พนิดา เสนอแก้กฎหมายที่ดิน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการพื้นที่สาธารณะ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘

พนิดา มงคลสวัสดิ์ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจจัดการพื้นที่สาธารณะ แก้ปัญหาสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ขาดแคลน และชี้ว่ากรอบกฎหมายปัจจุบันเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยดำเนินการเปิดคลิปภาพประกอบในการประชุม หารือปัญหาถนนขาดแสงสว่างและสภาพพื้นผิวในชุมชนวิวัฒน์โฮม พร้อมเสนอให้ยกพื้นที่ส่วนตัวให้เป็นสาธารณะเพื่อแก้ไข เสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาระดับพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเรียกร้องให้รัฐจัดสรรงบประมาณอย่างเต็มที่เพื่อดูแลทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางโปรง บางด้วน พรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เพื่อประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยรวมกันเป็นการชั่วคราวที่นำเสนอด้วยคุณเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งดิฉันมองเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ท่านประธานคะ นับตั้งแต่ ดิฉันศึกษาเดินพื้นที่ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร สส. จนวันนี้ได้รับความไว้วางใจเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแล้วเรื่องร้องเรียนที่ได้รับมาเป็นจำนวนมาก แล้วยังไม่สามารถจัดการ ประสานงานให้เกิดการแก้ไขได้ล้วนเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและ การบริการสาธารณะในชุมชนที่อยู่อาศัย ทั้งพื้นที่รกร้างในเขตชุมชนขาดการบำรุงรักษา ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ปัญหาท่อระบายน้ำชำรุด ไม่มีการขุดลอก น้ำท่วมขัง ปัญหา ขาดแคลนไฟส่องสว่าง ไม่มีสวนสาธารณะชุมชน ขาดพื้นที่สีเขียว ปัญหาสภาพถนนหนทาง ที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ที่แม้ดิฉันจะเห็น ตรงกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครองท้องที่ แล้วก็หน่วยงานส่วนภูมิภาค ในจังหวัดต่าง ๆ เราต่างรับทราบปัญหาร่วมกันดี ยืนยันว่าสิ่งนี้คือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนแล้วก็ต้องการจะแก้ไขมีงบประมาณพร้อมใช้ แต่ก็ไม่สามารถจัดการแก้ไข ปัญหาได้เพราะติดกรอบกฎหมาย หากท้องถิ่นฝืนนำเงินงบประมาณไปใช้แก้ปัญหา ให้ประชาชนก็อาจถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่เอกชนบ้าง เอื้อประโยชน์เอกชนบ้าง ผิดกฎหมาย เสี่ยงคุกเสี่ยงตารางไปอีก ส่วนในด้านเจ้าของพื้นที่เองถ้าเราไม่สามารถติดต่อไปได้ก็เท่ากับว่า พื้นที่นั้น ๆ ไม่สามารถถูกแก้ไขได้เลย หรือหากติดต่อได้เจ้าของพื้นที่เห็นใจในปัญหา ผู้อยู่อาศัยขนาดไหนก็ตาม หากไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอทางเดียวที่จะทำให้สามารถจัดการ แก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือเจ้าของต้องยกพื้นที่ให้เป็นสาธารณะ ซึ่งก็จะทำให้หมดกรรมสิทธิ์ ในที่ดินผืนนั้น ๆ ไป ท่านประธานคะในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ตัดสินใจยากมากในฐานะเจ้าของพื้นที่ ทั้งที่จริง ๆ แล้วดิฉันมองว่ารัฐควรมีอำนาจในการ บริหารจัดการทำบริการเหล่านี้ตามรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐก็มีความสามารถ ในการรัฐต้องจัดและดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของ ประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ท่านประธานคะทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า สิ่งเดียวที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนก็คือตัวกฎหมาย ฉบับนี้นี่เองที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างปัญหา ความเดือดร้อนของพื้นที่ดิฉันให้ขึ้นมาเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของกฎหมายฉบับนี้ด้วยกัน นะคะ สไลด์ขึ้นมาเรียบร้อยแล้วนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่คือหมู่บ้านวิวัฒน์โฮม ตำบลบางเมือง เทศบาลเมืองปากน้ำ พื้นที่นี้พี่น้องประชาชนไม่มีไฟส่องสว่างในถนนที่ใช้ ร่วมกันของคนในชุมชนถนนพังตลอดทั้งเส้นทางเลยค่ะ ดิฉันได้มีโอกาสเข้าพื้นที่ไปรับฟัง ปัญหาด้วยตัวเองหลายต่อหลายครั้งฟังแล้วก็เจ็บปวดค่ะท่านประธาน หลายท่านต้องออก เดินทางตอนดึก ๆ ถนนมืดมิดกังวลเรื่องความปลอดภัยบางท่านเป็นพยาบาลต้องออกไป เข้าเวรตอนกลางคืนขับมอเตอร์ไซค์ออกไปคนเดียวตอนสี่ทุ่ม กังวลมาก ๆ รู้สึกไม่ปลอดภัย ตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้านก้าวแรกแล้ว ทั้งมองทางไม่ชัดถนนเป็นหลุมเป็นบ่อจะถูกคุกคาม เมื่อไรก็ไม่ทราบ จะถูกจี้ปล้นเมื่อไรก็ไม่ทราบ ไม่เพียงเท่านี้เด็กนักเรียน นักศึกษาที่เลิกเรียน ตอนค่ำหน่อยกลับเข้าบ้านมาก็รู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วค่ะ ปัญหาเหล่านี้เทศบาลทราบดี ได้มีการรับทราบเรื่องร้องเรียนไปรับฟังความคิดเห็นด้วยกันกับดิฉัน ผู้บริหารท้องถิ่นมี ความพยายามที่จะแก้ไขไปซื้อโซลาร์เซลล์อะไรมาติดเรียบร้อย ประชาชนควักเงินในกระเป๋ามา ซื้อโซลาร์เซลล์ติดเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่สามารถเพียงพอต่อการเพิ่มแสงสว่างในชุมชนได้ เพราะฉะนั้นความเห็นที่เราเห็นตรงกันก็คือโอเคแนวทางที่จะแก้ไขปัญหานี้มีแนวทางเดียว ก็คือการที่จะต้องไปขอความอนุเคราะห์จากเจ้าของพื้นที่ให้ยกที่ดินตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ท้องถิ่นได้มีอำนาจเข้าไปจัดการแก้ไขได้ ดิฉันเองก็ได้มีส่วนร่วมค่ะ ขอสไลด์ถัดไป ได้เลยนะคะ เข้าไปประชุมในวันเสาร์ที่ ๒๗ เมษายนปีที่ผ่านมา ๒๕๖๗ จัดทำประชาคม รวบรวมรายชื่อพี่น้องประชาชนเรียบร้อยเลยเพื่อประสานเจ้าของพื้นที่ให้รับรู้ปัญหาดังกล่าว จนเจ้าของพื้นที่เองก็ยินยอมที่จะยกถนนให้เป็นพื้นที่สาธารณะ แต่จนแล้วจนรอดเวลา ล่วงเลยมาเกือบปีแล้วกระบวนการทางกฎหมายก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี พี่น้องประชาชน ยังคงต้องอาศัยอยู่ในความมืดมิดยามค่ำคืน มีเพียงแสงสว่างจากบ้านเรือนเท่านั้นที่ยังทำให้ พี่น้องประชาชนยังมองเห็นอยู่บ้าง สิ่งที่ดิฉันเห็นจากเคสนี้คือทุกคนพยายามค่ะท่านประธาน ทุกคนมีความพยายามที่อยากจะแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ยังติดกรอบข้อกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมายคืออุปสรรคที่ทำให้เรายังไม่สามารถ ทำอะไรมากไปกว่านี้ได้ และนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเดียว ๑ ชุมชนในเขตพื้นที่ทั้งหมดของ ดิฉันเท่านั้น แล้วดิฉันก็เชื่อมั่นว่า ๔๐๐ ท่านที่เป็น สส. เขตในที่นี่ก็พบเจอปัญหาเดียวกัน หลาย ๆ พื้นที่ปัญหาเดียวกันนี้เจ้าของพื้นที่ปล่อยให้มีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าในเขตชุมชน กลายเป็นที่ลักลอบทิ้งขยะ บางวันก็เกิดไฟไหม้ เกิดปัญหาในชุมชนเป็นฝุ่น PM ขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ขณะเดียวกันคนในชุมชนเองไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง เด็กไม่มีที่วิ่งเล่น ขาดพื้นที่สาธารณะ ที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกันค่ะ ท่านประธานคะ เราจะยอมให้ลูกหลานเราใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง ที่รัฐดูดายกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ขนาดนี้เลยหรือคะ เมื่อเราเอา ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ดิฉันเห็นว่าหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านจะแก้ปัญหา ในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนได้มาก ชาวชุมชนจะมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ผู้เป็นเจ้าของ ที่ดินก็จะถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตัวเองและยังสามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ หากท้องถิ่นเข้าไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ดังกล่าวให้ใช้สอยร่วมกันได้ในด้านกีฬา หรือด้านสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นตามพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างชัดเจนว่า ทุกคนได้ประโยชน์ ทั้งนี้หากมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างในรายละเอียดอย่างใดค่ะท่านประธาน ไปคุยกันในห้องกรรมาธิการ ดิฉันไม่เห็นว่าข้อโต้แย้งใด ๆ ที่หลาย ๆ ท่านได้สื่อสารออกมา จะล้มล้างร่างแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ได้

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ร่างกฎหมายฉบับนี้คือหมุดหมายสำคัญที่เรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนครั้งใหญ่ด้วยการ แก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานที่อยู่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด แก้ไขปัญหาที่อยู่หน้าบ้านของทุกคน เปลี่ยนความเดือดร้อนความรำคาญประจำวันเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้อำนาจกับคนที่สมควรจะมีอำนาจในการใช้วิสัยทัศน์และงบประมาณอย่างเต็มที่ เพื่อคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนค่ะ ให้รัฐได้มีโอกาสดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ขอบคุณค่ะท่านประธาน