วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก เสนอแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากไฟป่า โดยชี้ให้เห็นสถิติพื้นที่เผาไหม้ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ และยกตัวอย่างโครงการศึกษาหน้างานของพรรคก้าวไกลเพื่อลดปัญหา พร้อมเสนอข้อเสนอแนะ ๔ ข้อต่อรัฐบาล วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก นำเสนอ ๔ แนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดลำพูน ได้แก่ การรณรงค์งดเผา, การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อท้องถิ่น, การทำแนวกันไฟล่วงหน้าระยะ ๖-๑๐ เมตร และอบรมเสริมทักษะเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า พร้อมรายงานความคืบหน้าโครงการปีปัจจุบัน
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลำพูน พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายปัญหาเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 นะครับ อย่างที่ทุกท่าน ทราบครับว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 มีจากหลายปัจจัยนะครับ แล้วก็ไฟป่าก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 นะครับ และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้นมาครับ ไฟป่าเริ่มเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 ซึ่งมีค่าการเผามากกว่าภาคการเกษตรนะครับ โดยเฉพาะภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ พื้นที่ไฟไหม้ ป่ามีพื้นที่มากถึง ๔ ล้านไร่ หรือคิดเป็นพื้นที่มากกว่า ๖,๔๐๐ ตารางกิโลเมตร เพื่อให้ ท่านประธานได้เห็นภาพชัดก็คือใหญ่กว่าจังหวัดกรุงเทพประมาณ ๔ เท่า ดังนั้นการมี มาตรการดูแลป้องกันไฟป่าจึงมีความสำคัญที่จะช่วยควบคุมปริมาณฝน PM2.5 ซึ่งในช่วง ต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลซึ่งตอนนั้นยังไม่ถูกยุบ ได้มีโครงการก้าวไกล สู้ไฟป่า ให้กับ สส. ภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่ในการศึกษาหน้างานจริงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ของจังหวัดตาก สส. คริษฐ์ ปานเนียม พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ก็คือ สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ และเพื่อน สส. จังหวัดเชียงใหม่แล้วก็เชียงราย รวมถึงจังหวัดลำปาง แล้วก็ลำพูนของผม เพื่อเข้าไปศึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาของหน้างานจริง แล้วก็ช่วยให้เจ้าหน้าที่ช่วยกัน ปฏิบัติงานช่วยกันดับไฟป่านะครับ แล้วหลังจากได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจะต้องมาถอดบทเรียน เพื่อเสนอแนะแนวทางให้กับทางรัฐบาลได้นำปัญหาต่าง ๆ เข้าไปแก้ไขและสามารถลดปัญหา ฝุ่น PM2.5 จากไฟป่าได้ครับ ผมจึงมีข้อเสนอแนะให้กับทางรัฐบาลอยู่ ๔ ข้อ เพื่อให้ทาง รัฐบาลได้นำไปปรับใช้
ข้อที่ ๑ คือการรณรงค์และการบังคับใช้มาตรการงดเผาในที่โล่งครับ ซึ่งรัฐบาลสามารถใช้กลไกของกรมการปกครองได้เลยนะครับ และผมทราบมาว่าทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปให้ทางผู้ว่าราชการเป็นแม่งาน โดยที่จังหวัด ลำพูนครับ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาทางท่านผู้ว่าได้สั่งการให้ทางท่านนายอำเภอทั้ง ๘ อำเภอในจังหวัดลำพูนได้ลงพื้นที่กำชับเรื่องของการเผาแล้วก็หาจุด Hotsport ต่าง ๆ อันนี้จะเป็นส่วนที่ช่วยให้การรณรงค์ในการงดเผาในที่โล่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนข้อที่ ๒ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงข่าวสารต่าง ๆ ขอสไลด์ ที่ ๒ เพราะว่าว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวอาจจะเป็นทำให้ประชาชนได้รับ ข่าวสารในเชิงลบมากไป ต้องมีการช่วยรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ครับ ในพื้นที่จังหวัด ลำพูนได้มีสื่อสารมวลชนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่าง Page ฮาลำพูนซึ่งมีผู้ติดตามในพื้นที่ มากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ทำให้เข้าถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของการรณรงค์ป้องกันการ เผา แล้วก็ปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้ และยิ่งไปกว่านั้นผมเองก็ได้ทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ให้กับ พื้นที่ชุมชนที่ใช้ประโยชน์กับพื้นที่ป่านะครับ และใช้ประโยชน์เข้าไปในป่าเพื่อรณรงค์ป้องกัน การงดเผานะครับ ส่วนข้อที่ ๓ การทำแนวกันไฟอย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ก็เป็นส่วนที่ สำคัญมาก เพราะว่ากันแนวกันไฟนี้ป้องกันการลุกลามของไฟป่า ต้องมีการศึกษาลงพื้นที่จริง วางแผนร่วมกัน แล้วก็มีการเตรียมการล่วงหน้าเพราะว่าในทุก ๆ ปีที่ผ่านมาครับ การทำแนว กันไฟก็จะทำในช่วงหลังจากเกิดไฟแล้วนะครับ แต่ส่วนที่ผมกำลังนำเสนอนี่คือเป็นการ ทำแนวกันไฟในช่วงก่อนที่จะเกิดไฟ แล้วจากการลงพื้นที่ลองทำงานจริงในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้มีข้อมูลร่วมกันกับทางวิชาการ ก็คือระยะแนวป้องกันไฟที่มีความเหมาะสมอยู่ในช่วงที่ ๖-๑๐ เมตรครับ และยิ่งไปกว่านั้นหลังจากทำแนวกันไฟเสร็จแล้วเราต้องเอาให้การอบรม เจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็น ทสม. หรือ ชรบ. เข้าไปสำรวจแนวกันไฟที่เราทำไปแล้วนะครับ เพราะป้องกันใบไม้หรือว่าแหล่งเชื้อเพลิงใหม่ที่จะเข้ามาทับถมในพื้นที่แหล่งแนวกันไฟ ที่เราทำแนวไว้เพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้ข้ามแนวกันไฟนะครับ แล้วข้อที่ ๔ การอบรม อาสาสมัครป้องกัน ๆ ไฟป่านะครับ อย่างที่ทุกท่านทราบครับว่าเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกัน ไฟป่าส่วนมากจะมาจาก ทสม. หรือ ชรบ. ในชุมชนนะครับ เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้จะมีความชำนาญในการดับไฟในพื้นที่โล่ง แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดังกล่าว จะไม่มีความชำนาญหรือทักษะในการดับไฟป่า หรือเข้าไปเผชิญเหตุในพื้นที่ป่าครับ อย่างที่ ท่านได้เห็นทุกวันว่าจะมีข่าวทุก ๆ ปีว่าเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าเสียชีวิตขณะปฏิบัติในป่า หรือประสบอุบัติเหตุในป่าเพราะว่ายังขาดทักษะการดับไฟในพื้นที่ป่า และการเผชิญเหตุ ในพื้นที่ที่มีความลาดชัน ดังนั้นการเพิ่มทักษะหรือการอบรมเสริมทักษะให้กับเจ้าหน้าที่ ป้องกันไฟป่าจะมีการเพิ่มศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ในการดับไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากทั้ง ๔ ข้อที่ผมได้นำเสนอให้กับรัฐบาลเข้าไปดำเนินการ และสามารถทำได้เลยนะครับ เพราะว่ามีความพร้อมและมีศักยภาพทั้งด้านงบประมาณครับ ผมจะขอนำเสนอในสไลด์ สุดท้าย สไลด์ที่ ๕ นะครับ เนื่องจากเราต้องทำศึกษาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาครับ ปีนี้เราเลย ประสานงานกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นทางท่านนายอำเภอเมืองและอำเภอ แม่ทาว่าจะขอทำแนวกันไฟในพื้นที่มากกว่า ๕ กิโลเมตร เราเริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่ช่วงเดือน พฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงเดือนมกราคม มีการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และเดิน สำรวจแนวไฟป่าเมื่อปีที่ผ่านมาที่มีการเกิดซ้ำบ่อย ๆ แล้วก็เริ่มมีการประชาสัมพันธ์แจก แผ่นพับให้รณรงค์ให้กับชุมชนที่อยู่ติดป่า หรือว่าชุมชนที่เข้าไปใช้ทรัพยากรในป่าครับ เพื่อป้องกันการงดเผา แล้วก็มีติดแผ่นป้ายการงดเผาในพื้นที่ป่าชุมชนหรือว่าป่าอนุรักษ์ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ครับ และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือน พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ตอนนี้เรากำลังรอให้ต้นไม้กำลังผลัดใบแล้วจะทำแนวกันไฟป้องกัน ไฟป่า แล้วก็ในช่วงระหว่างนั้นเราก็จะทำเรื่องของการเดินสำรวจซ้ำว่าแนวกันไฟที่เราทำไว้ จะไม่มีใบไม้มาทับถมเพื่อให้การป้องกันแนวกันไฟสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ซึ่งหลังจากที่ผมได้อภิปรายผมหวังว่าจังหวัดลำพูนจะเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่จะช่วยลดไฟป่า เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ให้กับประเทศไทยได้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน