ธัญธร ธนินวัฒนาธร กล่าวทักทายเนื่องในวันตรุษจีน และเสนอให้เร่งรัดการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเน้นการลดค่าโดยสารรวมระหว่างระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าและรถเมล์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่พุ่งสูงขึ้น
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ สวัสดีวันตรุษจีนนะครับ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแคและเขตภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .... ซึ่งเป็นประเด็น ที่สำคัญ ควรเร่งรัดดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงเพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชน เดี๋ยวขอ สไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ก็มีการสำรวจสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนแล้วพบว่าเรามีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับ การเดินทางราว ๆ ๓,๘๐๐ บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๙ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ ๑๓๐ บาทต่อวันเลย ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงในมาตรฐานค่าครองชีพในประเทศลักษณะเดียวกัน สถานการณ์เศรษฐกิจซบเซาก็ต่อเนื่องมายาวนาน กำลังการจับจ่ายใช้สอยของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนก็ลดลง ผมเห็นว่าค่าครองชีพของประชาชนทุกวันนี้ก็สูงขึ้นสวนทางกับรายได้ และค่าเดินทางนั้นซึ่งเป็นหนึ่งในรายจ่ายหลักของพี่น้องประชาชนก็ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลดรายจ่ายที่สำคัญก็คือการลดค่าเดินทางนั่นเอง โดย พ.ร.บ. ตั๋วร่วมนี้รัฐบาลก็คง วางแผนว่าจะเป็นหมุดหมายแรกเพื่อให้ไปถึงเป้า ๒๐ บาทตลอดสาย ที่วางแผนไว้ว่า จะเกิดขึ้นในช่วงกันยายน ปี ๒๕๖๘ นี้นะครับ แต่เมื่อดูจาก Timeline ขณะนี้ก็ยังไม่อาจ มั่นใจว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า ๒๐ บาทตลอดสาย ก็เป็นนโยบายที่ผมได้ยินมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ผ่านมาแล้วกว่า ๑๔ ปี ตัวเลขยังคงเป็นตัวเลขเดิมเลยครับทั้งเศรษฐกิจและสังคมนั้น เปลี่ยนแปลงไปมากครับ ในทางปฏิบัตินั้นก็คงต้องฝากให้ท่านพิจารณาหลาย ๆ ด้าน เช่น ความยั่งยืนทางการเงินของระบบรถไฟฟ้า การดูแลคุณภาพบริการ การรักษามาตรฐาน ความปลอดภัย ซึ่งหากทำได้ดีก็จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว นโยบายนี้อาจทำให้รัฐบาล ต้องใช้เงินสนับสนุนมากขึ้น เพราะค่าโดยสารที่ต่ำเกินไปก็ไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมต้นทุน การดำเนินงานของระบบได้ แต่ถ้ารัฐบาลสามารถหาวิธีในการสนับสนุนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อ ภาระทางการเงินมากไปก็ถือเป็นการลงทุนที่ดีในอนาคต ในสไลด์ต่อไป คำว่า ตั๋วร่วมกับ ค่าโดยสารร่วมนั้นก็มีความหมายที่ไม่เหมือนกันนะครับท่านประธาน เรากำลังพิจารณา พ.ร.บ. ตั๋วร่วม แต่ปัจจัยที่ทำให้ค่าโดยสารแพงก็คือการที่เราไม่มีค่าโดยสารร่วมสักที นี่เป็นสิ่งที่ ควรดำเนินการโดยเร็ว ตั๋วร่วมก็คือการใช้บัตรใบเดียวในการเดินทาง เน้นไปที่ความสะดวกสบาย แต่ค่าโดยสารร่วมคือการไม่เรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน อย่างทางด้านขวามือนะครับ ไม่ว่า จะไป BTS ต่อรถเมล์ก็อัตราเดียวกัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพให้กับประชาชน ใน พ.ร.บ. นี้ หมวด ๓ อัตราค่าโดยสารร่วม มาตรา ๓๑ ร่างของพรรคประชาชนได้เพิ่ม ข้อความให้การบูรณาการอัตราค่าโดยสารระหว่างระบบขนส่งสาธารณะที่ต่างระบบ และต่าง ผู้ให้บริการในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ คำนึงถึงสัดส่วนความสมดุลของอัตราค่าโดยสารร่วม และต้นทุนที่แตกต่างกัน และได้เพิ่มอนุมาตราใน (๔) ถึง (๖) เพื่อคำนึงถึงการแข่งขันที่เป็นธรรม และภาระทางการเงินการคลังของประเทศด้วย และทางออกหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหานี้นะครับ เรื่องอัตราโครงสร้างค่าโดยสารนั้น เราอาจจะพิจารณาเจรจาสัญญารถไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนมาใช้ระบบค่าโดยสารร่วม แยกค่าโดยสารออกจากสัญญาสัมปทาน และยกเว้น หรืออุดหนุนการเก็บค่าแรกเข้าหลายต่อ และการเข้าโหมดโดยสารครับ จากผลการศึกษา ของ TDRI ก็ได้พบว่าค่าโดยสารที่เหมาะสมควรจะไม่เกิน ๔๕ บาทต่อเที่ยว แยกออกเป็น ๓ ประเภทการเดินทาง ลองดูในกราฟนะครับ เราก็จะไปสูงสุดที่ ๔๕ บาท กรณีที่ ๑ อัตรา ค่าโดยสารร่วมกรณีรถไฟฟ้า แรกเข้า ๔๕ บาท กรณีที่ ๒ อัตราค่าโดยสารร่วมรถเมล์ ค่าแรกเข้า ๘ บาท และสูงสุดไม่เกิน ๒๕ บาทต่อเที่ยว เมื่อนำมารวมกันในรูปแบบที่ ๓ อัตราค่าโดยสารร่วม ระหว่างรถไฟฟ้าและรถเมล์ TDRI ก็ได้เสนอเช่นเดียวกับทางพรรคประชาชนเรา ก็เห็นด้วย ว่าตัวเลขที่ ๔๕ บาทต่อสาย ต่อการเดินทางต่อครั้งหนึ่งก็เป็นตัวเลขที่พอจะเป็นไปได้ในทาง งบประมาณ โดยเมื่อรวมเงินอุดหนุนทั้ง ๓ รูปแบบก็จะเท่ากับ ๗,๒๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ โดยตัวเลขนี้เป็นงบที่ใช้กับรถไฟฟ้าทุกสี ทุกสาย รวมไปถึงรถเมล์แล้วด้วยครับ นอกจากนี้ ครับท่านประธาน ตามนโยบายท่านดูจะให้ความสำคัญกับรถไฟฟ้าเป็นหลัก แต่อาจจะ ทอดทิ้งรถเมล์ ขนส่งสาธารณะที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดและเป็น Feeder ที่สำคัญให้กับระบบ รถไฟฟ้าครับ ในตัวเลขงบประมาณอุดหนุน ขสมก. แนวโน้มก็ไปทางขาลงครับท่านประธาน ทั้งเงินอุดหนุน เงิน PSO หรือ Public Serviced Obligation หรือการจ่ายเงินชดเชยผลการขาดทุน แก่รัฐวิสาหกิจที่ให้บริการสาธารณะ และการชำระเงินกู้ ขสมก. นะครับ โดยสรุปนะครับ ท่านประธานอย่างที่ผมได้พูดไปในหลายโอกาสก่อนหน้านี้ ในกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถ ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้เหลือ ๒๐ บาท ตามที่เคยสัญญาไว้ในนโยบายหาเสียงได้ แนวทาง ที่ควรพิจารณาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน คือการศึกษาการใช้ตั๋วร่วม ร่วมกับค่าโดยสารร่วมอย่างจริงจัง รวมถึงการให้ความสำคัญกับรถเมล์ซึ่งเป็นระบบ Feeder ที่สำคัญสำหรับรถไฟฟ้า เพื่อไม่ให้รถเมล์นั้นกลายเป็นทางเลือกที่คนไม่ยากเลือก ไม่ให้รถเมล์ มันเป็นแค่ทางเลือกที่สิ้นหวังสำหรับพี่น้องประชาชนนะครับ อีกทั้งก็ควรให้ความสำคัญ กับระบบขนส่งมวลชนในต่างจังหวัดทั่วประเทศให้อยู่ในกรอบความสำคัญเดียวกันกับ ในกรุงเทพมหานครครับ เพื่อให้การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นสิทธิที่พี่น้องประชาชน ทุกคนในประเทศนี้ควรได้รับอย่างเท่าเทียมกันครับ ขอบคุณครับ