อัครา พรหมเผ่า อธิบายแนวทางบริหารจัดการน้ำในลำน้ำแม่ขาน แม่วาง และแม่ท่าช้างโดยใช้อ่างพลวงเพื่อเก็บกักน้ำและตะกอนดินที่ต้นน้ำ พร้อมเ
ต้องขอบคุณท่านภัทรพงษ์มากเลยครับ ข้อมูลค่อนข้างจะแน่นนะครับ จริง ๆ ผมมี กำหนดการอยู่แล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะลงพื้นที่ของท่านอยู่ครับ ชลประทานเรามีแนวคิด ในการบริหารจัดการน้ำค่อนข้างชัดเจนนะครับ ท่านถามในเรื่องของลำน้ำแม่ขานและ แม่ท่าช้างรูปแบบการบริหารจัดการน้ำก็ไม่ต่างจากที่ผมตอบท่านศรีโสภาไป คือเราทำเป็น ลุ่มน้ำนะครับ อย่างลำน้ำแม่ขานข้อมูลทางชลประทานที่เราสำรวจมาทั้งหมด มีลำน้ำสาขา ทั้งหมดถ้าจำไม่ผิดน่าจะ ๑๘ ลำน้ำสาขาใช่ไหมครับท่าน ๑๘ สาขา เนื่องจากที่ท่านภัทรพงษ์ ให้ข้อมูลเมื่อสักครู่ว่าลำน้ำแม่ขานมีโครงการที่จะทำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นะครับ แต่ด้วย สภาวะแวดล้อม ณ ตอนนั้นถ้าเกิดเรามีการก่อสร้างเกิดขึ้นน้ำส่วนหนึ่งจะเอ่อล้นไปท่วม ชุมชน ท่วมวัด ท่วมโรงเรียน ซึ่งค่อนข้างจะละเอียดอ่อนแล้วสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชน แล้วก็ถ้าเกิดมีการก่อสร้างจริงรัฐบาลก็ต้องจัดสรรในพื้นที่ที่จะรองรับกรณีที่มีการ อพยพเกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นโครงการสร้างอ่างขนาดใหญ่ลำน้ำแม่ขานก็เลยถูกพับไป ชลประทานเราไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ หลังจากที่โครงการนี้ได้ถูกพับไปก็มีการสำรวจ ออกแบบการบริหารจัดการน้ำเหมือนที่ท่านภัทรพงษ์ได้ให้ข้อมูลไปว่าเราจะทำลักษณะ ของอ่างพลวงนะครับ อ่างพลวงก็เป็น Wording หนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา บริบทจริง ๆ ก็คือ เหมือนที่ผมพูดถึงเรื่องที่ดอยเต่าที่ท่านศรีโสภาได้ตั้งกระทู้ถาม ก็คือเราใช้มาตรา ๑๙ ที่เปิดให้ สวพส. สร้างฝายขนาดเล็กขึ้นในพื้นที่ของอุทยาน ทางเทคนิคแล้วทาง สวส. ซึ่งภารกิจของท่านก็คือโครงการพระราชดำริ หน่วยงานของท่านคือสถาบันวิจัยพื้นที่สูง เรื่องของการเอา Knowhow เอาองค์ความรู้ไปส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกร แต่เมื่อโครงการ พระราชดำริแล้วก็ สวพส. ภารกิจของท่านจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีน้ำ เพราะว่าภารกิจของท่าน เกี่ยวกับการเกษตร ก็เลยใช้มาตรา ๑๙ เพิ่มแหล่งน้ำในพื้นที่สูงนั่นก็คือลำน้ำสาขาทั้ง ๑๘ สาขา ที่ไหลลงสู่ลำน้ำแม่ขานนะครับ จริง ๆ ก็ไม่เฉพาะแค่ในพื้นที่ของท่านภัทรพงษ์ ไม่ใช่ แค่ลำน้ำแม่ขาน ลำน้ำแม่วาง แล้วก็แม่ท่าช้างใช่ไหม ที่เชียงใหม่เขาเรียกแม่ตาช้างใช่ไหม ทั้ง ๓ สาขานี้เราก็ใช้ Model เดียวกันในการบริหารจัดการน้ำ ๑. ต้นน้ำเราก็ต้องพยายาม เก็บกักไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งน้ำต้นทุน ทั้งตะกอนดิน ตะกอนทรายที่จะไหลลงสู่อ่างขนาดใหญ่ หรือลำน้ำขนาดใหญ่ที่ชลประทานและกรมเจ้าท่าบูรณาการร่วมกันนะครับ ดักน้ำไว้นะครับ ในลำน้ำสาขา ๑๘ สาขา ผมเชื่อแน่ว่าถ้าเราทำลักษณะของอ่างพลวงเหมือนที่ท่านภัทรพงษ์ ได้ให้ข้อมูลเมื่อสักครู่ ดักไว้ให้มากที่สุด ปริมาณน้ำฝนสะสมที่จะไหลลงสู่ทั้งแม่น้ำลำน้ำขาน แม่ท่าช้าง แล้วก็แม่วาง เราดักไว้ได้มากที่สุดอย่างน้อยก็บรรเทา บรรเทาเรื่องอะไรบ้าง เหมือนที่เชียงรายเจอก็คือมันไม่ใช่แค่น้ำ มันเป็นตะกอนดิน ตะกอนทรายที่เกิดการชะล้าง เนื่องจากเราต้องยอมรับว่าการทำพื้นที่การเกษตรในภาคเหนือส่วนหนึ่งก็เป็นพืชล้มลุก อาจจะเป็นพวกข้าวโพดปลูกเสร็จแล้วก็เผานะครับ เผาเสร็จหน้าดินถูกชะล้างไม่มีป่าที่จะ ชะลอเรื่องตะกอนดิน ตะกอนทรายก็ทำให้เกิดเหมือนสึนามิบก ดินก็ถูกชะล้างถล่มลงมา ข้างล่าง เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาของชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราไม่ได้ แก้ปัญหาแค่เรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วมอย่างเดียวนะครับ วิกฤติตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือเปลี่ยน พฤติกรรมการเพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกรนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรามี นโยบายในการทำเกษตรทันสมัยนะครับ ก็คือปลูกพืชในโรงเรือน ทำอย่างไรให้ลดต้นทุนของ พี่น้องเกษตรกร ๒. ผลที่เราจะได้รับ ก็คือในเรื่องของการลดฝุ่น PM แล้วก็เพิ่มรายได้ของ พี่น้องเกษตรกร ผมขอยกตัวอย่างที่ชุมชนมิ่งเอี้ยน แล้วก็พี่น้องลีซูที่บ้านแม่ต๋ำน้อยที่จังหวัด พะเยาที่ผมเอาเกษตรทันสมัยเข้าไปเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดของพี่น้องชาติพันธุ์ พอเขาปลูกข้าวโพดปีหนึ่งเนื้อที่ประมาณผมไม่แน่ใจว่า ๕ หรือ ๑๐ ไร่ ปีหนึ่งเขาขายได้ ประมาณ ๖๐,๐๐๐ เสร็จเก็บข้าวโพดเขาก็เผา เผาเพื่อที่จะปลูกถั่วเหลือง ปลูกฝ้ายต่อ ผมก็เลยเปลี่ยนเป็นเกษตรทันสมัย เอา สวพส. ไปให้องค์ความรู้แล้วก็เอาพัฒนาที่ดิน ไปพัฒนาเรื่องแหล่งน้ำ ให้ชลประทานไปทำเรื่องแหล่งน้ำให้พี่น้องชาติพันธุ์เสร็จให้เขา ปลูกพืชในโรงเรือน เชื่อไหมครับเนื้อที่ไม่ถึงไร่เขาปลูกแตงกวาญี่ปุ่น ปลูกฟักทองญี่ปุ่น เขาเรียกบัตเตอร์นัต บัตเตอร์นัตนี่ถ้าเกิดบอกว่าฟักทองไปขายตลาดกิโลละ ๕ บาท พอเป็นบัตเตอร์นัต ขาย ๓๕ บาท นี่ก็คือเกษตรทันสมัยนะครับ เกษตรมูลค่าสูงที่เราจะไปทำ เปลี่ยน เปลี่ยนอย่างไร เปลี่ยนจากข้าวโพดก็เป็นพืชพวกนี้ครับ เราเกษตรนำสมัยเพิ่มจีดีพี ให้พี่น้องชาติพันธุ์ แล้วก็พัฒนาเรื่องแหล่งน้ำ ที่ลำน้ำทั้ง ๓ ลำน้ำ ทั้งแม่วาง แม่ขาน แล้วก็ แม่ท่าช้างที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ก็ใช้ Model นี้ครับ หลังจากที่พัฒนาเรื่องแหล่งน้ำทำ อ่างพลวงเสร็จเราก็เปลี่ยนพฤติกรรมพี่น้องเกษตรกรในการเพาะปลูกพืช เอาเกษตรนำสมัย เข้าไป ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมนี่คือนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราอยู่แล้ว หลังจากที่ผมตอบกระทู้วันนี้ท่านภัทรพงษ์ ผมก็มีแผนที่จะลงพื้นที่ อย่างไรเชิญท่านลงพื้นที่ ด้วยกัน ผมชื่นชมแนวคิดของท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามตรงนี้ แล้วก็อยากได้ภาคีเครือข่าย ทำงานร่วมกันนะครับ ผมชื่นชมและขอบคุณมากที่ตั้งกระทู้ถามนะครับ ขอเชิญคำถามต่อไป เลยครับ