จินดารัตน์ รายงานหนี้สาธารณะปีงบประมาณ ๒๕๖๗ พุ่ง ๑๑.๖ ล้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘

จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รายงานการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ตามพระราชบัญญัติ โดยแบ่งเป็นการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจรวมกว่า ๗๘๘,๖๓๐ ล้านบาท ส่วนหนี้สาธารณะสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๗ อยู่ที่

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติไว้ว่าภายใน ๖๐ วันนับแต่ วันสิ้นปีงบประมาณให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินและการค้ำประกันที่กระทำ ในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุ รายละเอียดของการกู้เงินและการค้ำประกัน รวมถึงผลสัมฤทธิ์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับค่ะ กระทรวงการคลังขอรายงานผลการกู้เงินตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ สำหรับปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ดังนี้นะคะ การบริหารหนี้สาธารณะของประเทศในแต่ละปี คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะมีหน้าที่ในการจัดทำแผนการ บริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณขึ้น เพื่อเป็นกรอบในการกู้เงินและการบริหารหนี้ ของกระทรวงการคลัง รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะและมีการปรับปรุงในระหว่างปีอีก ๓ ครั้ง ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้ของหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีผลการกู้เงิน ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ดังนี้

แผนแรก เป็นแผนการก่อหนี้ใหม่ โดยมีผลการก่อหนี้ใหม่ จำนวน ๗๘๘,๖๓๐ กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๖๙.๐๒ ของแผนการก่อหนี้ใหม่

แผนที่ ๒ คือแผนการบริหารหนี้เดิม มีผลการบริหารที่เดิม จำนวน ๑,๗๖๑,๒๔๑ กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๖.๗๗ ของแผนการบริหารหนี้เดิมค่ะ

แผนที่ ๓ คือแผนการชำระหนี้ มีผลการชำระหนี้ จำนวน ๔๙๑,๗๑๗ กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๐๘.๒๗ ของแผนการชำระหนี้ค่ะ โดยมีรายละเอียด ประกอบด้วยดังนี้

แผนที่ ๑ ผลการก่อหนี้ใหม่ จำนวน ๗๘๘,๖๓๐ ล้านบาท ก็จะแบ่งใหญ่ ๆ เป็น ๒ รายการด้วยกันนะคะ รายการแรกเป็นการกู้เงินใหม่ของรัฐบาล จำนวน ๖๙๙,๒๕๒ ล้านบาท ประกอบด้วยการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จำนวน ๖๖๐,๐๐๐ ล้านบาท และส่วนที่ ๒ เป็นการที่รัฐบาลกู้มาเพื่อให้รัฐวิสาหกิจ กู้ต่อ ซึ่งเป็นโครงการประเภท Public Service จำนวน ๓๙,๒๕๒ กว่าล้านบาท ส่วนที่ ๒ ที่เป็นการก่อหนี้ใหม่กู้เงินใหม่ของรัฐวิสาหกิจ มีจำนวน ๘๙,๓๗๗ ล้านบาท โดยเป็นการ กู้เงินเพื่อลงทุนตามภารกิจของหน่วยงาน จำนวน ๔๓,๙๙๗ ล้านบาท และเป็นการกู้เงิน เพื่อดำเนินโครงการหรือเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการทั่วไป จำนวน ๔๕,๓๘๐ ล้านบาท

ส่วนแผนที่ ๒ มีผลการบริหารหนี้เดิม จำนวน ๑,๗๖๑,๒๔๑ กว่าล้านบาท โดยแบ่งเป็นการบริหารหนี้เดิมของรัฐบาล จำนวน ๑,๖๖๔,๑๐๘ ล้านบาท และการบริหาร หนี้เดิมของรัฐวิสาหกิจ จำนวน ๙๗,๑๓๒ ล้านบาท

ทั้งนี้ การบริหารที่เดิมก็จะมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริหารความเสี่ยงและปรับ โครงสร้างหนี้ที่จะครบกำหนดของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจในอนาคต เป็นการบริหารต้นทุน การกู้เงินของรัฐบาลให้สอดคล้องกับภาวะตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการปิด ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเงินกู้ต่างประเทศของทางรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจค่ะ

สำหรับแผ่นที่ ๓ มีผลการชำระหนี้ จำนวน ๔๙๑,๗๑๗ ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการชำระหนี้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จำนวน ๓๔๕,๗๑๓ ล้านบาท และการชำระหนี้จากแหล่งอื่น จำนวน ๑๔๖,๐๐๓ ล้านบาท

สำหรับระดับหนี้สาธารณะคงค้างในสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๗ มีจำนวนอยู่ที่ ๑๑,๖๒๗,๘๕๓ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณที่แล้ว จำนวน ๔๙๖,๒๐๐ กว่า ล้านบาท โดยหนี้ที่เพิ่มขึ้นมาก็จะมาจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ของรัฐบาล และรัฐบาลกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อสำหรับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งนี้การกู้เงินของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นการกู้เงิน เพื่อใช้จ่ายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน ในการดำเนินกิจการทั่วไปค่ะ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศให้เศรษฐกิจขยายตัวและเติบโตได้ตามศักยภาพในระยะยาวนะคะ โดยระดับหนี้ สาธารณะของประเทศก็ยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะที่คณะกรรมการนโยบาย การเงินการคลังของรัฐกำหนด คือไม่เกินร้อยละ ๗๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือที่เรียกว่าจีดีพี ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินของรัฐนะคะ ทั้งนี้ -หนี้สาธารณะต่อจีดีพี

- - และสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๗ อยู่ที่ร้อยละ ๖๓.๓๒ ค่ะ นอกจากนี้กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะก็ได้ดำเนินการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการ พัฒนาและโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จของรัฐวิสาหกิจตามหลักเกณฑ์ของการประเมินผล โครงการใน ๕ ด้านด้วยกันนะคะ คือด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ ประสิทธิผล ผลกระทบ ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนของโครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการพัฒนาจำนวน ๑๑ โครงการ และโครงการ จำนวน ๓ โครงการด้วยกัน รวมเป็นทั้งสิ้น ๑๔ โครงการ โดยผล การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการพบว่าโครงการส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์เป็นไปตาม เป้าหมายนะคะ ได้แก่ระดับ A หรือที่เรียกว่าพึงพอใจมากที่สุด จำนวน ๗ โครงการ ระดับ B หรือพึงพอใจมาก จำนวน ๖ โครงการ และระดับ C คือพึงพอใจ จำนวน ๑ โครงการ โดยมี รายละเอียดดังนี้ค่ะ

โครงการที่มีผลการประเมินระดับ A จำนวน ๗ โครงการก็จะประกอบด้วย โครงการแรก โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ ๓ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย โครงการที่ ๒ คือโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจากโครงการ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวของ กฟผ. เช่นเดียวกันค่ะ โครงการที่ ๓ คือ โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โครงการ ที่ ๔ คือโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเวียงเชียงของ อำเภอ เชียงของ จังหวัดเชียงรายของการประปาส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกัน โครงการที่ ๕ คือโครงการ ก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี สามโคก ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีของการประปาส่วนภูมิภาค โครงการที่ ๖ โครงการพัฒนา สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางบริเวณสถานีสะพานพระนั่งเกล้าของการ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รฟม. สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง บางใหญ่-บางซื่อ โครงการที่ ๗ โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนหรือ Local Economy Loan ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank นะคะ

สำหรับผลการประเมินระดับ B หรือที่เรียกว่าพึงพอใจมาก จะมีจำนวน ๖ โครงการด้วยกันนะคะ โครงการแรกคือโครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าระยะ ที่ ๒ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โครงการที่ ๒ คือโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานี ไฟฟ้าระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๒ ของ กฟภ. เช่นเดียวกัน โครงการที่ ๓ คือโครงการก่อสร้าง ปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาของ การประปาส่วนภูมิภาค โครงการที่ ๔ คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วง Bearing สมุทรปราการของกรุงเทพมหานคร โครงการที่ ๕ โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางของการยางแห่งประเทศไทย โครงการที่ ๖ คือโครงการ สร้างมูลพันธ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายางของการยางแห่งประเทศไทยเช่นเดียวกันนะคะ

สำหรับโครงการประเภทที่ ๓ มีผลการประเมินระดับ C หรือเรียกว่าพึงพอใจ มีจำนวนโครงการคือ ๑ โครงการ คือโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคค่ะ โดยกระทรวงการคลังก็จะนำบทเรียนจาก การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการดังกล่าวมาใช้ในการปรับปรุงโครงการที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต สำหรับโครงการในส่วนที่เหลือกระทรวงการคลังก็จะดำเนินการประเมินผล โครงการที่แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาแล้วเสร็จของแต่ละโครงการ แล้วก็จะรายงาน คณะรัฐมนตรีรัฐสภาเพื่อทราบในโอกาสต่อไปค่ะ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบค่ะ