อรรถกร ศิริลัทธยากร อภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยเสนอให้ปรับนิยามน้ำนมโคเพื่อตัดน้ำนมเหลืองออก และสนับสนุนการปรับโครงสร้างคณะกรรมการโดยเปลี่ยนประธานเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อป้องกันสุญญากาศทางการเมือง และเปลี่ยนเลขานุการจากผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อลดผลประโยชน์ทับซ้อน
ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน ในการอภิปรายให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งต้องนำเรียนต่อท่านประธานว่าเป็น ๒ ร่าง ที่เพื่อนสมาชิกจากทางพรรคร่วมฝ่ายค้าน และเพื่อนสมาชิกจากทางพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมาในวันนี้ โดยเฉพาะในร่างที่ผมจะ ลงรายละเอียดเป็นพิเศษก็คงจะเป็นร่างของท่าน สส. กฤดิทัช แสงธนโยธิน จากพรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ ร่างนี้เป็นร่างที่ต้องบอกว่ามีรากฐานมาจากกฎหมายฉบับที่เราใช้อยู่ ปัจจุบันซึ่งก็ได้ถูกตราออกมาใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แต่หลังจากนั้นกระบวนการต่าง ๆ หรือว่า มีการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม หรือว่าเกษตรกรรมโคนมหรือว่าผลิตภัณฑ์นมมากมาย ปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกต่างประเทศทำให้การปรับกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมก็ดี เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมก็ดี ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตลงไปในสาระสำคัญที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ได้นำเสนอ ต่อที่ประชุม โดยร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอจะมีการปรับในเรื่องของ คำนิยามต่าง ๆ อยู่บ้างบางเรื่อง ซึ่งแน่นอนการปรับคำนิยามก็เป็นการปรับให้มีความเหมาะสม ขึ้นกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ผมยกตัวอย่างอย่างเช่น การปรับคำนิยามในเรื่องของคำว่า น้ำนมโค โดยนิยามที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็คือ น้ำนมโคคือน้ำนมที่รีดมาจากแม่โคหลังจาก คลอดลูกได้แล้ว ๓ วัน เพื่อให้ปราศจากน้ำนมเหลือง แต่ในร่างที่เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ ท่าน สส. กฤดิทัช จากพรรคกล้าธรรมเสนอ คำนิยามน้ำนมโคจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำนมที่รีด จากแม่โคหลังจากคลอดลูกไม่มี ๓ วันนะครับ โดยปราศจากน้ำนมเหลือง ซึ่งแน่นอน เจตนารมณ์ของผู้เสนอชัดเจนว่าจะเป็นการกำหนดให้ชัดลงไปเลยว่าน้ำนมโคที่จะถูกนำไปใช้ ถูกนำไปขายให้กับผู้บริโภคในปัจจุบันหลังจากนี้จะต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำนมเหลือง โดยเรื่องนี้ผมนำเรียนท่านประธานว่าผมเข้าใจได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหลายคน หลายท่าน หลายราย พี่น้องเกษตรกรก็เข้าใจในเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แต่ว่าการเสนอแก้กฎหมาย ฉบับนี้มันจะทำให้การบริหารการจัดการมันมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ท่าน สส. กฤดิทัชจากพรรคกล้าธรรมก็ยังให้ความสำคัญไปถึงเรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมการ โคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยท่านกฤดิทัชได้เสนอให้คงประธานไว้ก็คือปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แต่เผอิญเมื่อสักครู่นี้ต้องขอบพระคุณท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผมขออนุญาต เอ่ยชื่อท่านนะครับ ได้เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน คณะกรรมการแทน ก็ไม่แน่ใจว่าท่านนั้นเชื่อมั่นในอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส หรือว่าศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมลหรือไม่ ถึงอยากจะให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเป็นประธาน แต่ผมนำเรียนอย่างนี้ว่า ผมเข้าใจเจตนารมณ์ของท่าน สส. กฤดิทัช ที่ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะชุดนี้ เพราะว่าในทางการเมืองมันจะมีช่วงที่เขาเรียกว่า สุญญากาศ ยกตัวอย่างในช่วงของการเลือกตั้ง อาจจะไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นเองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสามารถทำงานในส่วนนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ แต่ที่เสนอเปลี่ยนครับ ก็คือเปลี่ยนเลขานุการจากเดิมเป็น ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริม กิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือว่า อ.ส.ค. ขอเปลี่ยนเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ ตรงนี้มีเหตุผลครับท่านประธานเนื่องจาก ผอ. อ.ส.ค. นั้นเป็นหน่วยงานที่นอกจากจะเป็น Regulator กำกับดูแลกิจการเกี่ยวกับโคนมแล้วก็ยังเป็นผู้ผลิต เป็นผู้จำหน่ายด้วย ดังนั้นเอง เพื่อป้องกันเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างที่เพื่อนสมาชิกท่านวิโรจน์ได้นำเรียนต่อที่ประชุม เราไป ผมก็เห็นด้วยในการที่จะปรับจาก ผอ. อ.ส.ค. มาเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ มาเป็นเลขา คณะชุดนี้ ดังนั้นเองนอกจากนี้ยังมีการเสนอในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเดิม ก็มีจำนวนเท่าหนึ่ง แต่ว่าในร่างของท่าน สส. กฤดิทัชก็มีการเสนอกรรมการที่มาจาก ภาคการเกษตรและมาจากภาคอุตสาหกรรมให้มีจำนวนที่เท่า ๆ กัน เหตุผลก็คือว่าถ้า ๒ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรมหรือภาคอุตสาหกรรมฝ่ายไหนมีจำนวนกรรมการมากกว่ามันก็จะ ไม่สามารถตรวจสอบ Check and Balance ได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางคณะกรรมการชุดนี้ Milk Board ก็วางรากฐาน วางโครงสร้างที่ให้ทั้ง ๒ ฝั่ง มีจำนวนที่เท่าเทียมกันมาอยู่แล้ว ตรงนี้ก็เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่กระผมได้นำเรียนไปในช่วงตอนต้นของการอภิปราย ขณะนี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องการเกษตร ที่เกี่ยวกับโคนมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ความต้องการในการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมนั้นมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่อง ของนมผง ซึ่งอย่างที่เราทราบกันดีเกษตรกรไทยกำลังจะได้รับผลกระทบจากเอฟทีเอ ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถนำนมผงเข้ามาปลอดภาษีจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ดังนั้น การที่จะกำหนดให้คณะกรรมการชุดนี้มีการประชุมกันบ่อย ๆ อย่างน้อยปีละ ๔ ครั้ง ถือว่า เป็นเรื่องที่ดีครับ ซึ่งต้องนำเรียนว่าก่อนหน้านี้ผมเข้าใจว่าคณะกรรมการชุดนี้แต่ละปีก็มี การประชุมเกิน ๔ ครั้งต่อปีอยู่แล้ว แต่ในร่างฉบับนี้ที่ท่าน สส. กฤดิทัช หรือแม้แต่กระทั่ง ท่าน สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้นำเสนอนี้ก็กำหนดให้ชัดเจนไปเลยว่าจะต้องประชุม ไม่น้อยกว่า ๔ ครั้งต่อปี แน่นอนครับการพูดคุยที่บ่อยขึ้นระหว่างการทำความเข้าใจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน มันก็จะเกิดประโยชน์ ต่อทุกฝ่ายที่มาเกี่ยวข้องกับในเรื่องของอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมที่เกี่ยวกับโคนม แต่สิ่ง ที่ผมต้องขออนุญาตให้ความเห็นต่อท่านประธานและที่ประชุมนะครับ ผมให้ความสำคัญ ในช่วงท้ายของร่างที่ท่าน สส. กฤดิทัชได้นำเสนอต่อท่านประธานและที่ประชุมว่าเป็น การกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ซึ่งต้องนำเรียนว่าท่าน สส. กฤดิทัชได้เสนอ เพิ่มเติมในหลาย ๆ อนุมาตรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหน้าที่ ซึ่งกระผมก็ไม่ได้ติดใจครับ ผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพต่อเวลาให้ผม สักนิดหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ ก็ไม่ได้ติดใจแต่อย่างไร แต่สิ่งที่ผมต้องเน้นย้ำ ผ่านท่านประธานไปยังที่ประชุมก็คือว่าการจัดทำรายงานในที่ประชุมเป็นสิ่งที่ดี และรายงานผล ของการดำเนินการต่าง ๆ ที่คณะกรรมการชุดนี้จะประชุมกันเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น แต่เรื่อง ข้อมูลในเรื่องของโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างราคานมในประเทศ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะ นำข้อมูลเหล่านี้ออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชน เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าขณะนี้ ต้องยอมรับตรง ๆ ผมก็มีโอกาสได้คลุกคลีกับพี่น้องที่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมามากมาย สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับว่าเรายังสู้ประเทศคู่ค้า หรือว่าประเทศคู่แข่งที่เขามีความสามารถ ในการผลิตน้ำนมคุณภาพ ทั้งคุณภาพและปริมาณมาก ๆ สิ่งที่เราแพ้ก็คือราคาต้นทุน แล้วถ้าเรากำหนดลงไปในกฎหมายฉบับนี้ว่าคณะกรรมการ Milk Board จะต้องถูกบังคับให้ รายงานโครงสร้างราคาต้นทุน ผมไม่แน่ใจว่าการบังคับไปแบบนั้นผลร้ายหรือผลดีอะไร จะมากกว่ากัน สรุปเลยครับท่านประธาน สรุปแล้วคนแรกที่ผมต้องขอบพระคุณนะครับ ต้องขอบพระคุณท่าน สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน ซึ่งต้องบอกว่าท่านเป็น คนแรกในสมัย สส. รอบนี้ที่เสนอกฎหมายเกี่ยวกับโคนม เกี่ยวกับการปรับปรุงคณะกรรมการ Milk Board ชุดนี้นะครับ แล้วก็ต้องขอบพระคุณท่าน สส. กฤดิทัช จากพรรคกล้าธรรมด้วย ที่ท่านก็ให้ความสนใจแล้วก็เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามาด้วย ซึ่งการที่จะเสนอครั้งนี้ก็ต้อง ยอมรับตรง ๆ ทำให้หน่วยงานโดยเฉพาะภาครัฐมีความตื่นตัว ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อ.ส.ค. ผมทราบมาว่าก็ได้ทำการศึกษาแล้วก็กำลังเร่งที่จะเสนอกฎหมายเข้ามา ให้ทันกับกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกันนะครับ ดังนั้นจากร่างที่ท่าน สส. กฤดิทัช จากพรรคกล้าธรรมได้เสนอมีหลายมิติ มีหลายมาตรา มีหลายข้อที่ถูกใจผม ผมก็เลยอยากจะ ขออนุญาตเชิญชวนเพื่อนสมาชิกให้ช่วยกันเห็นชอบรับหลักการร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ของทั้ง ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แล้วก็เชื่อว่าการรับหลักการของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ก็จะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ขอบพระคุณครับ