สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘

วีรภัทร คันธะ หารือเรื่องการใช้ที่ดินรกร้าง และเรียกร้องให้รัฐบาลคว่ำร่างกฎหมายที่ไม่เหมาะสม และขอเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาความไม่โปร่งใสในการใช้ที่ดิน

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๖ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอเรียนแบบนี้ว่าปัญหาอย่างที่ เห็นอยู่ว่าเป็นเรื่องที่ดินผมว่ามันไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อวาน ไม่ได้เกิดปีที่แล้วเกิดมา ๒๐-๓๐ ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น บางท่านผมว่าท่านเป็น สส. มาหลายสมัยท่านก็ควรจะเห็นว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่น่ากังวลมันเป็นความเดือดร้อนของประชาชน ท่านครับผมว่าหลายท่านเติบโต มาก็เป็นนักการเมืองผมคิดว่าท่านต้องเคยโดนร้องเรียนปัญหาเหล่านี้ไม่มากก็น้อย แต่อย่างน้อย ท่านก็ต้องมีการถูกพูดถึงโดยประชาชนล่ะครับ เรื่องนี้มันเป็นปัญหาทางกฎหมายล้วน ๆ เลย ที่ว่าเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่ได้มีการเข้าไปใช้มีการมอบให้ชาวบ้านอย่างที่ พระประแดงเองเจ้าของที่ดินเขาให้ชาวบ้านใช้ที่แต่ว่าไม่ได้ยกให้ ทีนี้พอถนนพัง ไฟไม่สว่าง โรงงานบางโรงงานมาช่วยทำถนนไว้ก็มีแล้วสุดท้ายเป็นอย่างไรครับ โรงงานเจ๊ง ออกนอก พื้นที่ไปแล้วแต่ว่าประชาชนยังคงอาศัยอยู่บริเวณนั้น สิ่งที่ตามมาคืออะไรครับ ก็คือเทศบาล อบต. ไม่สามารถเข้าไปจัดการดูแลปัญหาได้ เวลาประชาชนถามเขาก็มาถามว่าเทศบาล เวลาเขานึกออกเขาก็นึกถึงเทศบาล นึกถึงหน่วยงานท้องถิ่น ผมพูดตรง ๆ ตรงนี้คือผม มีความเข้าอกเข้าใจโดยเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกจะทำอย่างไรปัญหานี้ ท่านครับการใช้ประโยชน์จากที่ดินเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญจำเป็นเร่งด่วนโดยเฉพาะ สส. เขตที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกน่าจะพูดกันหลายคนแล้ว และถ้าผม เอาสไลด์มาขึ้นอีกสักคนหนึ่งมันก็คงไม่ต่างจากท่านอื่น แต่ผมอยากจะถามไปตรง ๆ นะครับ โดยเฉพาะทางรัฐบาลนะครับ การคว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าคงไม่ได้เป็นทางออกที่ดี หรือที่ถูกต้องนะครับ ผมคิดว่าประชาชนทางบ้านรอฟังอยู่เขาก็รอดูว่ากฎหมายนี้จะช่วย แก้ปัญหาให้กับเขาได้ แล้วกฎหมายนี้จะเป็นกฎหมายที่มีความเป็นประโยชน์อย่างมาก ผมคิดว่าการที่ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ท่าน สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ท่านได้เสนอ ร่างนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการใช้ประโยชน์ ของที่ดินที่ถูกปล่อยเป็นที่รกร้างนะครับ ท่านครับผมเดินทางไปหลายที่ไม่ใช่แค่พระประแดง ไม่ใช่แค่สมุทรปราการ ผมไปหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ผมเห็นเลยว่าเรื่องนี้ถ้าท่านปล่อยไว้ มันจะกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ท่านครับผมเข้าใจว่าบางท่านก็มีพูดข้อเสนอว่าโอเค มีความกังวลเรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส เดี๋ยวมีฮั้วกันอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเหมือนอุปสรรคที่เราคิดไปก่อน แต่ปัญหาก็คือเราไม่เคยมีข้อเสนอที่ดี และ กฎหมายฉบับนี้ ร่างฉบับนี้คือข้อเสนอที่จะนำมาช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ท่านครับการขยายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปบริหารจัดการที่รกร้าง เพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นแนวทางที่มีเป้าหมายเชิงบวก ร่างนี้ก็มีการทำผลสำรวจแล้วว่า จะมีโอกาสในการเกิดความโปร่งใสถ้าสมมุติว่ามีการดำเนินการอย่างเปิดเผย ข้อกังวล ที่ผู้มีอำนาจมักจะเพิกเฉยต่อปัญหาความโปร่งใสก็คือเรามักจะกังวลกันไปก่อนจนลืมคิดว่า เราควรหาวิธีป้องกันมากกว่าการหันหลังให้กับปัญหา ก็เปรียบเสมือนกับการหันหลังให้กับ โอกาสสำคัญในการนำพื้นที่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ผมขอเสนอแนวทางในการ แก้ปัญหาความไม่โปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการกำหนดการมีส่วนร่วมของประชาชนก็เปิด ให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ที่ดินแล้วก็มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ทุกขั้นตอน การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอิสระในการดูแลนะครับ แล้วก็มีกลไกกำกับดูแลโดยหน่วยงานกลางที่ไม่เกี่ยวข้องกับ อปท. เพื่อป้องกันปัญหา ประโยชน์ทับซ้อน การสร้างระบบเปิดเผยข้อมูลสาธารณะทุกขั้นตอนการจัดสรรที่ดินก็ต้อง โปร่งใสแล้วก็ตรวจสอบได้ง่ายเพื่อป้องกันการทุจริต แล้วก็มีการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน หากมีการพบว่ามีการใช้อำนาจโดยมิชอบก็ต้องมีบทลงโทษที่เหมาะสมกับผู้กระทำผิด เพื่อป้องปรามการทุจริตในอนาคต การขยายอำนาจ อปท. ให้บริหารที่ดินรกร้างนี้ก็เพื่อ ประโยชน์ของประชาชนแล้วก็เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ ถ้าหากไม่วางมาตรการ ป้องกันความโปร่งใสให้รัดกุมก็จะกลายเป็นการสูญเสียโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์ ประชาชนก็ไม่ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง แล้วก็อาจเกิดข้อครหาในเรื่องของความโปร่งใส อย่างไรผมก็ถือเป็นตัวแทนคนคนหนึ่งที่อยู่ในลักษณะชุมชนที่มีความพยายามในการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อ ๆ อย่างจริงใจว่าถ้าท่านได้ลองไปอยู่กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ แล้วท่านจะเข้าใจว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้จึงจำเป็นต้องเข้าสู่สภาแล้วก็ผ่านเป็นกฎหมาย ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนในอนาคตครับ ขอบคุณครับ