ศิริสุข ยืนหาญ รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งครอบคลุมการป้องกันประชากรกว่า ๒๗ ล้านคน การจับกุมยาเสพติดกว่า ๑๖๐,๐๐๐ คดี และการบำบัดรักษาผู้ติดยากว่า ๕,๐๐๐ ราย พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน กระผม นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส ขอเสนอรายงานผลการดำเนินงานตามวาระที่ ๒.๓ รายงานผลการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และวาระที่ ๒.๔ รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้
รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบายและแผน ระดับชาติว่าด้วยการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด มีด้วยกัน ๖ มาตรการ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
มาตรการที่ ๑ คือมาตรการด้านการป้องกันยาเสพติด ทุกหน่วยบูรณาการ ที่ทำภายใต้แผนบูรณาการได้ช่วยกันดำเนินการในการป้องกันในกลุ่มประชากรทั้งหมด ได้ทั้งสิ้น ๒๗,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน และแบ่งเป็นเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาประมาณ ๓ ล้านกว่าคน เด็กเยาวชนนอกสถานศึกษาประมาณ ๒๖,๐๐๐ คน แล้วก็กลุ่มแรงงาน ประมาณ ๘๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็ประชาชนทั่วไปประมาณ ๒๓ ล้านคน เป็นการป้องกัน ในหมู่บ้านชุมชนที่มีเป้าหมายรุนแรง เป้าหมายอยู่ที่ ๑๑,๘๒๑ ดำเนินการได้ประมาณ ๘๔ เปอร์เซ็นต์
มาตรการที่ ๒ คือมาตรการปราบปราม เราดำเนินการสกัดกั้นยาเสพติดได้ ๑๒,๑๐๐ กิโลกรัมจากการจับกุมทั่วประเทศ ประมาณ ๘๐,๙๐๐ กิโลกรัมหรือคิดเป็นร้อยละ ๑๕ แล้วกิจกรรมด้านมาตรการปราบปรามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดที่ทำเป็นกลุ่มขบวนการ ทั่วประเทศเราดำเนินการได้ ๔๕๘ เครือข่าย
กิจกรรมที่ ๓ คือการดำเนินงานต่อข้อร้องเรียนที่ประชาชนร้องเรียน เราดำเนินการได้ ๑๒,๙๐๔ เรื่อง กิจกรรมต่อไปเป็นการทำดำเนินงานต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ถูกร้องเรียน เราสามารถดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการกระทำผิด เราดำเนินการได้ ๒๗๗ ราย สรุปการจับกุมภาพรวมจับกุมได้ ๑๙๗,๗๘๐ คดี ได้ผู้ต้องหา ๒๐๔,๓๔๖ ราย
มาตรการที่ ๓ เป็นการสรุปผลการดำเนินงาน คือมาตรการยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบเบื้องต้น รวมทั้งสิ้นได้ ๒๑,๖๑๐ ล้านบาทเศษ
มาตรการที่ ๔ มาตรการบำบัดรักษา สามารถดำเนินการบำบัดรักษาในทุก ระบบภาพรวมดำเนินการได้ ๑๔๕,๕๗๗ ราย เราสามารถเข้าไปดูแลช่วยเหลือตามที่ผู้ป่วย สมัครใจให้ดูแลช่วยเหลือเราสามารถดูแลได้ประมาณเกือบ ๕,๐๐๐ ล้าน หรือ ๔,๙๙๘ ราย เราสามารถพัฒนาหน่วยบริการบำบัดรักษาฟื้นฟูตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ๒๕๖๔ เราสามารถไปพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้จำนวน ทั้งสิ้น ๑๓,๙๕๐ แห่ง และมาตรการอีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยเสริมในการบำบัดรักษาก็คือการให้คำปรึกษาด้านจิต สังคมบำบัดของระบบศาล เพื่อป้องกันในการลดทอนความเป็นคดีอาญา ศาลสามารถ ดำเนินการช่วยในกิจกรรมด้านบำบัดรักษาได้ทั้งสิ้น ๔๖,๓๓๓ ราย นี่คือมาตรการบำบัด
มาตรการที่ ๕ มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานภายในประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านเปิดปฏิบัติการแผนปฏิบัติการ แม่น้ำโขงปลอดภัย ๖ ประเทศ ประกอบด้วยจีน ลาว เขมร เวียดนาม พม่า แล้วก็ไทย สามารถประสานงานการข่าวจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันที่เป็นผู้ก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ได้ทั้งสิ้น ๘๒๑ คดี ผู้ต้องหา ๑,๔๓๖ คน ยึดของกลางยาบ้าได้ ๔๐๐ กว่าล้านเม็ด ไอซ์ประมาณ ๒๖,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วที่สำคัญก็คือสารตั้งต้นที่จะนำไปผลิตยาเสพติด มีงานข่าวที่ร่วมมือกัน ใน ๖ ประเทศ เราสามารถดำเนินการจับสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ได้ ๔๒,๘๗๘ กิโลกรัม
มาตรการที่ ๖ มาตรการสุดท้ายเป็นมาตรการตามตัวชี้วัดตามมาตรา ๓ นโยบายและแผนระดับชาติ สัดส่วนผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต่อประชากรลดลงมีผลการ ดำเนินงานในปี ๒๕๖๖ ๗.๕๖ คนต่อประชากร ๑,๐๐๐ คน
มาตรการที่ ๒ ด้านบริหารจัดการคือร้อยละของคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่อง กับยาเสพติดลดลง ผลการดำเนินงานอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดประมาณ ๕.๕๓
ประเด็นสุดท้ายของมาตรการบริหารจัดการคือร้อยละของความพึงพอใจ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการดำเนินงานป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ผลการดำเนินงานได้ร้อยละ ๘๔ เปอร์เซ็นต์
ปัญหาอุปสรรคต่อการดำเนินงานสรุปได้ที่สำคัญตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ ความเห็นก่อนที่จะนำเสนอต่อสภาผู้แทน
แนวทางการแก้ไขที่ ๑ ในมาตรการป้องกันปัญหาหลัก ๆ อยู่คือการมีส่วน ร่วมจากภาคประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มีแนวทางการแก้ไขที่สำคัญ ในปี ๒๕๖๗ และ ๒๕๖๘ ก็คือกระบวนการส่งเสริมอาสาสมัครหรือการจัดตั้งประชาชน ให้เกิดความเข้มแข็ง ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน แล้วก็เพื่อให้บ้าน วัด ราชการ หรือบวร หรือบ้าน ราชการ มัสยิด หรือโบสถ์คริสต์ ราชการ บ้าน มาปรับให้เกิด ความเหมาะสมในบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ความเข้มแข็งในกระบวนการหมู่บ้าน ชุมชน เป็นเสาหลักในการเฝ้าระวังเสริมสร้างหมู่บ้านให้เข้มแข็งนะครับ
แนวทางการแก้ไขที่ ๒ ก็คือเป็นปัญหาที่มติคณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญมา ก็คือการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนนอกสถานศึกษา มีแนวทางแก้ไข ที่สำคัญก็คือกลไกของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องเชื่อมโยง ประสานสอดคล้องเพื่อแก้ไขปัญหากลุ่ม เปราะบางก็คือกลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มเด็กที่ออกจากระบบการศึกษาก่อนภาคบังคับ อันนี้เป็นป้องกันเพื่อไม่ให้เขาเป็นกลุ่มผู้เสพและกลุ่มผู้ใช้รายใหม่ ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย ที่จะนำเด็กและเยาวชนไทยเข้าไปสู่กระบวนการเสพหรือค้ายาเสพติด โดยกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องถูกบังคับอย่างจริงจังนะครับ
มาตรการที่ ๒ ก็คือมาตรการปราบปรามยาเสพติดนะครับ มีข้อสำคัญของ ปัญหาอยู่ ๒ ข้อ ข้อที่ ๑ ก็คือปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การรับส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งไปรษณียภัณฑ์ และกลุ่มผู้ส่งอาหารหรือ Rider เป็นเครื่องมือการแพร่กระจายการค้ายาเสพติดลงสู่ประชาชน หรือกลุ่มเด็กและเยาวชน แนวทางแก้ไขเราต้องเพิ่มมาตรการปกครองในการป้องกันระบบการรับส่ง การบริการขนส่ง พัสดุภัณฑ์ทางไปรษณีย์นะครับ กำกับการให้ความรู้ การเฝ้าระวังเกี่ยวกับกลุ่มไรเดอร์ กลุ่มประชากรต่าง ๆ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจมอบรางวัลเมื่อมีการแจ้งเบาะแสและนำไปสู่ การจับกุมและการยึดทรัพย์ของผู้ค้ายาเสพติดจากกลุ่มเป้าหมายจากการเป็นลบ ให้กลายเป็นบวกให้เป็นกำลังประชาชนในฝ่ายของราชการนะครับ
ปัญหาที่ ๒ ในด้านปราบปราม ก็คือประสิทธิภาพของการสกัดกั้น การลักลอบนำเข้ายาเสพติดบริเวณชายแดนนะครับ ต้องยอมรับความจริงในประเทศ เพื่อนบ้านเรา ณ วันนี้การนำเข้ายาเสพติดจำนวนมาก แล้วการปฏิบัติการภายนอกประเทศ มันเป็นการปฏิบัติการต้องมีส่วนร่วมต่าง ๆ เรามีแนวทางการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๕ (๑๐) ให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ส. กำหนดพื้นที่ที่มีปัญหาเร่งด่วนนะครับ มติคณะกรรมการ ป.ป.ส. จึงกำหนดให้มีหน่วยบัญชาการปราบปรามยาเสพติดและสกัดกั้น สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ตามแนวชายแดนนะครับ ซึ่งเป็นพื้นที่เร่งด่วนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งสิ้น ๑๔ จังหวัด ๕๑ อำเภอ ถ้าเราหยุดในพื้นที่ ๕๑ อำเภอได้ นั่นก็คือเกือบ ๆ จะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของการนำเข้ายาเสพติดก็จะยุติและหยุดไว้ที่ในพื้นที่ชายแดนดังกล่าวนะครับ
มาตรการต่อไป คือมาตรการบำบัดรักษานะครับ สภาพปัญหาที่ยังคงอยู่ครับ ก็คือการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ฉบับใหม่ ยังไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมมากนัก แนวทางแก้ไขที่สำคัญก็คือ กรณีสมัครใจเข้ารับการบำบัด อันนี้เป็นเจตนารมณ์ของ UN เลย การสมัครใจแบบ บำบัดรักษาเป็นเป้าหมายหลักนะครับ เนื่องจากกฎหมายใหม่จะมีศูนย์ต่าง ๆ เกิดขึ้นนะครับ ตั้งแต่ศูนย์คัดกรอง ศูนย์คัดกรองเป็นจุดแตกหักในการคัดแยกผู้ป่วยอันนำไปสู่การ บำบัดรักษาที่ถูกต้องนะครับ มติคณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญในการจำแนกคือกลุ่ม ผู้ป่วยสีเขียว ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด การบำบัดรักษาอาจจะไม่ต้องใช้ยา ใช้กระบวนการ ครอบครัว กระบวนการชุมชนในการบำบัดรักษา กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองหรือกลุ่ม ผู้เสพยาเสพติด ก็ดูมิติของตัวยา มิติของการรักษา กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มสีแดง คืออาการรุนแรง ก็คืออาจจะมีอาการต่อภาวะจิตประสาท อาการควบคุมตัวเองไม่ได้ อาการทำให้เกิดสิ่ง ต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อนะครับ กลุ่มนี้ต้องอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ และพยาบาล โดยสถานพยาบาลจะกำหนดแผนในการบำบัดรักษาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ เหมาะสมกับสภาพความรุนแรงของการติดยาเสพติด ความเสี่ยงทางกายหรือสุขภาพจิต ของผู้ป่วยให้เป็นไปตามแนวทางและมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดนะครับ
มาตรการที่ ๔ คือมาตรการด้านบริหารจัดการนะครับ เป็นมาตรการของผลการ ดำเนินงาน ปี ๒๕๖๖ มาตรการสุดท้าย พบว่าบุคลากรที่ปฏิบัติงานในด้านป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด หลัก ๆ ขาดขวัญและกำลังใจและแรงจูงใจนะครับ มีทั้งผู้เสพรายใหม่ ผู้ค้ารายใหม่ ผู้เสพซ้ำ ผู้ค้าซ้ำเกิดขึ้นนะครับ แนวทางแก้ไขก็คือ ๑. การหามาตรการและนวัตกรรมในเชิงความรู้ ในการแก้ไขปัญหาให้ตรงกับบริบทของพื้นที่ การเพิ่มมาตรการแรงจูงใจ ความดีความชอบบางเรื่อง และต้องดำเนินการเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเด็ดขาดที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากความ พยายามของหน่วยงานบูรณาการ ๒๘ หน่วยงาน และทุกภาคส่วนในสังคมยังมีช่องว่างของการ พัฒนาที่ต้องผลักดันให้ยกระดับในการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่และกฎหมาย อื่น ๆ อย่างจริงจัง เช่น เพราะบัญญัติการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินหรือพระราชบัญญัติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะเอาถึงตัวการหรือผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมาตรการ บังคับใช้กฎหมาย ในส่วนเรื่องของอุปสงค์ก็คือผู้เสพ ผู้ติด ต้องมีการขยายแนวคิดเปลี่ยน ผู้เสพเป็นผู้ป่วย ลดการตีตราทางสังคม ให้โอกาสเป็นคนดีสู่สังคม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สูงสุดคือปัญหายาเสพติดได้รับการแก้ไขจนไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารและพัฒนาประเทศ นี่คือข้อสรุปของวาระ ๒.๓
๒.๔ รายงานผลการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มี ๔ ประเด็นหลักด้วยกันนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือผลการปฏิบัติงานโดยการใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีผลการจับกุม ผมได้นำเรียนไปแล้วประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าคดี ของกลางได้ยาบ้า ๔๒๙ ล้านเม็ด ไอซ์ ๑๘,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม เฮโรอีน ๘๒๔ กิโลกรัม จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามประมวลกฎหมายใหม่ และจากประมวล กฎหมายใหม่เราได้นำไปสู่การขยายผล นำไปสู่การริบทรัพย์ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งกฎหมายบอกไว้ให้อำนาจในการริบทรัพย์แบบมูลค่า กล่าวโดยสรุปการขยายผลสู่การ ยึดและอายัดทรัพย์สิน ปี ๒๕๖๖ เราสามารถยึดได้ประมาณ ๒๑,๖๑๐ ล้านบาท และนำไปสู่ การดำเนินงานมาตรการสมคบก็คือบุคคล ๒ คนขึ้นไปที่อาจจะไม่มียาเสพติดอยู่กับตัว แต่พยานหลักฐานไปถึงก็ดำเนินการในข้อหาสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ จำนวนทั้งสิ้น ๒,๓๒๗ ราย
ประเด็นที่ ๒ ก็คือรายงานผลการปฏิบัติของการใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สำนักงาน ป.ป.ส. เล็งเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวการใช้ปฏิบัติเป็นการใช้อำนาจก็ต้อง มีข้อควบคุม มีระเบียบการปฏิบัติ ระเบียบการปฏิบัติกำหนดไว้ว่าเมื่อใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แล้วต้องรายงานการปฏิบัติงานการใช้อำนาจนะครับ หลังจากการใช้อำนาจต้อง รายงาน และรายงานนั้นต้องส่งมาอยู่ในระบบที่ ป.ป.ส. กำหนด ทั้งเว็บไซต์หรือในระบบผ่าน ทางโทรศัพท์ ปรากฏผลการรายงานการใช้บัตรรวมทั้งสิ้น ๑๑,๒๓๕ ครั้งในปี ๒๕๖๖
ประเด็นที่ ๓ การกระทำผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ตรวจสอบและยกเลิกบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ปี ๒๕๖๖ จำนวนทั้งสิ้น ๘ ราย เนื่องจากมี ๓ ประเด็นที่เกี่ยวข้อง ๑. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้นเป็นความผิดเฉพาะตัว ถูกร้องเรียนและ ดำเนินคดีทางอาญา ๒. คือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คือการใช้อำนาจโดยมิชอบนะครับ ๓. คือการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่ ป.ป.ส. กำหนดนะครับ
ประเด็นที่ ๔ ก็คือปัญหาและอุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหา ในปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ นะครับ เรื่องที่ ๑ กรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีจำนวนกำลัง ที่จะอบรมแล้วก็เพิ่มขึ้น ก็ปรากฏว่าในปีนี้มีข้าราชการโดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. น้อยลง เนื่องจากมีการเกษียณ มีการโอนย้าย มีการลาออก จากราชการจึงขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องประมวลกฎหมายยาเสพติดและพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ ฉบับใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีรายละเอียดในการคุ้มครองการใช้อำนาจไว้ จึงทำให้การอบรมต้องเข้มข้นและ ดำเนินการให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายใหม่นะครับ
แนวทางการแก้ไขของปัญหานี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ดำเนินการจัดอบรม หลักสูตรให้กับผู้ขอรับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพื่อให้มีความรู้ด้านกฎหมายและ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้มีความสามารถ มีประสบการณ์ก่อนการปฏิบัติ หน้าที่ โดยมีหลักสูตรที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ส. ตามพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๕ นะครับ และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินก่อนได้บัตรเจ้าพนักงาน ตามที่ระเบียบเลขาธิการ ป.ป.ส. กำหนด ในปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดขึ้นใหม่ รวม ๑๔ หน่วยงาน จำนวน ๑๓,๔๑๓ ราย อาทิเช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับการแต่งตั้ง ๘,๔๔๑ ราย กรมการปกครอง ๒,๔๕๖ ราย
ปัญหากรณีที่ ๒ เรื่องเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็คือกรณีกฎหมายและระเบียบที่มี การกำหนดวิธีการ ขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่เข้มงวด อาจจะทำให้ เกิดความล่าช้าหรือยุ่งยากต่อการปฏิบัติหน้าที่
แนวทางการแก้ไข เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็น อำนาจพิเศษจากกฎหมายทั่วไป ดังนั้นการดำเนินการใด ๆ ที่กระทบต่อสิทธิของบุคคล พึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระเบียบคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้งการปฏิบัติหน้าที่และการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ. ๒๕๖๕ ขึ้นมากำกับก่อนการใช้อำนาจ และเมื่อดำเนินการต่าง ๆ ในการใช้บัตรเจ้าพนักงานแล้ว ต้องรายงานให้กับเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการกำกับดูแลการใช้อำนาจอีกทางหนึ่ง สำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะผู้แต่งตั้งและการกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้มีหนังสือถึง ต้นสังกัดให้กำชับ เน้นย้ำเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ อย่างเคร่งครัด และเมื่อมีการปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องรายงานการใช้อำนาจต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ส. และผ่านช่องทาง Application บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้จะทำให้การควบคุมและการกำกับการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงขอกราบเรียนมายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อรับทราบรายงานทั้ง ๒ ฉบับต่อไป ขอขอบคุณครับ