ธีระชัย เรียกร้อง ต้องมีวิศวะควบคุมโรงงานน้ำตาลตรวจสอบเพื่อความเป็น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘

ธีระชัย แสนแก้ว วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการอ้อยและน้ำตาลทรายของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเรียกร้องให้มีการวางแผนอย่างเป็นจริงจัง ตรวจสอบโรงงานอย

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้มีการแก้ไขปัญหา แต่ในขณะเดียวกัน ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ต่อไปในวันข้างหน้าเราต้องมาวางแผน ในการที่จะดำเนินการอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทรายซึ่งเป็นกรม ๆ หนึ่งแล้วเป็นกรมใหญ่ด้วยเทียบเท่ากับกรม ข้าราชการก็ ซี ๑๐ เพราะฉะนั้นต้องสร้างบทบาทเรื่องนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ว่าลอยตัว ลอยไป ลอยมา ใบน้อยนี่เป็นใบเฟิร์น แล้วต้องขออนุญาตก็น้องนุ่งกันนี้ล่ะเมื่อสักครู่ก็เจอ เพราะฉะนั้นต้องมีความตั้งใจในการทำงาน ต้องนั่งอยู่ใกล้ ๆ ท่านรัฐมนตรี ต้องทำความ เข้าใจเพราะว่าเราทำงานอยู่ในกระทรวงมานาน ข้าราชการระดับสูงก็เช่นเดียวกัน การผลิต โรงงานน้ำตาลโดย Boiler หรือหม้อน้ำที่ท่านพูดสักครู่นี้นั้น ๔ หน่วยงานนั้นที่ไม่มีวิศวะ ควบคุม ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่าโรงงานทุกโรงงานทั่วประเทศไทย ก่อนจะเป็นเปิดหีบอ้อยน้ำตาลเขาจะต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่เดือนกันยายน กันยายน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจะต้องสั่งการให้ไปตรวจโรงงาน ก็จะมีการตรวจ ความพร้อม โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีสร้างมาประมาณ ๑๐ กว่าปี บางโรงงาน ๑๐๐ กว่าปีนะครับ ๑๐ กว่าปีนี่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นในการกระทำครั้งนี้มีการ นินทากันว่ามีการเลือกปฏิบัติครับท่านครับ มีการเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ถ้าไปตรวจก็เกือบทุกโรงจะเป็นโรงไม่ต้องโรงอ้อยล่ะโรงอย่างอื่นก็แล้วแต่ เรื่องวิศวะประจำ โรงงานก็ต้องตักเตือนเขาสิ มันก็เหมือนเราขับรถมอเตอร์ไซค์ไปจราจรเรียกใบขับขี่ก็มี ทะเบียนรถก็ไม่ขาด คุณแต่งตัวไม่เรียบร้อย ในเมื่อเขาแต่งตัวไม่เรียบร้อยเขาก็รีบ ไปแต่งตัว แต่ไปแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ยังโยกโย้อีก ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรมเดินขึ้น เดินลง ทำงานอย่างกับธุรการนะครับ บอกต้องเอาให้ได้ ต้องเอาอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ จริง ๆ แล้วเขาทำอำนวยความสะดวก เมื่อวานนี้ก็มีการพิจารณากฎหมายเรื่องอำนวยความสะดวกของพี่น้องประชาชน แต่ได้เห็นแล้ว ถ้าทำวันหนึ่งก็ได้ครับแค่วิศวะควบคุม ท่านครับต้องขอความกรุณาต่อไปในอนาคตอย่าไปทำ ถึงแม้ว่าจะร่ำรวย ถึงแม้ว่าจะทำงานอะไรต่าง ๆ อยากให้เห็นหัวพี่น้องประชาชนบ้าง เคยออกไปตรวจไหม เคยออกไปตรวจโรงงานไหม เคยไปเยี่ยมเยียนอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทรายไหม ท่านประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายผมอยากจะให้ ไปเรียนรู้กับท่านมนู เลียวไพโรจน์ ท่านปรีชา อรรถวิภัชน์ ถ้าท่านยังไม่เสียชีวิตนะครับ ท่านเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ทุกท่านเป็นปลัดกระทรวงทั้งนั้น แล้วมาจากเลขาธิการสำนัก คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เท่าที่ผม Check ได้ ปีหนึ่งเต็ม ๆ ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเพียง ๔ ครั้ง เท่านั้นเอง มันจะเอาที่ไหนล่ะครับ และระเบียบแบบแผนที่สั่งมาโดยเป็นมติโดยปากเปล่านั้น ก็ยังไม่มีเอกสารให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย รู้แต่ว่าเขาให้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์นะ เดี๋ยวนี้ยังใช้ กฎระเบียบเก่าอยู่ก็คือระเบียบหักอ้อยไฟไหม้ ๓๐ บาทต่อตันอ้อยครับท่านครับ กติกา ออกมาใหม่โดยท่านประธานกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายที่บอกมาว่าจะต้องหักอีก หักให้ มันหมดไปเลยถ้าใครตัดอ้อยไฟไหม้ ชาวไร่เขาก็กลัวครับ เท่าไรก็ได้ แต่ความหมายก็คือว่า ยังไม่ออกกฎกติกาออกมา ไม่ได้ผ่านกติกาก็ต้องผ่าน ครม. ก็ต้องลงนาม เพราะว่าระเบียบ ภายใต้พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายก็คือจะต้องหัก ๑๓๐ บาทก็เป็นที่รู้ทั่วไป ที่ผ่านมานั้นอดีตท่านนายกรัฐมนตรีหลายท่าน รัฐบาลเก่า ๆ ประมาณ ๓ ปีที่เขาได้ช่วยเหลือ ๑๒๐ บาท พี่น้องชาวไร่อ้อยทุกท่านก็รู้ เพราะว่าการตัดอ้อยไฟไหม้นั้นมันตัดง่ายกว่า ตัดอ้อยสดอันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่ง แล้วทีนี้เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นั้นทางรัฐบาล ก็ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่เกือบ ๒ ล้าน ครอบครัวนะครับ คู่สัญญาก็ ๓๐๐,๐๐๐ กว่า รายได้นำเข้าประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ ใหญ่กว่าทุกอย่างด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องส่งเสริม และสนับสนุน กฎหมายมันมีลักษณะกฎหมายสนับสนุนและส่งเสริมก็คือพระราชบัญญัติ อ้อยและน้ำตาลทราย ส่งเสริมที่จะต้องทำให้ชาวไร่มีรายได้ มีระบบแบ่งปันผลประโยชน์ อย่างที่ท่านได้เรียนไปเมื่อสักครู่นี้แล้ว ท่านเข้าใจดีมาก นี่ท่านเพิ่งมาได้ ๒ ๓ เดือน ยังเข้าใจ กว่าคนที่เป็นข้าราชการที่นั่งอยู่ตรงนั้นมาทั้งชีวิต ผมบอกให้ท่านได้รับทราบด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้และกฎหมายอีกอย่างหนึ่งก็มีกฎหมายควบคุม แต่ท่านเลือกที่จะใช้ กฎหมายควบคุมคือคุมมันเลย คุมบี้เอามันให้ตายเลย เอาให้มันเสร็จภายในวันนี้ วันพรุ่งนี้ แล้วเลือกปฏิบัติด้วย ผมไม่เชื่อว่าจะไม่เลือกปฏิบัติ เพราะฉะนั้นไม่อย่างนั้นก็ปิดเลยที่ผม อภิปรายไปเมื่อวานนี้ ถ้าคิดว่า PM2.5 เกิดจากอ้อย ความจุความร้อนที่ดูเมื่อวานนี้ ทั้งหมดทั่วประเทศมัน ๑๐,๐๐๐ กว่าจุความร้อน แต่ของอ้อยมัน ๘๐๐ ความร้อน และคิด เป็น ๖ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เท่านั้นเองของความจุความร้อน และ PM2.5 มันก็ไม่ได้มากมาย มันมาจากรายละเอียดอีกเยอะแยะอย่างที่ท่านได้เข้าใจ ได้กราบเรียนไปที่ท่านได้เรียนไป เบื้องต้นสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องการอยากให้ไปออกข่าวว่าพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย เป็นตราบาปให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยอย่างเดียว ว่าเกิดมามึงทำลายสุขภาพชีวิตของคน มึงทำลายโน่นนี่นั่นอย่างเดียว ที่ผมพูดผมต้องการส่งเสริมสนับสนุนเช่นเดียวกัน หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมามีการส่งเสริมด้วยเงินและส่งเสริมบวกกันไปด้วยเงินในการชดเชยเหมือน ชดเชยนาข้าว แต่นี่ยังไม่ได้เลยครับ ท่านจะช่วยเขาไหมล่ะครับ ๑๒๐ บาท ปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ เขาทำมาได้ ๒๙ เปอร์เซ็นต์หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ก็ไม่รู้อยู่ไหน อยู่ในนภากาศอย่างไรขอให้ท่านได้กรุณาด้วยนะครับ เพราะตรงนี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ผมอยากจะกราบเรียนเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว กลไกของท่าน นี่ก็คือข้าราชการที่เป็นกลไกที่มีความสำคัญที่สุดในการที่จะทำงาน พี่น้องชาวไร่อ้อยและ โรงงานน้ำตาล ท่านเป็นหนึ่งในรักษาการณ์ตามพระราชบัญญัติอ้อยน้ำตาลทราย ก็คือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อุตสาหกรรมผลิต พาณิชย์ขาย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริม แต่หลัก ๆ ก็คืออยู่กระทรวงอุตสาหกรรม นี่ล่ะ ท่านต้องดูว่าคนที่จะมาทำงานช่วยท่านท่านต้องเลือกเอาให้ดี ขงจื้อเคยกล่าวไว้ว่า คนฉลาดและขยันควรส่งเสริมให้เป็นแม่ทัพครับ คนฉลาดและขี้เกียจควรเลี้ยงไว้เป็นฝ่าย เสนาธิการ วางแผนอยู่เบื้องหลัง คนโง่และขี้เกียจเก็บไว้ทำงานตามคำสั่งก็พอไหวครับ แต่ถ้าเจอคนโง่และขยันต้องเอาไปตัดคอทิ้งครับ