ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อภิปรายร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเน้นประเด็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นแก้ไขปัญหาหน้าบ้าน เช่น ถนน น้ำท่วม และขยะ แทนที่พึ่งพาราชการส่วนกลาง โดยอธิบายสาระสำคัญของการแก้ไขว่าเป็นการเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาหน้าบ้าน และเรียกร้องให้สมาชิกสภาโหวตรับหลักการโดยตระหนักถึงเจตจำนงของประชาชนมากกว่าความเห็นของกรมที่ดิน พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อกรรมสิทธิ์เดิม
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอเปิด การอภิปรายครั้งนี้ด้วยการตั้งคำถามไปยังเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน ผมอยากได้คำ ๑ คำ ที่เพื่อนสมาชิกเห็นถึงหลักการสาระที่สำคัญที่สุดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับนี้ว่าท่านนึกถึงคำว่าอะไรครับ สำหรับผมหลาย ๆ ท่านอาจจะนึกถึงคำว่า ที่ดิน อาจจะ นึกถึงคำว่า กรรมสิทธิ์ที่ดิน อาจจะนึกถึงคำว่า การพัฒนาที่ดินที่ประชาชนใช้สอยประโยชน์ ร่วมกัน แต่สำหรับผมในฐานะผู้เสนอร่างผมไม่ได้นึกถึงคำว่า ที่ดิน เป็นหลัก ผมนึกถึงคำว่า การกระจายอำนาจ การเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปแก้ไขปัญหา หน้าบ้านให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ส่งข้อหารือเข้ามายังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้หลาย ๆ เรื่องครับ เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาถนนหนทางในการสัญจร ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การลอกท่อ การจัดการปัญหาขยะ การแก้ไขปัญหาการลักลอบ การทิ้งขยะและการเผาขยะข้างทาง ที่หลาย ๆ ครั้งครับ ยกตัวอย่างแค่ปัญหาขยะ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้าไปเก็บขยะในที่ดินรกร้างว่างเปล่าต่าง ๆ เหล่านั้นยังทำไม่ได้ ทำไม่ได้เพราะเป็นที่ดินเอกชนหรือเป็นที่ดินของหน่วยงานอื่นที่ท้องถิ่นเกรงว่า กลัวว่า ถ้าเข้าไปจัดการบนที่ดินต่าง ๆ เหล่านั้นแล้ว เขาจะถูกฟ้องร้องตามกลับมาภายหลัง ยังมี ปัญหาเรื่องไฟส่องสว่างต่าง ๆ ในชุมชน ถนนหนทางต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นยังเข้าไปจัดการไม่ได้ ปัญหาหน้าบ้านต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าทุกท่านลองไปสืบค้นในระบบของสภาผู้แทนราษฎรเรามี ข้อหารือที่ยังค้างยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เป็นร้อย ๆ เป็นพัน ๆ เรื่องครับ ที่เพื่อนสมาชิก ทุกท่านโดยเฉพาะแบบแบ่งเขตที่เสนอเข้ามาทั่วทั้งประเทศเป็นปัญหาหน้าบ้านของพ่อแม่ พี่น้องประชาชน แต่ทุกวันนี้ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมอยากนำเรียน ท่านประธานสอบถามเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า ท่านคิดว่าหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่พี่น้อง พี่น้องประชาชนมากที่สุด และควรจะต้องเป็นหน่วยงานที่เข้าไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนควรจะเป็นรัฐ ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือจริง ๆ ควรจะเป็น ท้องถิ่น เป็น อบต. เป็นเทศบาล เป็น อบจ. ที่อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากที่สุด และประชาชนเป็นคนเลือกมากับมือกันแน่ครับ
ดังนั้นสำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องของที่ดินครับ แต่เป็นเรื่องของการเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นนั่นเอง ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกที่จะลุกขึ้นอภิปรายต่อจากนี้ต่อจากผม ผมเชื่อว่าจะเป็น ตัวอย่างที่สำคัญที่จะทำให้ประชาชนทางบ้านที่กำลังติดตามฟังการอภิปรายครั้งนี้ตระหนักรู้ และเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ว่าจะเป็นกฎหมายที่ช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนจริง ๆ ปัญหาหน้าบ้านที่ทุกท่านประสบพบเจออยู่ทุก ๆ วัน แต่สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ผ่านกลไก การตั้งข้อหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะส่งข้อเรียกร้องไปยัง เพื่อนสมาชิกทุกท่านผ่านท่านประธานไปครับ ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ จากฝั่งรัฐบาล อยากจะให้ท่านตระหนักรู้ถึงสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ไม่อยากจะให้ ท่านลงมติโหวตตามความคิดเห็นของกรมที่ดินที่เขาได้แสดงความเห็นในที่ประชุมวิปรัฐบาล มาแล้วว่าอยากให้คว่ำร่างประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ผมอยากให้ทุกท่านตระหนักรู้ ว่าสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ของท่าน ได้ด้วยเช่นเดียวกัน แบบที่พรรคประชาชนเราเคยโหวตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ของท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ที่แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ทั้ง ๆ ที่ร่างของท่านธีรรัตน์ถูกคัดค้านจากกรมที่ดินเช่นเดียวกัน เพราะมีบทบัญญัติที่ไปเพิ่ม อำนาจให้ท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดการปัญหาในโครงการหมู่บ้านจัดสรร และกรมที่ดิน ก็ให้ความเห็นคล้าย ๆ กับประมวลกฎหมายที่ดินของผมครับ กรมที่ดินให้ความเห็นว่า การไปเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นอาจจะทำให้เกิดปัญหาความทับซ้อนในเรื่องของอำนาจ ที่มีหน่วยงานอื่นจัดการเรื่องโครงการหมู่บ้านจัดสรรอยู่แล้ว ประมวลกฎหมายที่ดินนี้ ก็เช่นเดียวกัน ผมตั้งใจเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นเข้าไปจัดการ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ แต่กรมที่ดินก็คัดค้านมีข้อกังวลในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดิน และกังวลในเรื่องของความทับซ้อนกับอำนาจของหน่วยงานอื่นอีกเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ผม อยากจะเรียกร้องสื่อสารถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านรวมถึงฝั่งรัฐบาลโดยเฉพาะ ผมอยากให้ ทุกท่านโหวตด้วยเจตจำนง โหวตด้วยจิตสำนึกของความเป็นผู้แทนราษฎร ที่ทุกท่านเป็น ผู้แทนราษฎรได้รับฟังปัญหา ประชาชนมีปัญหาอะไรนึกถึงท่านก่อนคนแรก ไม่ได้ไปนึกถึง อธิบดี ไม่ได้ไปนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ แต่นึกถึง สส. ในพื้นที่ก่อนเป็นลำดับแรก ผมอยากจะให้ทุกท่านโหวตรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้แล้วไปถกเถียงกันในประเด็น รายละเอียดอื่น ๆ ในชั้นกรรมาธิการวาระที่สองครับ แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงวาระที่สอง ผมอยากจะยืนยัน ๓ เรื่องด้วยกันที่เป็นข้อกังวลที่พวกเราได้รับฟังข้อคิดเห็นมา ได้รับฟัง เสียงสะท้อนมาว่าการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้จะสร้างผลกระทบอะไร ที่ทุกท่านมีข้อกังวลอยู่บ้าง ๓ เรื่องนั้นก็คือการรับประกันในการคุ้มครองเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดินเดิมครับ
ประการแรก เราเขียนบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจนมากว่าการที่ให้ท้องถิ่นเข้าไป ปรับปรุงสภาพที่ดินเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนตามร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้จะเป็น การแก้ไขเป็นการชั่วคราว ไม่เป็นการกระทบกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินเดิม เพราะฉะนั้น ประการแรกครับ รับรองเรื่องกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินเดิมว่าไม่กระทบแน่นอน
ประการที่ ๒ สิ่งที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับประกัน ก็คือการคุ้มครองว่าจะ ไม่มีผู้บุกรุกไปยังที่ดินของเจ้าของที่ดินนั้น ๆ ในบทบัญญัติในประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าท้องถิ่นจะสามารถเข้าไปทำได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของที่ดินมิได้หวงกัน คำว่า มิได้หวงกัน แปลว่าถ้ามีเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินออกมาแสดงความเห็นคัดค้านไม่อยากจะให้ ท้องถิ่นเข้าไปทำ ท้องถิ่นก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นประการที่ ๒ รับประกันสิทธิคุ้มครองแน่นอน ว่าจะไม่มีการบุกรุกที่ดินโดยเจ้าของที่ดินไม่ยินยอม
ประการที่ ๓ คือในเรื่องของการคุ้มครองว่าจะไม่ทำให้ที่ดินนั้น ๆ เสียหาย หลาย ๆ ท่านอาจจะมีข้อกังวลว่าถ้าเข้าไปทำแล้วจะต้องมีการขุดที่ดิน มีการก่อสร้าง โครงสร้างถาวร มีการลงเสาเข็มจะทำอย่างไร ทำให้ทรัพย์เจ้าของที่ดินเสียหายหรือไม่ ในประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้วรรคท้ายมีการเขียนบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจนมากว่าวิธีการ ในการปรับปรุงสภาพที่ดินต่าง ๆ เหล่านั้นให้เป็นไปตามกฎหมายลำดับรองที่อธิบดีกรมที่ดิน กำหนด แปลว่าอะไรครับท่านประธาน อธิบดีมีอำนาจอยู่ในการที่จะควบคุมการเข้าไป ปรับปรุงสภาพที่ดินของท้องถิ่นว่าสามารถทำอะไรได้บ้างที่จะไม่เป็นการทำให้ที่ดินนั้น เสียหายถาวรแก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิม ดังนั้นข้อกังวลหลาย ๆ เรื่องที่ผมได้ยินเสียง สะท้อนมาอยากจะให้เพื่อนสมาชิกมีความเข้าใจที่ตรงกันว่าร่างฉบับนี้คุ้มครองสิทธิเจ้าของ ที่ดินถึง ๓ ประการด้วยกัน ก็คือเรื่องกรรมสิทธิ์ การไม่บุกรุก และไม่ทำให้เสียทรัพย์
ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะสรุปในการเปิดการอภิปรายครั้งนี้ อยากจะให้ เพื่อนสมาชิกทุกท่านลองติดตามฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกอีกหลาย ๆ ท่านต่อจากนี้ แล้วทุกท่านจะเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ของท่าน ได้จริง และผมก็ยังหวังว่าการลงมติรับหลักการในร่างประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้นั้น ทุกท่านยังมีโอกาสที่จะกลับมติวิปรัฐบาลเพื่อที่จะรับหลักการร่างประมวลกฎหมายที่ดิน ในฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน