สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้แทนเขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชนนะครับ วันนี้ผมขอ ร่วมอภิปรายญัตติในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอ มาตรการเร่งด่วน และนโยบายในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ ในอากาศให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วไปดำเนินการ เรียนท่านประธานที่เคารพและสมาชิก ทุกท่านครับ ประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ป่าไม้ของเรา คือขุมทรัพย์แห่งความหลากหลายทางชีวภาพที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ สุขภาพ และชีวิตของ ประชาชน แต่ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ร้ายแรง นั่นก็คือปัญหาไฟป่า ซึ่งนับวันจะยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ของประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศ ผมขอพูดถึงกรณีที่เกิดขึ้นในตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์ไฟป่าในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ถึงผลกระทบและจุดอ่อนในการบริหารจัดการที่เราต้องเร่งแก้ไข สถานการณ์ที่เกิดขึ้น คืออะไร เมื่อต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา มีสถานการณ์ไฟไหม้ป่าบริเวณพื้นที่ป่า สงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน ตำบลพญาเย็น อำเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประมาณ ๕ กิโลเมตร สถานการณ์นั้นน่าเป็นห่วงครับ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่า นครราชสีมา ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าปราจีนบุรี หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.๑ และศูนย์ปฏิบัติการไฟป่านครราชสีมา กรมอุทยาน ปภ. กองทัพภาค ๒ ทุกคนต้องประสาน กำลังกันเพื่อควบคุมไฟป่าอย่างเร่งด่วนทั้งกลางวันและกลางคืน พิกัดไฟไหม้เป็นหน้าผา สูงชัน เจ้าหน้าที่ได้ปรับวิธีการควบคุมด้วยการลงมาควบคุมที่ชายเขา และทำแนวตัดขึ้นไป บนเขาพร้อมจัดชุดเฝ้าระวังเป็นจุด ๆ ทั่วเขา ความยากในการดับของมันก็คือเป็นเขาสูงชัน และเป็นหน้าผา เป็นหิน เจ้าหน้าที่ขึ้นได้ยากลำบาก สิ่งที่เขาทำได้ก็คือต้องรอเฮลิคอปเตอร์ มาโปรยน้ำดับ และประกอบกับกระแสลมแรง เชื้อเพลิงเป็นต้นไม้แห้ง หญ้าแห้งทำให้ ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ที่ทำแนวกันไฟไว้กว้าง ๒ เมตรแต่กั้นไม่อยู่ เขาได้เพียงแต่ มองครับ มองรอเฮลิคอปเตอร์ รอให้เฮลิคอปเตอร์เอาน้ำมาโปรย แล้วหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ จะต้องเดินเท้าเข้าไปไล่ดับ ในจุดที่สูงชันก็ใช้ Drone ตรวจจับความร้อนที่บรรจุน้ำ ๕๐ ลิตร ไล่ฉีดให้มอดสนิท พร้อมกับกระจายกำลังตรวจสอบป้องกันอย่างเข้มข้น เขาใช้เวลากัน ๑๐ กว่าวันจึงแล้วเสร็จ และป่าก็ถูกเผาไป ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ไฟป่าครั้งนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐาน ว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ต้องการล่าสัตว์และเผาป่า ดีนะครับที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ที่น่าเป็นห่วง ก็คือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้รับความเสียหาย ส่งผลต่อการสูญเสียความหลากหลายทาง ชีวภาพ และความสามารถในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก แน่นอนครับฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้น จากไฟป่าทำให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศ ซึ่งอาจก่อให้เกิด โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็ง ไฟป่าหากดับได้ไวก็เสียหายน้อย แต่เราทำแบบนั้น ไม่ได้เพราะอะไรครับ ผมขอพูดถึงข้อจำกัดในระบบปัจจุบันนะครับ

ข้อ ๑ การเฝ้าระวังที่ไม่ครอบคลุม ระบบตรวจจับไฟป่าของเรายังไม่เพียงพอ การใช้เทคโนโลยีตรวจจุดความร้อน เช่น ดาวเทียมนั้นต้องใช้เวลา ๔ ชั่วโมงกว่าจะหมุนครบ กลับมารอบหนึ่ง ไฟก็ลามไหม้ไปเป็นวงกว้างแล้วเราจะเฝ้าระวังกันอย่างไรละครับ โดยแนว ปฏิบัติหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ต่าง ๆ จะถูกแบ่งให้เฝ้าระวังเรื่องไฟ ยกตัวอย่างเช่น ทางหลวงก็ต้องดูแลพื้นที่ทั้ง ๒ ฝั่งถนน ซึ่งต้องมีมาตรการป้องกันไฟ หากเพลิงไหม้พวกคุณ ก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนของเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็รับผิดชอบ ในปัจจุบันเกษตรกรปลูกข้าวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและมีการช่วยกันวาง มาตรการป้องกันไฟ เกษตรตำบลได้เข้าไปช่วยบริหารจัดการซึ่งดูแลได้เป็นผลอย่างดี ดังนี้แล้วหน่วยงานเจ้าของพื้นที่จะต้องรัดกุมและมีมาตรการชัดเจนในการเฝ้าระวัง ช่วยเหลือกัน เพิ่มเติมจากข้อมูลที่เพื่อนข้าราชการของผมได้เล่าให้ฟังว่าพื้นที่อุทยาน แห่งชาติส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีความเสี่ยง จะมีความเสี่ยงน้อยต่อการเกิดไฟป่า แต่พื้นที่ที่เสี่ยง ต่อการเกิดไฟป่าส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ป่าสงวนนะครับ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชุมชน และไฟป่านั้นมักจะมาจากฝีมือของมนุษย์ นั่นหมายความว่า เราทุกคนจะต้องตระหนักและช่วยเหลือกัน ไม่ก่อกิจกรรมที่อาจจะทำให้เกิดไฟและมีความ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดไฟลุกลามไปในพื้นที่ป่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเรานะครับ ๒. ทรัพยากรไม่เพียงพอนะครับ เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และท้องถิ่นมีจำนวนไม่เพียงพอและขาดอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการ เข้าพื้นที่ยาก เช่น บนเขาสูงชันไม่สามารถเดินขึ้นไปได้ ต้องใช้ ฮ. หรือ Drone การดับไฟป่า ที่ดงพญาเย็นที่ผ่านมามีทั้งเฮลิคอปเตอร์ของอุทยาน ปภ. และกองทัพ เฮลิคอปเตอร์ของ อุทยานเป็น ฮ. ที่เป็นแบบปกติครับ หิ้วถังน้ำได้ ๑,๐๐๐ ลิตร จุได้จริงก็น่าจะสัก ๙๐๐ ลิตร สำหรับไฟที่มีวงกว้างและใหญ่ขนาดนี้ ๙๐๐ ลิตรก็เหมือนเอาน้ำไปโปรย ๆ ให้มันชื้น ๆ แล้วเดี๋ยวสักพักมันก็ผุด ๆ ลุกลามขึ้นมาใหม่ครับ ส่วนของกองทัพบรรจุได้ ๓,๐๐๐ ลิตร แต่การโปรยในที่สูงมันก็กระจายออกไป มันก็ไม่มีประสิทธิภาพครับ แต่เฮลิคอปเตอร์ของ ปภ. มีประสิทธิภาพมาก ใช้งานได้ดี ดับไฟได้ดี แต่มีจำนวนน้อยครับ หากเราดับไฟได้ไว ก็จะลดการสูญเสียทรัพยากรและลดมลพิษที่เกิดจากควันไฟได้นะครับ และเมื่อถึงเวลาที่ ดับไฟได้แล้วเราก็ต้องระวังตอไฟที่กำลังคุกรุ่นอยู่ก็ต้องคอยดับอยู่เรื่อย ๆ นะครับ และเมื่อ เกิดเหตุขึ้นเราก็ยังขาดการแชร์ข้อมูลระหว่างหน่วยงานจากฐานข้อมูลที่ไซโลอีกนะครับ หน่วยงานต่าง ๆ ยังขาดการแชร์ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิด ไฟไหม้ขึ้นมาและเป็นเหตุด่วน กว่าจะสอบถามข้อมูลว่าไฟไหม้ตรงไหน อะไร อย่างไร โน่นครับไฟลามไปหมดแล้วเรียบร้อยนะครับ เราควรมีระบบฐานข้อมูลกลางที่แจ้งให้ ทุกหน่วยงานได้ทราบว่าตรงนั้น ตรงนี้ มีเหตุไฟไหม้นะครับ ยิ่งเรารู้ได้ไว จัดการได้ไว เราก็จะ ไปดับได้ไว จะเกิดความสูญเสียน้อยที่สุดนะครับ สิ่งนี้เราสามารถทำได้นะครับ ถ้าเราบริหาร จัดการอย่างเข้มข้นและเอาใจใส่ ทำอย่างไรดี สำนักงานป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ควรมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ดาวเทียม เอไอ และ Drone เพื่อจัดการเฝ้าระวังนะครับ เราต้องพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เพิ่มงบประมาณให้กรมป่าไม้ กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และท้องถิ่น จากข้อมูลที่ผมได้ทราบมานะครับ อบต. พญาเย็นได้รับงบประมาณไฟป่าแค่ปีเดียว ถ้าไม่ปี ๒๕๖๕ ก็ปี ๒๕๖๖ นี่ล่ะครับ เป็นเงิน จำนวน ๑๘,๐๐๐ บาท และไม่เคยได้รับเงินงบประมาณไฟป่าอีกเลย หลังจากนั้น ๑๘,๐๐๐ บาทกับพื้นที่กว่าหมื่นไร่นะครับ คิดดูตกไร่ละ ๑.๘๐ บาทโดยประมาณนะครับ ก็อยากให้ จัดตั้งทีมไฟป่ามืออาชีพที่มีการฝึกอบรมและมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับพื้นที่สูงชัน ทำไมผม ถึงพูดแบบนี้ครับ ก็เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ดงพญาเย็นเป็นพื้นที่สูงชัน ไม่ใช่ว่ามี เฮลิคอปเตอร์แล้วจะส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปดับไฟได้นะครับ ทุกคนไม่สามารถโรยตัว จากเฮลิคอปเตอร์ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการฝึกฝนและอบรมจนชำนาญ เพราะคนเป็นกำลัง สำคัญ ตัดสินใจและตอบสนองได้ไวต่อเหตุการณ์ที่มีประสิทธิภาพในการดับไฟนะครับ สุดท้ายนะครับ ผมขอเรียกร้องอยากให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ และสนับสนุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เราต้องไม่ปล่อยให้ไฟป่ากลายเป็นปัญหาซ้ำซากที่ทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพของประชาชน และอนาคตของประเทศอยู่แบบนี้จนกลายเป็น เรื่องปกติ ทุกครั้งที่ไฟไหม้ป่าคืออนาคตของลูกหลานของเราที่ได้รับผลกระทบ เรามาช่วยกัน รักษาทรัพยากรป่าไม้และอากาศบริสุทธิ์ไร้ฝุ่นควันเพื่อให้คนรุ่นถัดไปกันเถอะครับ เอาจริง สักทีครับ ขอบคุณมากครับ