ธีระชัย แสนแก้ว ขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนการรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน โดยวิจารณ์ว่าแม้กฎหมายจะมุ่งเน้นการป้องกันการทุจริต แต่การสั่งปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อกสิกร จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบความถูกต้องในการบังคับใช้กฎหมาย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
ประการแรก ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์ เพื่อเพิ่มความสะดวก สร้างความรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนและเข้าไป ขอใบอนุญาตต่าง ๆ จากส่วนราชการ เพราะพระราชบัญญัติฉบับนี้คือต้นทางจุดเริ่มต้น ของการแก้ไขปัญหาที่ไม่ดีของหน่วยงานราชการ และเป็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ของหน่วยงานรัฐ เพราะมีการกำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน การทำงานแต่ละขั้นตอน แล้วจะต้องให้พี่น้องประชาชนรับทราบการขอใบอนุญาตขั้นตอน ใด ๆ ก็ตามแต่ที่จะได้รับใบอนุญาต ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังกำหนดอีกนะครับว่าให้ หน่วยงานราชการต้องลดขั้นตอนไม่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกบริการแก่พี่น้องประชาชน เพื่อขจัดความยุ่งยากน่ารำคาญของพี่น้องประชาชนที่มาติดต่อราชการ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่ามันเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ดังที่เป็นข่าวก็คือการที่ ราชการบอกตรง ๆ ครับ คืออุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานีได้ไปสั่งปิดโรงงานน้ำตาล ไทยอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับพี่น้อง เกษตรกร การที่จะทำอะไรก็แล้วแต่มันจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะต้องติดตามมา มันจะต้องดูทุกทาง มันไม่ใช่ว่าจะลุแก่อำนาจแล้วก็บ้าอำนาจอย่างกับเผด็จการด้วยการ จัดการอะไรก็แล้วแต่ จะได้รับคำสั่งจากใครก็แล้วแต่ ก็ขอให้ผู้บังคับบัญชาขั้นต้นได้รับไว้ พิจารณาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอกราบเรียนในเรื่องนี้ว่ามัน เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัตินี้โดยตรงที่จะอำนวยความสะดวกกับพี่ประชาชน แต่ข้าราชการ ทุกวันนี้กลับบั่นทอนชีวิตความเป็นอยู่กับพี่น้องประชาชนในการทำธุรกิจหรืออะไรก็แล้วแต่ เรื่องที่เกิดขึ้นผมอยากจะขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า นโยบายของรัฐบาลเพื่อที่จะให้มี การแก้ไขปัญหา PM2.5 อันนี้เป็นที่ยอมรับได้ ทำกันได้ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยซึ่งเป็น ส่วนร่วมในการแบ่งผลประโยชน์กับพี่น้องชาวโรงงานน้ำตาล แต่ในขณะเดียวกันกระผม อยากจะขอกราบเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่มันเป็น การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพื่อเอาใจนายเฉย ๆ ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมทั้งสิ้น แต่เป็นการเกี่ยวข้องกับการดำเนินการโดยพลการ จะเป็นของใคร ก็แล้วแต่นะครับท่านประธาน อันนี้คือเขาใช้อำนาจของเขาเพราะว่าพระราชบัญญัติ ซึ่งมีหลายพระราชบัญญัติที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะเอาไปกำหนดกฎกติกาให้กับ พี่น้องประชาชนหรือบุคคลทั่วไป ก็คือพระราชบัญญัติมีทั้งส่งเสริม สนับสนุน มีพระราชบัญญัติทั้งควบคุม มันต้องไปบูรณาการ ในเหตุการณ์ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้ พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายแม้แต่มาตราเดียว ในการไปแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานี และชาวจังหวัดอุดรธานีก็ถูกตราหน้าว่าเป็นคนทำให้ PM2.5 มีปัญหามากมาย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องอ้อยน้ำตาลพี่น้องตาดำ ๆ ซึ่งเขาจะต้องส่งเสริมสนับสนุนให้พี่น้องได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่กลับมาทำลายชีวิตของเขา ทั้งชีวิต การแก้ไขปัญหามันไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเดียวด้วยการปิดโรงงาน ถ้าปิด โรงงานน้ำตาลแล้วทำให้ PM2.5 อยู่ในกรุงเทพมหานคร อยู่ในสมุทรปราการ อยู่ใน สมุทรสาคร มันไม่มี PM2.5 ก็ปิดทั้งหมดเลยครับ ๕๘ โรงงานน้ำตาลในประเทศไทย และจังหวัดอุดรธานี โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีแห่งนี้ก็มี PM2.5 ที่ว่าเป็นความจุ ความร้อน และมีอ้อยไฟไหม้ไม่ได้จุความร้อนอะไรหรอกครับ แต่เป็นอ้อยไฟไหม้ที่ส่งอ้อยเข้าโรงงาน น้ำตาลเป็นอันดับ ๔ อันดับที่ ๑ อยู่แถวสุพรรณบุรีนั่นล่ะครับ อันดับที่ ๒ ก็อยู่แถว ๆ นี้ล่ะครับ ภาคกลาง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ และ ๑ ใน ๑๐ อันดับนั้นก็ยังมีอ้อยไฟไหม้ยังหลงเหลืออยู่ เขาพยายามมีการแก้ไขอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันผมอยากจะถาม อยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่าทำไมต้องปิด โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีแห่งเดียว ทำไมพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดหลาย ๆ จังหวัดเลยที่มีการส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาลมีปัญหาทั้งนั้น ครับท่านประธาน พรุ่งนี้ผมตั้งกระทู้ถามแน่นอน ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้ ข้าราชการผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยไม่ได้คำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความรอบด้าน โดยใช้ลุแก่อำนาจว่าถ้ามึงทำไม่ได้ กูปิด โดยไม่รู้ว่าพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยต่าง ๆ ที่อยู่ ตามท้องไร่ท้องนายากจน ใช้รถอีแต๋น รถอีแต๊ก รถสาลี่ ขนอ้อยเข้ามา เขาบอกว่าถ้าปิดแล้ว มึงก็ไปโรงงานอื่นเสีย แล้วโรงงานอื่นมันจะไปได้อย่างไรครับเป็นร้อย ๆ กิโลเมตร และ ในขณะเดียวกันปัญหาที่เกิดขึ้นนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือนโยบายของ ประเทศไทยบอกว่าให้มีการส่งอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดำเนินการมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนมาจนถึงชุดปัจจุบันของท่านนายกรัฐมนตรี อุ๊งอิ๊ง ชินวัตร ท่านก็ลดลงมาเหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รายละเอียดต่าง ๆ มันมีเยอะแยะ ทุกคนรู้หมดคนที่อยู่ในแวดวงวงการอ้อยน้ำตาลทรายเขาก็รู้หมดว่าคืออะไรที่มันเกิดขึ้น แล้ว PM2.5 ที่เขาไปแอบอ้างใช้กฎหมายอื่นมาดำเนินการก็คือไปใช้กฎหมายของโรงงาน ควบคุมโรงงาน แล้วกฎหมายขออนุญาต นิดหนึ่งครับท่านประธาน ใบอนุญาตเอากฎหมาย ควบคุมโรงงานแต่ไม่ได้ปิดโรงงานคือปิดโรงงานน้ำตาล แต่ดันหาความผิดไม่ได้ครับ ท่านประธาน พอหาความผิดไม่ได้ก็ดันไปปิดโรงงานไฟฟ้าเขาซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันครับ มันผิดพลาดไหมเรื่องอย่างนี้ มันต่อเนื่องกันคนละเรื่องครับ บริษัทน้ำตาลไทยอุดรธานีกับ น้ำตาลไทยอุดรธานี เพาเวอร์ หรืออะไรผมก็ไม่ทราบ เขาไปปิดโรงงานไฟฟ้าเขานั่นละครับ แล้วคนเดือดร้อนคือใครครับ เกษตรกรครับ เกษตรกรที่สะสมอ้อยมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ๗ วันอันตราย หลังปีใหม่ วันเด็กอีก มันก็ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าตัน ๒,๐๐๐ คันรถ และ ประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ ตัน วันหนึ่งเขาจะเสียหายไปจากการปิดโรงงานน้ำตาลนี้นะครับ วันละ ๕๔ ล้านบาท ๔๐ กว่าล้านบาท ๓๐ กว่าล้านบาท เหตุการณ์อย่างนี้ถ้าไม่ใช่โรงงาน ของพ่อแม่เขาหรือโคตรตระกูลเขามันจะรู้ได้อย่างไร คนที่สั่งปิดผมถามหน่อย เพราะฉะนั้น คือการบริหารราชการแผ่นดินต้องคิดให้ตระหนัก คิดดูให้รอบด้าน คิดดูทั้งพระราชบัญญัติ อ้อยน้ำตาลทราย คิดดูทั้งพระราชบัญญัติควบคุมโรงงาน เพราะมีทั้งพระราชบัญญัติควบคุม และส่งเสริม เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาลทราย จะล่มสลายถ้ามีข้าราชการแบบนี้ ที่ไม่มีความคิด ที่ไม่ได้ใช้สมอง ลุแก่อำนาจ ผมอยากจะขอกราบเรียนนะครับท่านประธานว่า ณ วันนี้เดือดร้อนกันถ้วนทั่ว แล้วก็มาชี้เป็นประเด็นการเมืองว่าเฮ้ยตรงนั้นของพรรคเพื่อไทย มันไม่ใช่ครับ มันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มันไม่ใช่พรรคไหนครับ มันคือ พรรคของพวกเรานี่ละครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนที่ไหนอะไรก็แล้วแต่ มันต้องแก้ไข ปัญหา คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนที่สร้างปัญหาไม่เคยออกไป หน้างานแม้แต่วันเดียวครับท่านประธาน พรรคราชการนี่ละครับที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนคือพรรคราชการ ราชการคือมีหน้าที่ในการรับใช้พี่น้องประชาชนใช่ไหมครับ กินเงินเดือนพี่น้องประชาชนใช่ไหมครับ มีหน้าที่ในการรับใช้ประชาชนใช่ไหมครับ ทำไม ต้องมาทำลายพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องเอาให้เข้มข้น เข้มแข็ง แล้วเอาอย่างไรก็แล้วแต่เพื่อให้มีข้อลงโทษของราชการด้วย งานนี้คงไม่ยอม พรุ่งนี้ผมก็จะพูด เบา ๆ เพราะผมมีการตั้งกระทู้ถาม วันนี้ก็ขออภัยท่านด้วยครับท่านประธานที่เคารพ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้เพื่อที่จะให้ราชการได้รับฟัง ให้พี่น้องประชาชนได้รู้ว่าผู้แทนราษฎรเข้ามามีบทบาทในการที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะให้เข้มข้นต่อไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ