ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน โดยเฉพาะร่างที่พรรคประชาชนเสนอ โดยระบุว่าร่างนี้จะช่วยให้ประชาชนมีรายละเอียดข้อมูลในการติดต่อราชการอย่างโปร่งใสและชัดเจน ทำให้สามารถยื่นคำขอแบบ One Stop Service ได้เลย นอกจากนี้ยังกำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตโดยอัตโนมัติ หากเจ้าหน้าที่ไม่ให้คำตอบหรือไม่สามารถพิจารณาคำขออนุญาตให้กับประชาชนเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย สนับสนุนหลักการของร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ร่าง โดยเฉพาะร่างที่ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะเป็นผู้เสนอจากพรรคประชาชน ซึ่งผมเองก็ได้ร่วมลงชื่อในร่างนี้ด้วยครับ เนื่องจาก ตัวของผมเองนั้นได้เห็นถึงสิ่งที่พี่น้องประชาชนจะได้รับนั้นมีมากมายหลายประการ ไม่ว่า จะเป็นในการได้รับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อราชการอย่างโปร่งใสและชัดเจน โดยประชาชนสามารถเข้าถึงและรับทราบข้อมูลการให้บริการทั้งขั้นตอนและระยะเวลา ที่ต้องใช้ รวมถึงช่องทางในการให้บริการต่าง ๆ ของภาครัฐได้อย่างถูกต้องครบถ้วนผ่านคู่มือ สำหรับประชาชน ทำให้สามารถจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้ได้อย่าง ถูกต้อง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาติดต่อหน่วยงานของรัฐหลายครั้ง โดยสามารถยื่นคำขอแบบ One Stop Service ได้เลย ซึ่งสาระสำคัญที่มีความแตกต่างระหว่างร่างของคณะรัฐมนตรี กับร่างของพรรคประชาชนใน พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและ การให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ก็คือเรื่องของกรอบระยะเวลาครับ Auto Approve หรือการอนุมัติให้ใบอนุญาตนั้นมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติ หากเจ้าหน้าที่ไม่ให้คำตอบหรือ ไม่สามารถพิจารณาคำขออนุญาตให้กับประชาชนเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดได้ โดยกฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกระดับ ผู้ประกอบอาชีพทุกอาชีพ รวมถึง ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม ตั้งแต่การขอใบอนุญาตก่อสร้าง การเปิดร้านอาหาร หอพัก โรงแรม โรงงาน ซึ่งถ้านับรวมกฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีการขออนุญาตในทุกกลุ่มอาชีพและทุกกลุ่ม อุตสาหกรรมแล้วจะนับรวมกันได้ทั้งสิ้น ๙๗ ฉบับด้วยกัน โดยกฎหมายที่กำหนดเรื่อง การอนุญาตเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพจะสามารถ แบ่งออกได้เป็น ๒ กลุ่มดังนี้ครับ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มกฎหมายด้านการประกอบอาชีพและกิจการ จำนวน ๖๓ ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ส่วนในกลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่ม กฎหมายด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน จำนวน ๓๔ ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ หากเรานับเฉพาะใบอนุญาตก่อสร้างสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เคยรายงานผลสำรวจ ในปี ๒๕๖๑ ว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการขอออกใบอนุญาตก่อสร้างนั่นคือค่าเร่งเวลา ที่พี่น้องประชาชนจะต้องจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ไม่ควรต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียวด้วยซ้ำ นี่ยังไม่รวมเฉพาะประเทศอื่น ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องจ่าย โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจ ที่มีภาระดอกเบี้ย ทุกวันที่ล่าช้าคือต้นทุนที่ต้องจ่ายและถูกใช้เป็นช่องทางในการเรียกรับ ส่วยสินบน เป็นเงินใต้โต๊ะที่ต้องจ่ายให้กับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวก ในการพิจารณาให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการกำหนดกรอบระยะเวลา Auto Approve หรือ การบัญญัติในกฎหมายว่าบรรดาใบอนุญาตต่าง ๆ ตามกฎหมายแต่ละฉบับ หากประชาชน หรือผู้ประกอบการได้ยื่นคำขอตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว และเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้คำตอบ ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติจะเป็นการอุดช่องโหว่ ป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เป็นช่องทางในการเรียกรับส่วยหรือเงินใต้โต๊ะแบบที่เป็นอยู่ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยร่างฉบับพรรคประชาชนจะรู้ผลของการขอใบอนุญาตภายใน ๑๕ วัน โดยกำหนด ระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตไว้ในคู่มือฉบับประชาชน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้ง ๑๕ วัน ๓๐ วัน ๙๐ วัน หรืออื่น ๆ โดยค่าเริ่มต้นคือไม่เกิน ๑๕ วัน หากครบกำหนดแล้วแต่รัฐยังไม่ แจ้งผลให้ประชาชนทราบถือว่ารัฐอนุญาตแล้ว โดยยกเว้นการอนุญาตบางส่วนที่จำเป็น ต้องใช้เวลานานกว่านั้นก็เปิดช่องให้กำหนดในกฎกระทรวงได้ จึงถือได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการที่พรรคประชาชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหา เชิงโครงสร้าง การต่อสู้กับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัญหาหลักที่กำลังกัดกิน ประเทศไทยของเราอยู่ในขณะนี้ และนี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างร่างของคณะรัฐมนตรี และร่างของพรรคประชาชนที่พวกเราจะช่วยกันผลักดันให้มีการบรรจุ Auto Approve ไว้ใน กฎหมายฉบับนี้ต่อไป จากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้ผมจึงขอสนับสนุนให้สภาได้รับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ แล้วก็ร่วมกันพิจารณาเพื่อประโยชน์สูงสุดของ พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน