุกคน สามารถใช้รถเมล์แล้วไปเชื่อมต่อขึ้นรถไฟฟ้าได้ แล้วจึงอุดหนุนรถไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสม รวมถึงต้นทุนของพื้นที่ที่แตกต่างกันครับ เช่นในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด อย่างที่ อยุธยาบ้านผมตอนนี้แม้รถเมล์ดี ๆ ยังไม่มีใช้ ด้วยงบประมาณที่จะมาอุดหนุนค่าโดยสารและ ต้นทุนในการบริการนั้นดันกระจุกตัวอยู่แค่ในกรุงเทพมหานครจนไม่เหลือเงินไปอุดหนุน ให้เกิดขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและราคาถูกในต่างจังหวัด รวมถึงยังจำเป็นต้องคิดราคา ค่าโดยสารและงบที่รัฐบาลจะอุดหนุนค่าโดยสารนั้นคำนึงถึงค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่ที่แตกต่างกัน อีกด้วย นั่นจึงทำให้พวกเราพรรคประชาชนตั้งแต่เป็นอดีตพรรคก้าวไกลเราเสนอค่าโดยสารร่วม ๘-๔๕ บาทตลอดทาง ย้ำนะครับว่าตลอดทาง คือถ้าเริ่มต้นด้วยรถเมล์ก็ราคาเริ่มต้น ๘ บาท หรือถ้าเริ่มต้นด้วยรถไฟก็ราคาเริ่มต้นที่ ๑๕ บาท แต่จะไปต่ออะไรก็ตามตลอดเส้นทาง ที่จะเดินทางต้องไม่เกิน ๔๕ บาท ที่เรากำหนดแบบนี้ครับก็เพื่อไม่ให้ทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า ขาดทุนเกินไปจนทำให้รัฐบาลต้องเอางบประมาณมาอุดแทนแล้วก็ละเลยการอุดหนุนรถเมล์ ซึ่งเป็นการบริการที่สำคัญของพี่น้องประชาชนทุกวัยทุกระดับที่สามารถเข้าถึงได้ หรือแม้กระทั่ง ไม่ให้เกิดการนำเอาเงินของคนทั้งประเทศมาอุดหนุนการขาดทุนของรถไฟฟ้าใน กทม. เพียงอย่างเดียว ทำให้สุดท้ายครับคนในต่างจังหวัด คนอยุธยาบ้านผมก็ยังไม่มีรถเมล์ดี ๆ ใช้ ยังไม่มีขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพใช้อยู่ในปัจจุบัน แล้วก็ไม่ให้เกิดในกรณีแบบนโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย เพราะการทำแบบนี้เป็นการกดราคามากเกินไป หมายความว่าเป็นการเอา ภาษีของคนทั้งประเทศมาอุดหนุนรถไฟฟ้าแค่ในกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียวและ ยังอุดหนุนแค่รถไฟฟ้านะครับแต่ยังละเลยรถเมล์ จึงเกิดคำถามครับว่าทำไมคนอยุธยาอย่างผม คนต่างจังหวัดอย่างผมไม่ควรที่จะได้รับขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและราคาถูกอย่างนั้นหรือครับ คือต้องไม่คิดนะครับว่าจะให้รถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครราคาถูกอย่างเดียวเราต้องคิดว่า ทำอย่างไรให้ทุกจังหวัดมีขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ด้วยเงินอุดหนุน จากรัฐบาลครับที่ต้องกระจายลงไปทั่วถึงทุกจังหวัดไม่ใช่เอาเงินของคนทั้งประเทศมามุ่ง กระจุกอยู่ในกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว และยังขาดการไม่คำนึงถึงภาวะทางการคลัง ของรัฐบาลอีกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พรรคประชาชนเราได้ขยายความในมาตรา ๓๑ ใน (๑) (๔) (๕) และ (๖) สุดท้ายครับด้วยเหตุผลเพื่อให้ พ.ร.บ. ตั๋วร่วมฉบับนี้เกิดการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิดเป้าหมายที่ประเทศไทยนั้นมีขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพทั่ว ประเทศ และด้วยเหตุผลให้การกำหนดอัตราค่าโดยสารนั้นเป็นธรรมและคำนึงถึง คนไทยทุกคนทั้งในเมืองหลวงและในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะ ทั่วประเทศไทยได้อย่างเท่าเทียมกัน จึงขอเสนอให้ร่างหลักในการพิจารณาวาระถัดไปนั้น คือร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วมของท่านสุรเชษฐ์และพรรคประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ