ปรีติ เจริญศิลป์ ชี้ปัญหาอุตสาหกรรมโคนมโดยยก ๖ ข้อ เช่น กฎหมายไม่ชัดเจน ความลับเยอะ และเสนอให้แก้ไของค์ประกอบ Milk Board ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ปรีติ เจริญศิลป์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ไขกฎหมายโคนม เพื่อเพิ่มอำนาจ Milk Board ในการกำหนดราคาตลอดห่วงโซ่อุปทานและบังคับการประชุมให้โปร่งใส
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ในอดีตผมเองเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิใน Milk Board ครับ สัดส่วนของผู้แทน ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมนมครับ ผมเคยเข้าประชุม Milk Board ผมจะสะท้อน ข้อเท็จจริงให้ท่านทราบครับ ในอุตสาหกรรมของนมเกี่ยวกับโคนมคำนิยามสั้น ๆ ๖ ข้อครับ ข้อแรก คือกฎหมายที่ไม่ชัดเจน ข้อที่ ๒ ความลับเยอะมาก ข้อที่ ๓ ขุมทรัพย์มันคือนมโรงเรียน ข้อที่ ๔ ต้นทุนสูงแต่ปรับราคาไม่ได้ ข้อที่ ๕ มีการบังคับซื้อนมไทยเพื่อให้ได้โควตานมผง นำเข้า ข้อที่ ๖ รัฐแข่งขันกับเอกชนเองครับ สิ่งเหล่านี้ละครับแก้ไม่ได้โดยอำนาจของ ฝ่ายบริหารแต่ต้องแก้โดยกฎหมายในสภาแห่งนี้ ซึ่งคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้เสนอแก้ไข ในหลายประเด็นในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ผมขอสรุปสั้น ๆ ๓ ประเด็น เรื่องเกี่ยวกับ องค์ประกอบของ Milk Board ครับ ที่ผ่านมาในปัจจุบันนี้ผู้แทนภาคเอกชนมีการจัดตั้ง สมาคมขึ้นมาเหมือนกัน บางสมาคมที่ได้สัดส่วนเข้ามาเป็นตัวแทน Milk Board ยอดขาย ก็ไม่เยอะซื้อนมดิบก็น้อยครับ แต่มีการจัดตั้งขึ้นมาเพราะเขาก็มีเส้นมีสาย สิ่งเหล่านี้ล่ะครับ มันแปลกดีครับ ที่องค์ประกอบของ Milk Board มีความจำเป็นต้องแก้ไข ในการประชุม Milk Board ทุกครั้งในกฎหมายจะให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน แต่ทุกครั้ง ก็มอบให้รองอยู่ดี ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนแปลงครับ ประธานต้องเป็นรัฐมนตรี เพื่อเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาล ถ้าหากมีการมอบก็ควรมอบให้รอง รัฐมนตรีช่วยว่าการ เข้ามาประชุมแทนครับเป็นประธาน ถัดมาครับผู้แทนเกษตรกรโคนมเขาใช้คำว่า ผู้แทน องค์กรนะครับ สุดท้ายแล้วคนที่มาเป็นผู้แทนองค์กรเกษตรกรโคนมเป็นคนที่มียศ ส่วนใหญ่ ขึ้นต้นว่ากำนันโน่นกำนันนี่ทั้งนั้น ไม่ได้เป็นเกษตรกรที่เขาเดือดร้อนจริง ๆ มันยังสะท้อน ปัญหาไม่ได้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ละครับเป็นการสะท้อนเพิ่มให้มีผู้แทนเกษตรกรโคนมจริง ๆ และมีการกำหนดคำนิยามมาอย่างชัดเจนครับว่าเกษตรกรโคนมคืออะไร ยิ่งไปกว่านั้นมีการเพิ่ม ผู้แทนสภาองค์กรผู้บริโภคเข้ามาด้วยครับ อีกหน่วยหนึ่งเรื่องของเลขาของ Milk Board ที่มี การเปลี่ยนครับ เนื่องจาก อ.ส.ค. หรือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยมีส่วนได้เสีย เขาเรียกว่าเป็นผู้ขายนมด้วยครับ หรือที่เรียกว่านมวัวแดงครับ ตราวัวแดงครับ ซึ่งก็ต้อง มาแข่งขันกับเอกชนอาจจะไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นเลขาครับ คนที่เหมาะก็คือเป็นทาง กรมปศุสัตว์ครับ นี่คือองค์ประกอบของ Milk Board ที่จะต้องแก้โดยกฎหมายครับ เรื่องถัดมา ผมจะบอกว่าการประชุม Milk Board หรืออนุของ Milk Board เป็นการประชุมที่แปลกครับ ในเล่มการประชุมเวลาคุณเข้าประชุมจะมีเอกสารปะหน้าในเล่มการประชุมว่าห้ามเปิดเผย ข้อมูลให้เซ็นไว้ด้วยครับ แปลกไหมครับมันดูมีความลับอะไรลึกลับมากครับ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว การประชุมพวกนี้ควรเปิดเผยและโปร่งใส ไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยครับ มีการ Make จำนวนนมขึ้นมาหรือเปล่า เพื่อมา Claim โควตาให้ได้นมโรงเรียนครับ สิ่งเหล่านี้ตรวจสอบไม่ได้แน่ถ้าไม่มีการเปิดเผยข้อมูลครับ รวมถึงการจัดสรรโควตานมผง นำเข้าให้เอกชนพวกนี้ครับ หลักการในการจัดสรรควรเปิดเผยและโปร่งใส กฎหมายที่เรา ร่างกันขึ้นมา กฎหมายร่างที่เราเสนอกันของคุณวิโรจน์ได้มีการเสนอให้มีการเปิดเผยข้อมูล การประชุม Milk Board และอนุภายใน ๓๐ วันนับแต่มีการรับรอง นี่คือการเปลี่ยนแปลง ที่เอาสิ่งที่ไม่มีใครมองเห็นมาอยู่บนดินให้ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ครับ
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสำคัญในร่าง พ.ร.บ. แก้ไข พ.ร.บ. โคนมฉบับนี้มีการเพิ่ม อำนาจ Milk Board ให้เหมือนกับกฎหมายอื่น ๆ ที่เขาเรียกว่ากฎหมายเฉพาะสินค้านั้น ๆ เช่น พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย หรือกฎหมายเกี่ยวกับด้านพลังงานที่เขามีอำนาจปรับ ราคาเองได้นะครับ ปัจจุบันการกำหนดราคาต้นน้ำ Milk Board ทำได้ ต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่ม คำนวณต้นทุนปุ๊บเสนอออกมาเลยว่าปรับราคาที่เกษตรกรขายให้กับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ เท่าไรครับ ศูนย์รวบรวมน้ำดิบจะเป็นกลางน้ำที่จะต้องไปขายต่ออุตสาหกรรมเขาก็สามารถ กำหนดราคาได้ครับ แต่ปรากฏว่าปลายน้ำเมื่อมีการปรับราคามาจากต้นทางและปลายทาง ถูกกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาอยู่ เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ก็มีกฎหมายอีก ๑ ฉบับ ที่คอยควบคุมราคาสินค้า ปรากฏว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องการทำงานระหว่าง ๒ กระทรวง ที่มีกฎหมายคนละฉบับกันครับ การแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเพิ่มอำนาจให้มี Milk Board มีสิทธิปรับราคาได้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ในห่วงโซ่ เป็นราคาในรูปแบบเดียวกัน ต้นทางเพิ่ม กลางทางเพิ่ม ปลายทางก็ต้องเพิ่มได้ครับ นี่ละครับ คือความสำคัญในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ครับ
อีกประเด็นหนึ่งเรื่องการประชุม Milk Board ไม่ได้มีการประชุมกันบ่อย ๆ บางการประชุมบางวาระเช่นเรื่องต้นทุนอย่างนี้ไม่มีการพูดถึงเลยว่ามีการปรับเพิ่มขึ้นเท่าไร อย่างไร ส่วนใหญ่จะไปประชุมเรื่องการพิจารณาโควตานมผงต่าง ๆ มากกว่าครับ คราวนี้ มีการบังคับให้ต้องมีการประชุมให้มากขึ้นครับ แล้วก็ต้องมีรายงานออกมาอย่างเปิดเผย และโปร่งใสครับ นี่ละครับที่จะแก้ปัญหาเรื่องต่าง ๆ ที่มันเรียกว่าอยู่ใต้ดินเอาขึ้นมาบนดิน ให้ทุกคนได้เห็นด้วยว่าอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทยมันเป็นอย่างไรครับ ดังนั้นผมก็จึง อยากสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ไข พ.ร.บ. โคนมฉบับนี้ของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ ขอบพระคุณครับ