ธัญธร ธนินวัฒนาธร อภิปรายร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อเปิดโอกาสให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในที่ดินรกร้างเกิน 3 ปี โดยชี้แจงว่ามาตรา ๖/๑ ไม่กระทบสิทธิ์เจ้าของที่ดิน พร้อมเสนอให้รัฐดูแลพื้นที่สาธารณะและปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน รวมถึงประโยชน์ด้านกีฬาและการลดหย่อนภาษี
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค ภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน ผมขอใช้เวลาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อภิปราย ญัตติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... เสนอโดย สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และคณะ ในร่าง พ.ร.บ. นี้ก็มีใจความสำคัญอยู่ที่ การเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๖ ซึ่งเดิมก็มีเนื้อความว่าบุคคลใดมีสิทธิตามโฉนดหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ แต่ทอดทิ้งหรือปล่อยที่ดินเป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกินกว่าเวลา ที่กำหนดให้ถือว่ามีเจตนาสละสิทธิเฉพาะส่วนที่ทอดทิ้ง โดยเพิ่มข้อความในมาตรา ๖/๑ มีเนื้อหาคือหากที่ดินเป็นที่ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยเปิดเผยติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ ปี โดยผู้มีสิทธิในที่ดินไม่ได้หวงกัน พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเกิดว่ามีการใช้สอยที่ดินตรงนั้นประชาชน หรือแม้แต่กระทั่งท้องถิ่นสามารถรวมตัวกันขอร้องให้ตรงนั้นเปลี่ยนเป็นใช้สอยร่วมกัน เป็นการชั่วคราวได้โดยไม่กระทบต่อกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน และร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ยังสอดคล้องกับเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๖ ที่ระบุว่ารัฐต้องจัดทำหรือดำเนินการให้มี สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนครับ ที่ดินซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์เป็นหน้าที่ของรัฐ ในการปรับปรุงดูแล หรือปรับปรุงให้ใช้สอยประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ ท่านประธาน เพื่อให้ผลิดอกออกผลนั้นพื้นที่ที่ประชาชนได้ใช้สอยร่วมกันก็ควรได้รับ การปรับปรุงดูแลเพื่อให้พื้นที่นั้นไม่ถูกปล่อยปละละเลยนะครับ แล้วควรเป็นอำนาจของรัฐ ในการเข้าไปทำหน้าที่ดอกผลที่ว่าจึงตกแก่พี่น้องประชาชนตามสมควรครับ ในฐานะที่ผม เป็น สส. เขตในกรุงเทพมหานครก็มักจะได้รับเรื่องร้องเรียนทราบปัญหาจากประชาชน อยู่บ่อยครั้ง ให้หน่วยงานเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมไฟทางเดินต่าง ๆ แต่เมื่อตรวจสอบก็พบว่า เป็นที่ดินของเอกชน หน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ท่านประธานดูในรูป ด้านซ้ายนั้นก็เป็นที่ที่ผมเข้าไปเดินเป็นทางสัญจรของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร เราจริง ๆ นะครับ ตรงนั้นทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ใช้กันทุกวัน มีสายไฟห้อยระโยงระยาง ถ้าฝนตก น้ำก็ท่วม ที่บนขวาตรงนั้นก็เป็นที่ตาบอดต้องอาศัยที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าในการสัญจร เข้าออก รวมถึงภาพล่างขวาตรงนั้นเมื่อเป็นที่เอกชนก็ขาดการปรับปรุงดูแล ถนนก็ผุพัง แบบนั้นนะครับ และความจำเป็นก็คือเงื่อนไขหลักที่ทำให้ประชาชนต้องใช้ที่ดินเหล่านั้น หากมีตัวเลือกอื่นที่สามารถทำได้มีหรือว่าประชาชนจะไม่เลือกนะครับ และปัญหาเหล่านี้ ยังนำไปสู่ปัญหาเรื้อรังในชีวิตประจำวันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงภัยต่าง ๆ และปัญหา อาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ เพราะฉะนั้นครับท่านประธานตามที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ก็มีผู้เห็นด้วยกับร่างร้อยละ ๖๖ ต่อ ๓๓ ความเห็นส่วนใหญ่มองว่าประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้น ๆ ได้อย่างยั่งยืน และมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ ความเห็นหนึ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจคือการปรับที่ดินนั้น ให้กลายเป็นสวนสาธารณะหรือสถานที่ออกกำลังกายกับประชาชนทั่วไป ตรงนี้ผมมองว่า ก็ค่อนข้างที่จะมีประโยชน์เพราะว่าสัดส่วนของพื้นที่สีเขียวและพักผ่อนหย่อนใจของ พี่น้องประชาชนในเขตเมืองนี้ก็ค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว มีประโยชน์อย่างยิ่งทั้งระยะสั้นก็คือ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และระยะยาวก็คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ประชาชนนะครับ
อย่างไรก็ตามครับท่านประธานในการเปิดรับฟังความคิดเห็นมีความเห็นหนึ่ง ที่ตั้งแง่มุมว่าจะเป็นการลิดรอนสิทธิเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือไม่นั้น เนื้อหาในร่างก็ระบุ ไว้อยู่แล้วในมาตรา ๖/๑ ลงท้ายว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเปลี่ยนสภาพที่ดิน ให้เป็นพื้นที่ใช้สอยประโยชน์ร่วมกันเป็นการชั่วคราวโดยที่ไม่กระทบกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดินนะครับ นอกจากนี้ผมมองว่ายังเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของที่ดินอีกด้วย โดยเฉพาะในกรณี ที่เจ้าของที่ดินอนุญาตให้เข้าไปปรับปรุงเป็นพื้นที่ที่ใช้สอยร่วมกันในด้านกีฬาก็จะเข้าเงื่อนไข ในการขอลดหย่อนอัตราชำระภาษีที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี ๒๕๖๓ มาตรา ๔ (๘) ครับท่านประธาน ที่ให้ลดภาษีในอัตราร้อยละ ๙๐ ของจำนวนภาษี ที่ต้องเสียสำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นสถานที่ให้บริการแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป เพื่อการเล่นกีฬานะครับ
โดยสรุปสาระสำคัญนะครับท่านประธาน จากที่ผมและเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายก็คงให้เห็นภาพว่าที่ดินที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างสงบเปิดเผย เจ้าของ มิได้หวงกันประชาชนก็สามารถที่จะร้องขอต่อหน่วยงานรัฐให้หน่วยงานรัฐเข้ามาปรับปรุง ดูแลเปลี่ยนสภาพพื้นที่ดังกล่าวให้สามารถใช้สอยใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ยั่งยืน ส่วนในเรื่องระยะเวลานั้นที่อาจจะยังมีความเห็นแตกต่างกัน ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับตัวเลข ๓ ปีนั้นเราสามารถพิจารณาร่วมกันในวาระถัดไปได้ครับ ดังที่ผมได้กล่าวมา ไม้ทุกต้นสมควรได้รับการดูแลเพื่อผลิดอกออกผล ดอกผลที่ว่านั้นมิใช่เพียงเพื่อเด็ดลง วางประดับให้สวยงามครับ แต่ยังแตกยอดไปสู่ประโยชน์โพดผลได้อีกมาก พื้นที่รกร้างเหล่านี้ นอกจากจะได้รับการดูแลให้สมบูรณ์มีชีวิตชีวาแล้วยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในชีวิต ประจำวันของพี่น้องประชาชนได้ แก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจนถึง สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน แก้ไขปัญหาหน้าบ้านของประชาชน ได้ด้วยครับ พวกเราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าท่านประธานและสมาชิกทุกท่านจะเล็งเห็น ถึงความสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขดังที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ได้ในเร็ววันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน