รวี ยันรัฐบาลมีมาตรการลดฝุ่น PM2.5 ครอบคลุมทุกด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘

รวี เล็กอุทัย หารือเรื่องความสำคัญของญัตติแก้ไขฝุ่น PM2.5 และยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการหลายด้านครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพประชาชน การเยียวยาเกษตรกรอ้อย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อลดมลพิษทางอากาศในระยะยาว

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ญัตติเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 นี้เป็นญัตติที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ เป็นอย่างมากครับ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัวแทนของพี่น้องประชาชน รวมถึง ในฐานะคณะกรรมาธิการผู้ร่างกฎหมายอากาศสะอาดอยู่ ณ ปัจจุบัน ท่านประธานครับ เรื่องของการแก้ไขฝุ่น PM2.5 หรือมลพิษทางอากาศนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มากครับ เพราะมัน ครอบคลุมในเรื่องของการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานหลายภาคส่วน เป็นอย่างมาก รวมไปจนถึงการที่จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเราทราบกันดีครับอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าการเกิดของฝุ่น PM2.5 ก็ดีหรือหมอกควันต่าง ๆ ก็ดีมันมาจาก หลายภาคส่วนมาก ๆ การจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้มันจึงจำเป็นจะต้องมีการถก มีการแก้ไข ปัญหาในหลากหลายมิติ ซึ่งรัฐบาลเราก็มีการดูแลเรื่องนี้ ติดตามเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ สม่ำเสมอ ตามมติ ครม. ของคณะรัฐมนตรีประจำวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๘ ทาง ครม. ได้มี การให้ความใส่ใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 มาโดยตลอดครับ ไม่ว่าจะเป็นทาง กระทรวงสาธารณสุขเอง ที่มีการขยายการบริการนักการแพทย์ ดูแลสุขภาพของพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์บริการฉุกเฉินด้านการแพทย์เพื่อรับมือกับกรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมกับผู้ประกอบการในการงดการรับซื้อ อ้อย แต่ในส่วนนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงเรื่องของมาตรการที่มีการ ปิดโรงงานแล้วส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวอ้อย ทางรัฐบาลเองไม่ได้มองข้ามเรื่องนี้ครับ โดย สส. ของพรรคเพื่อไทยเราเองก็ดี ไม่ว่าจะเป็นท่านธีระชัย แสนแก้ว ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ หรือท่านวัชระพล ขาวขำ ได้ติดตามลงไปในพื้นที่เพื่อสอบถามแล้วก็ดูแลพี่น้องประชาชนชาวไร่อ้อย ซึ่งตอนนี้รัฐบาล เรามีการพูดคุยถึงเรื่องการเยียวยาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีการตัดอ้อยสด ซึ่งสิ่งนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องยืนยันว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และมันเป็นการทำให้เห็นว่ารัฐบาลเรามีความมุ่งมั่น และเข้มงวดมากขึ้นในการลดปัญหา เรื่องการเผาพืชเรื่องอ้อย เพราะฉะนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการ ทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบังคับใช้กฎหมาย ส่งเสริม และรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเผาป่า ตรวจจับผู้เผาป่า ผู้เผาตอ ซังข้าว ข้าวโพด อ้อย และพืชอื่น ๆ กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรได้มีการกำหนด มาตรการห้ามนำเข้าอ้อยไฟไหม้ รวมถึงพืชเกษตรอื่น ๆ ที่มีการเผา กระทรวงกลาโหม หน่วยงานความมั่นคง และกรมศุลกากรได้มีการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าพืชที่ผ่านการ เผาทุกชนิดตามแนวเขตชายแดน กระทรวงคมนาคมมีการตรวจสอบและห้ามใช้ยานพาหนะ ที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะรถกระบะ รถขนส่งโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก ขนาดใหญ่ กระทรวงมหาดไทยมีการควบคุมการก่อสร้างในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้ง กำหนดมาตรการป้องกันการปล่อย PM2.5 จาก Site งานก่อสร้าง มีการกำชับกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมการ ป้องกันกรณีที่มีการลักลอบการเผาและเกิดไฟไหม้ลุกลามในวงกว้าง กระทรวง DE กระทรวง อุดมศึกษา แล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการพัฒนาร่วมกันในการ พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลางเกี่ยวกับจุด Hotspot และการระบายอากาศหมุนเวียน โดยใช้ข้อมูลจากจานดาวเทียม หรือใช้ Sensor วัดคุณภาพอากาศ รวมถึงกระทรวงการ ต่างประเทศได้มีการหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมมือกันหารือในการหามาตรการ ในการลดฝุ่นต่าง ๆ ท่านประธานครับ อย่างที่ผมกล่าวไปว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แล้วต้องมีการพูดคุยกับหลาย ๆ ภาคส่วน การที่รัฐบาลเรามีการออกมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่าเราไม่ได้ละเลยพี่น้องประชาชนอย่างที่มีใครหลายคนกล่าวอ้าง ตัว พ.ร.บ. อากาศสะอาดเองก็ดี เป็นสิ่งที่เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นเครื่องมือในการ แก้ไขปัญหาระยะยาวเรื่องฝุ่น เรื่องมลพิษทางอากาศ เพราะเราไม่ได้มองเรื่องการแก้ไข ปัญหาที่ปลายทาง แต่เรามองไปจนถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ หรือแหล่งกำเนิด มลพิษทางอากาศต่าง ๆ ซึ่งท่านวิสาระดีที่อยู่ข้าง ๆ ผมนี้จะเป็นคนพูดต่อไปว่ามีอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยากจะขอสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนทุกท่าน รวมถึง สส. ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ทุกท่านว่าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ๆ ในการที่จะแก้ไขเรื่องฝุ่น PM2.5 ให้มันลดน้อยถอยไป เพราะเราทราบกันดีครับว่าทุกวันนี้เราอยู่ในสภาพภูมิอากาศ ที่มันแย่จริง ๆ อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ ผมเองปกติก็เป็นคนที่ไม่ได้แพ้อากาศอะไร แต่สถานการณ์ ฝุ่นที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ก็ส่งผลกระทบต่อตัวผมเองรวมถึงคนในครอบครัวด้วยเช่นกัน มันจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมขอยืนยันแล้วก็สนับสนุนในญัตตินี้ว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีการแก้ไขเรื่องนี้นั้น เรามีความพยายามในการที่จะทำให้ทุกหน่วยงานนั้นมองเห็นเรื่องฝุ่น เรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องเรื่องเดียวกัน ปัจจุบันกฎหมายไทยเรายังมีช่องว่าง เรามีช่องโหว่อยู่ในการที่จะต้อง ทำให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ นั้นไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะฉะนั้น ตัวกฎหมายอากาศสะอาดที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยทำให้การ ทำงานของภาครัฐนั้นสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จะต้องเข้าไป อยู่ในนโยบายของทุกนโยบายในของทุกกระทรวง ต้องมีการคำนึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ต้องมีการ คำนึงเรื่องการลดปริมาณฝุ่น ส่วนมาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขระยะสั้น ระยะกลางรัฐบาล ไม่ได้ละเลยแน่นอน อย่างที่ผมได้กล่าวไปว่าทางท่านรัฐมนตรีได้มีการสั่งการกระทรวงต่าง ๆ ให้มีการดูแลกำชับอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และในระยะยาวเราก็เชื่อมั่นว่าเมื่อกฎหมาย อากาศสะอาดออกมาแล้วเราจะสามารถทำให้การลดฝุ่น ลดมลพิษทางอากาศนั้นลดลง ได้จริง ๆ และคืนอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ