ศศินันท์ ตั้งกระทู้ถามวิกฤตเด็กเกิดต่ำ ชี้ปัญหาการจัดสรรงบไม่ตรงจุด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘

ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ตั้งกระทู้ถามเรื่องวิกฤติเด็กเกิดต่ำ โดยชี้ให้เห็นปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง และเรียกร้องให้หลายกระทรวงร่วมมือกันกำหนดเป็นวิกฤตินา พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขผ่านนโยบายบันได ๖ ขั้น การพัฒนาการศึกษาที่ปลอดภัยและลดอำนาจนิยม รวมถึงสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจมีบุตร และสอบถามรัฐบาลถึงแนวทางการปฏิบัติต่อข้อเสนอแนะดังกล่าว

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมาตั้งกระทู้ถามจริง ๆ ตั้งใจจะถามท่านนายก เพราะว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นปัญหาแค่เฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่หลาย ๆ กระทรวงต้องทำงานร่วมกันนะคะ ร่วมมือกันกำหนดเป็นวิกฤติของประเทศที่ต้องทำงาน ร่วมกันในหลาย ๆ กระทรวงนะคะ วิกฤติเด็กเกิดต่ำดิฉันพูดในสภามาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ครั้ง ทั้งในการอภิปรายนโยบายครั้งแรกในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาดิฉันก็ชี้ให้เห็นปัญหานี้ แล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเด็กเกิดต่ำประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน ต่อมาอภิปรายนโยบายอีกครั้ง ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารซึ่งก็เป็นคุณแม่เหมือนดิฉันนะคะ ก็ได้ชี้ให้เห็น ปัญหาเรื่องวิกฤติเด็กเกิดต่ำอีกครั้งเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้เป็นการแก้ไข ปัญหาอย่างแท้จริงค่ะ จากสถานการณ์ปัจจุบันค่ะท่านประธาน จากตอนนั้นเด็กเกิดต่ำ ๕๐๐,๐๐๐ คน ขอสไลด์ด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ปัจจุบันวิกฤติเด็กเกิดต่ำ ต่ำกว่าเดิมอีกค่ะ ไม่ใช่แค่ ๕๐๐,๐๐๐ แล้วนะคะตอนนี้เหลือแค่ ๔๖๑,๔๒๑ คนเท่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ นะคะ แต่ดิฉันยังไม่เห็นว่าจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรนะคะ วิกฤติเด็กเกิดต่ำตอนนี้เด็กเกิดปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๗ ๔๖๑,๔๒๑ คน ในขณะที่จำนวนการตาย อยู่ที่ ๕๗๑,๖๔๖ คน สิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญตอนนี้วิกฤติเด็กเกิดน้อย คนไทย มีลูกน้อยลงนะคะ ในปีล่าสุดที่ลดน้อยไปจากเดิมนะคะจาก ๕๐๐,๐๐๐ เป็น ๔๐๐,๐๐๐ กว่า ๆ ซึ่งในอนาคตก็มีงานวิจัยว่าอาจจะลดลงกว่านี้หากเรายังไม่ทำอะไร และผลสำรวจ ความคิดเห็นจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือ Nida Poll นี่ได้บอกอีกว่าร้อยละ ๔๔ ของสิ่งที่ทำให้คนไทยหรือว่าประชาชนไม่อยากมีลูกมาจากสาเหตุของเรื่องค่าใช้จ่าย และภาระในการเลี้ยงลูก รวมถึงสภาวะสังคมแล้วก็การเมืองที่ทำให้คนไม่ได้อยากมีลูกด้วย แม้ว่าปัญหาเด็กเกิดต่ำจะเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกหลายประเทศก็เผชิญวิกฤตินี้ เช่นเดียวกันนะคะ เช่นทางเกาหลีใต้ก็ได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหานี้ในเรื่องของการ เพิ่มเงินอุดหนุนประชาชนจาก ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ เป็น ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ทางสิงคโปร์ ในปีที่ผ่านมานี้ก็มีการเพิ่มเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์รวมถึงมีการจัดการเรื่อง Baby Bonus Support ให้คนอยากมีลูกมากขึ้นนะคะ ซึ่งในการอภิปรายงบประมาณ เมื่อปี ๒๕๖๗ ดิฉันก็ได้อภิปรายในประเด็นนี้นะคะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ และได้เสนอแนวทางการ แก้ไขปัญหานะคะผ่าน Baby Birth Journey เป็นการแก้ไขวิกฤติเด็กเกิดต่ำเอาไว้ ๔ ข้อ ตอนอภิปรายครั้งแรกกำหนด ๔ ข้อนะคะ ๑. เรื่องของสิทธิลาคลอดที่ต้องเป็น ๑๘๐ วัน ทั้งพ่อและแม่ด้วยเพื่อให้ได้ค่าจ้างเต็มเวลาด้วย ๒. เป็นเรื่องของเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ๐-๖ ปี และถ้วนหน้า ๓. คือเกี่ยวกับเรื่องของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีมาตรฐานมีจำนวนมากขึ้น แล้วก็ยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาการเปิด-ปิด ๔. รัฐบาลจะต้องสนับสนุนสร้าง Ecosystem ที่ทำให้คนอยากมีลูกมากขึ้น มาตรการการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ห้องให้นมและห้องเปลี่ยน ผ้าอ้อมสาธารณะ แน่นอนค่ะว่าในหลายประเทศมีการพยายามจัดสรรนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้ คนอยากมีลูกมากขึ้นแต่อัตราการเกิดก็ยังต่ำอยู่ แต่อย่างน้อย ๆ ค่ะท่านประธานในขณะที่ อัตราการเกิดต่ำถ้าเรามีนโยบายที่ Support อย่างเป็นระบบจัดสรรงบประมาณอย่าง มีคุณภาพ เด็กที่เกิดน้อยอยู่แล้วก็จะเป็นเด็กที่เกิดอย่างมีคุณภาพเช่นเดียวกัน ปัญหาเด็ก เกิดต่ำกระทบกับประเทศของเราอย่างไร ไม่ได้เป็นปัญหาของแค่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ถ้าเด็กเกิดต่ำมากขึ้นก็จะเป็นปัญหาในระยะยาว หมายความว่าอัตรากำลังของชนชั้นแรงงาน หรือว่าคนทำงานที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลก็จะน้อยลงไปด้วย ในขณะที่ในช่วงวัยนี้ที่เติบโต เข้าสู่วัยผู้สูงอายุก็ต้องมีภาระทางภาษีเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่เข้าใจว่าในทางการเมืองอาจจะไม่ค่อยได้รับความสนใจ เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่แก้แล้ว ต้องใช้เห็นผลในระยะยาว แต่หลายประเทศก็บอกว่าการจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับเด็กเล็ก จะช่วยแก้ไขปัญหาในปลายเหตุได้อีกหลายอย่าง ดิฉันก็มีข้อเสนอบันได ๖ ขั้น ขอสไลด์ ด้วยนะคะ หลังจากนั้นดิฉันก็พยายามพูดถึงข้อเสนอแนะในหลาย ๆ การอภิปรายไม่ว่า จะญัตติใด ๆ ก็ตามที่มันเกี่ยวกับเรื่องเด็ก ดิฉันก็พยายามบอกรัฐบาลว่าช่วยเอานโยบาย ๖ ขั้นนี้ไปใช้เถอะ ดิฉันไม่ต้องการ Claim เป็นผลงานตัวเองก็ได้นะคะ นโยบาย ๖ ขั้น มีอะไรบ้างคะ ๑ เรื่องของวันลาเลี้ยงลูก ๑๘๐ วัน เงินอุดหนุนแล้วก็ห้องปั๊มนมในที่ทำงาน การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ให้นมต่าง ๆ นะคะ แล้วก็บันไดขั้นที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องเงินอุดหนุนเด็ก แรกเกิดและกล่องรับขวัญนะคะ เงินอุดหนุนถ้วนหน้า เรื่องของกล่องรับขวัญคือว่าพอเกิด แล้วก็มี Baby Box ด้วยนะคะ ซึ่งอันนี้ใช้งบประมาณไม่เยอะ เพราะว่าเด็กเกิดต่ำอยู่แล้ว จริง ๆ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีมาก ๆ ที่เราจะสนับสนุนงบประมาณเกี่ยวกับเด็กเพราะว่าเด็กเกิด ต่ำอยู่แล้วใช้งบประมาณไม่เยอะ บันไดขั้นที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องโรงเรียนพ่อแม่นะคะ เด็กที่เกิด มาต้องมีคุณภาพด้วย หรือในช่วงที่เด็กเกิดต่ำถ้าเกิดต่ำแล้วก็อย่างน้อย ๆ ให้มีคุณภาพด้วย โดยการมีโรงเรียนพ่อแม่ หรือเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตของมารดาสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะส่งผลต่อเด็กโดยตรงนะคะ งบคัดกรองเด็กต่าง ๆ งบสุขภาพจิตมารดาเด็กต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ อันนี้เป็นกระทรวงสาธารณสุขดูแล ศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านค่ะ งบอุดหนุน ศูนย์เด็กเอกชนหรือที่ทำงานต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นกระทรวง พม. กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงศึกษาธิการก็ตาม

บันไดข้อที่ ๕ เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา อันนี้เป็นกระทรวงศึกษาธิการดูแล หรือว่ากระทรวงมหาดไทยในเรื่องของเด็กท้องถิ่นด้วยก็ได้ หลักสูตรที่ดี โรงเรียนที่ปลอดภัย การที่ไม่มีความรุนแรง อำนาจนิยมในโรงเรียน

บันไดขั้นที่ ๖ เกี่ยวกับเรื่องผู้สูงอายุ อันนี้อาจจะดูเหมือนมันจะเกี่ยว ได้อย่างไร แต่ความเป็นจริงในการที่เราสนับสนุนผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ดูแล ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้คนตัดสินใจที่จะมีลูกง่ายขึ้น เพราะว่าปัจจุบันที่เราไปสำรวจกันมาคนที่ไม่อยากมีลูก เพราะต้องดูแลคนข้างหลังอีกเยอะ ต้องพะวงหลังจะไปข้างหน้าก็เลยไม่ได้ เพราะฉะนั้นการ จัดสวัสดิการที่ครบถ้วนเป็น Value Chain ครบถ้วนทั้งต้นจนปลายจะทำให้เราสามารถ จัดการเรื่องนี้ได้ ก็อยากถามถึงรัฐบาลแล้วกันค่ะ

ข้อแรก รัฐบาลมีความเห็นต่อข้อเสนอของดิฉันอย่างไร และปัจจุบันนี้มีการ นำข้อเสนอดังกล่าวไปปฏิบัติแล้วหรือไม่ ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณท่านประธานค่ะ