ร่มธรรม เสนอแก้ พ.ร.บ. โคนม เพิ่มอำนาจ Milk Board ปกป้องเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายต่อร่าง พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยเน้นย้ำความสำคัญของอุตสาหกรรมโคนมในจังหวัดพัทลุง และเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายเดิมเพื่อจัดตั้ง Milk Board ที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างเป็นธรรม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ ระบุปัญหาอำนาจจำกัดในการกำหนดราคาขายน้ำนมซึ่งกระทบต่อเกษตรกรและสหกรณ์โคนม พร้อมยกตัวอย่างกรณีจังหวัดพัทลุงที่จำนวนเกษตรกรลดลงอย่างรุนแรง และเตือนถึงผลกระทบจากเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียและไทย-นิวซีแลนด์ ที่อาจทำให้อุตสาหกรรมโคนมล้มละลาย ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เสนอให้ปรับปรุง พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม ๒๕๕๑ เพื่อเพิ่มอำนาจ Milk Board ในการกำหนดราคาโครงสร้าง ลดอุปสรรคด้านต้นทุนการผลิต และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านวิโรจน์และท่านกฤดิทัช กับคณะเป็นผู้เสนอครับ ท่านประธานครับ อุตสาหกรรมโคนมและผลิตภัณฑ์นมเป็นหนึ่งในภาคการเกษตรที่สำคัญของประเทศครับ โดยมีบทบาทในการสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แล้วก็สร้างอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกร และผู้ประกอบการในวงจรการผลิตทั้งระบบครับ อีกทั้งอุตสาหกรรมโคนมยังเป็นการสร้าง ความมั่นคงทางอาหาร สร้างสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนอีกทางด้วยครับ โดยเฉพาะ ในจังหวัดพัทลุงเรามีสหกรณ์โคนมพัทลุง ซึ่งปัจจุบันเป็นสหกรณ์โคนมแห่งเดียวในภาคใต้ มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์มีนม มีไอศกรีมหลากหลายรสชาติที่ได้สร้างอาชีพ สร้างรายได้กับ ทั้งสมาชิก พนักงาน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ตัวแทนจำหน่าย ไปจนถึงผู้ขายวัตถุดิบอาหาร ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดไม่ว่าจะเป็นรำ หญ้า ฟาง กากปาล์ม อาหารสัตว์ ทั้งวงจรจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้สหกรณ์โคนมพัทลุงแห่งนี้สามารถส่งนมได้ ๑๗๐,๐๐๐ กล่องต่อวัน มีน้ำนม ๓๐ ตันในการผลิตต่อวัน โดยแบ่งเป็นน้ำนมที่ผลิตในจังหวัดได้ ๑๐ ตันต่อวัน ที่เหลือก็ซื้อ มาจากจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งเราก็จะเห็นว่าเราสามารถผลักดันแล้วก็ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชน ในจังหวัดพัทลุงแล้วก็จังหวัดใกล้เคียงสามารถเลี้ยงโคนมและผลิตนมได้มากขึ้นครับ ซึ่งจะ เป็นการสร้างรายได้สร้างอาชีพที่มั่นคงในท้องถิ่นได้อีกทางครับ สำหรับในประเด็นที่เรา พิจารณาในวันนี้นะครับปัจจุบันเรามี พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ๒๕๕๑ ครับ มีความประสงค์ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมรักษาผลประโยชน์แล้วก็สร้างความเป็นธรรม ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้บริโภคครับ โดยกลไกจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมขึ้นมาหรือที่เรียกว่า Milk Board โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน และคณะกรรมการก็ประกอบไปด้วย ผู้แทนจากหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐ นักวิชาการ องค์กร ผู้ประกอบ เกษตรกรโคนม เป็นต้น โดยคณะกรรมการ Milk Board มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแนวทางบริหารจัดการ กำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ อย่างไรก็ตามครับพบว่ากฎหมายฉบับนี้บังคับใช้มาก็ ๑๖ ปี ก็ยังมีปัญหาบางประการ

โดยหนึ่งในประการที่สำคัญก็คือว่าคณะกรรมการนี้มีเพียงอำนาจในการ กำหนดราคาซื้อน้ำนมโคแล้วก็ผลิตภัณฑ์นม แต่ก็ไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาขายทำให้ การปรับราคาน้ำนมให้เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไม่สามารถทำได้อย่างทันท่วงที ผมขอยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุงอีกครั้งในอดีตเรามีเกษตรกรโคนมจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน เกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนสูง วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาสูงทำให้หลายรายต้องเลิกเลี้ยงไป จากเมื่อก่อนเรามีเกษตรกรโคนมในจังหวัดพัทลุงมากกว่า ๔๐๐ ราย ปัจจุบันเหลือเพียง ๗๗ รายเท่านั้น นอกจากนี้สหกรณ์โคนมจังหวัดพัทลุงเองก็ประสบปัญหาต้นทุนที่สูงครับ ไม่สอดคล้องกับราคาขายทำให้ช่วงที่ผ่านมาใน ๒ ปีที่ผ่านมาประสบปัญหาการขาดทุน เดือนละประมาณ ๑ ล้านบาท แล้วปัจจุบันก็มีปัญหาสภาพคล่องเหลืออยู่เพียง ๓๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็ทราบว่าสหกรณ์โคนมหลากหลายแห่งก็เผชิญปัญหาเฉกเช่นเดียวกันนี้ทำให้ล้มหาย กันไปหลายแห่ง แล้วเมื่อสหกรณ์ล้มเกษตรกรในแต่ละจังหวัดในแต่ละพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบ ตามมาอีกเช่นกัน ตรงนี้จึงจะขอฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลแล้วก็ส่งเสริมเกษตรกร และสหกรณ์โคนมให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นนะครับ

อีกประการที่พี่น้องเกษตรกรโคนมมีความกังวลอย่างมากในขณะนี้ก็คือ เรื่องของเขตการค้าเสรีหรือว่าเอฟทีเอระหว่างไทย-ออสเตรเลีย แล้วก็ไทย-นิวซีแลนด์ ในเรื่องของการยกเว้นภาษีนำเข้าในกรณีของการนำเข้านมผงที่เพิ่มมากขึ้น ได้ทำให้เกิด ความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยจนอาจทำให้เกษตรกรโคนมของไทยล้มตาย แล้วก็อุตสาหกรรมหายไปได้ในที่สุด จึงฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลพี่น้องเกษตรกร แล้วก็สหกรณ์โคนมเป็นหลักครับ แล้วก็หาทางออกในประเด็นนี้ด้วยครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม ๒๕๕๑ ที่มี การบังคับใช้มาในเวลาหลายปีนี้มีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน แล้วก็ความท้าทายที่เกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมโคนมของประเทศในขณะนี้ครับ ผมจึงเห็นด้วยว่า เราควรจะมีการปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อให้การบริหารจัดการอุตสาหกรรมโคนมแล้วก็ ผลิตภัณฑ์นมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน แล้วผมได้ดูจากทั้ง ๒ ร่าง ที่มีการเสนอเข้ามาในวันนี้ ก็พบว่ามีประเด็นหลายประเด็นสำคัญที่มีการปรับปรุง

ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของคณะกรรมการโคนม และผลิตภัณฑ์นม ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ร่าง ที่ได้มีการเสนอเข้ามานี้ต้องการที่จะแก้ไขเพิ่มเติม อำนาจของคณะกรรมการมี Milk Board ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมีการแก้ไขให้ Milk Board สามารถกำหนดราคาซื้อแล้วก็ราคาจำหน่ายในเชิงโครงสร้างได้ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาแล้วก็ลดอุปสรรคในการปรับราคาน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมให้เหมาะสม แล้วก็ทันท่วงที ซึ่งจะเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรในด้านต้นทุนการผลิต ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริโภคในคราวเดียวกันด้วยนะครับ ก็จะส่งผลดีต่อทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ แล้วก็พี่น้องประชาชน

ประการที่ ๒ ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการนะครับ ทั้ง ๒ ร่างที่ได้มีการเสนอเข้ามามีความตั้งใจอันดีครับที่จะเพิ่มการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน ภาครัฐที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมไปจนถึงผู้มีส่วนได้เสียทั้งเกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการ แล้วก็ตัวแทนของผู้บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการ Milk Board เพื่อทำให้ การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพให้มีข้อมูลแล้วก็มุมมองที่หลากหลายรอบด้านมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ ร่าง ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของผู้ที่ควรมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ แล้วก็สัดส่วนของคณะกรรมการทั้งโดยตำแหน่งแล้วก็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็มีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ ท่านประธานครับผมคิดว่าเราก็สามารถไปพูดคุยกันได้ในชั้นกรรมาธิการ แต่ก็ขอให้ได้มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็คำนึงถึงผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นสำคัญที่สุด

ประการที่ ๓ ประการสุดท้ายนะครับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องการที่จะเพิ่ม ประสิทธิภาพแล้วก็เพิ่มความโปร่งใสของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม เราจะเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ที่มีการเสนอเข้ามานี้ต้องการทำให้การดำเนินงานของ Milk Board มีประสิทธิภาพแล้วก็มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย ๔ ครั้งต่อปี กำหนดให้มีการจัดทำรายงานการประชุม รายงานผลการดำเนินงานของ คณะกรรมการแล้วก็เผยแพร่ต่อสาธารณชนก็ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าโดยรวมแล้วร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นมที่เสนอเข้ามาทั้ง ๒ ฉบับ ในวันนี้มีจุดประสงค์เหมือนกันก็คือการแก้ไขปรับปรุงการดำเนินงานของคณะกรรมการโคนม และผลิตภัณฑ์นมหรือ Milk Board ให้มีประสิทธิภาพ มีความชัดเจนแล้วก็เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เพิ่มการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เกี่ยวข้องในระบบแล้วก็ พัฒนาอุตสาหกรรมนมของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในความท้าทายที่เราเผชิญกันอยู่ ขณะนี้นะครับ แต่ทั้ง ๒ ร่างก็ยังมีความแตกต่างในเชิงรายละเอียด ซึ่งผมคิดว่าหากได้ผ่าน ไปสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการเราก็จะหาจุดที่ลงตัวแล้วก็พิจารณาอย่างรอบคอบได้ แล้วก็ขอฝากพิจารณาให้ถี่ถ้วนให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนนะครับ วันนี้ ผมก็ทราบว่ายังมีร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นมอีกฉบับที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี แล้วก็ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอแล้วก็พิจารณานะครับ ก็ขอฝากให้รีบเร่งขั้นตอน ต่อไปเพื่อเข้ามาสู่การพิจารณาแล้วก็ได้บังคับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรม โคนม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน