กัณตภณ ดวงอัมพร เสนอใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลงทะเบียนคนพิการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์สิทธิสวัสดิการ และเสนอจัดตั้งศูนย์กลางบูรณาการบริการสวัสดิการเพื่อบริหารจัดการการเบิกจ่ายเบี้ยคนพิการร่วมกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงปรับปรุงบัญชีอุปกรณ์ช่วยเหลือให้ทันสมัยโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของคนพิการ กัณตภณ ดวงอัมพร เสนอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการโดยตรง และเรียกร้องให้รัฐสร้างกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการเอกชนในการจ้างงานคนพิการโดยเน้นการพัฒนาทักษะและการจับคู่กับความต้องการของตลาด รวมถึงเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้การบังคับใช้สิทธิและสวัสดิการของคนพิการมีความเท่าเทียมระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงโอกาสทางอาชีพ กัณตภณ ดวงอัมพร เสนอแก้ไขกฎกระทรวงจัดสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนสำหรับคนพิการให้สอดคล้องกับช่วงวัยโดยใหหน่วยงานเป็นผู้จัดซื้อเอง และเสนอ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพและเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่าน แล้วก็เรียนไปถึงพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน แล้วก็ผู้พิการทั่วประเทศด้วยนะครับ ผมก็ขอใช้สภาแห่งนี้ในการที่จะตอบคำถามของ เพื่อน ๆ สมาชิกในแต่ละท่าน จากที่ฟังจากข้อเสนอยิ่งย้ำให้ชัดว่าพวกเราคิดตรงกันนะครับ เราก็เห็นด้วยเหมือน ๆ กัน และเข้าใจหัวอกของคนพิการเหมือน ๆ กันว่าเขายังไม่ได้รับ ความเท่าเทียมที่เปึนธรรมอยู่ ผมขอรวบเลยครับ ก็คือใช้ทั้งข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ แล้วก็ตอบคำถามเพื่อน ๆ สมาชิกไปด้วย แล้วก็ข้อสังเกตของเพื่อน ๆ ว่า ตรงไหนที่ตรงกัน แล้วก็เห็นตรงกันด้วยครับ
ข้อ ๑ ท่านวีรภัทร ท่านสหัสวัต ท่านศศินันท์ ที่พูดถึงการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศที่ทันสมัยนะครับ ข้อเสนอกรรมาธิการคือเราจะให้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาขึ้น ทะเบียนคนพิการ รวมถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อใช้ในการต่อยอดออกแบบ สำหรับคนพิการทุกประเภทได้ สำคัญคือเราจะโยงข้อมูลให้รวดเร็วและเพิ่มช่องทางในการ ประชาสัมพันธ์ระหว่างกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อทำให้ผู้พิการได้รับรู้และรับทราบถึงสิทธิสวัสดิการที่พวกเขาพึงจะได้รับ
ข้อ ๒ ควรมีหน่วยงานที่เปึนศูนย์กลาง ศูนย์กลางคืออะไรครับ ศูนย์กลาง ในการให้บริการเกี่ยวกับสวัสดิการของคนพิการเพื่อเปึนการบูรณาการ ชื่อหน่วยงานนี้ เปึนตัวกลางในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ยกตัวอย่างนะครับ การเบิกจ่ายเบี้ย คนพิการ แล้วก็อีกหน่อยหนึ่งที่ต้องรับเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เราก็จะพยายามผลักดัน ให้เบิกจ่ายในวันเดียวกันได้ เปึนต้น และการบูรณาการร่วมกันระหว่างสาธารณสุขและ กระทรวง พม. ในโครงการที่เปึนลักษณะของการปัองกันไม่ให้เกิดผู้ป์วยสะสมและได้รับสิทธิ อย่างครอบคลุม รวมถึงการปรับปรุงบัญชีครับ ตอนนี้อุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการมีทั้งหมด ๗๖ รายการ รายการไหนที่ทันสมัยก็จะเพิ่มเข้าไป ส่วนรายการไหนที่ล้าหลังก็เอาออกมา คิดแบบง่าย ๆ คิดเพื่อคนพิการครับ
ข้อต่อมา กระทรวงสาธารณสุขควรที่จะมีคำของบประมาณของตนเอง เพื่อที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการ สุขภาพชีวิตของคนพิการด้วยหน่วยงานของ ตัวเอง เพราะปัจจุบันต้องไปขอสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น ๆ
ข้อต่อมาเปึนการตอบคำถามท่านเอกราช ท่านวีรภัทร ท่านภูริวรรธก์ ท่านสหัสวัต ท่านวีรวุธนะครับ เราควรที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจว่าผู้ประกอบการเอกชน ให้เขาได้รับรู้ถึงสิทธิว่าทำไมเขาถึงควรที่จะจ้างงานคนพิการมาอยู่ในองค์กรประกอบการ ของเขา จริง ๆ แล้วเราควรจะมีคำถามถามไปถึงคนพิการและถามไปถึงผู้ประกอบการด้วย ว่าเขาต้องการ Skill อะไรในการที่จะ Match กันระหว่างผู้พิการกับคนพิการ อย่างที่ ท่านวีรวุธพูดถึง Call Center เราตรงกันเลย การทำงานออนไลน์ครับ การทำงานออนไลน์ นอกจากที่จะเพิ่มโอกาสให้คนพิการยังช่วยไม่ต้องให้คนพิการต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่ต้องเดินทาง รวมถึงควรที่จะส่งเสริมด้านกีฬาเพื่อเปึนความภาคภูมิใจให้กับคนพิการ ให้เปึนตัวอย่างเปึนการภาคภูมิใจ แล้วส่งเสริมนักกีฬาอาชีพ แต่อย่างไรก็ดีทั้งหมด การเดินทางและสวัสดิการของคนพิการรัฐก็ควรที่จะส่งเสริมให้ได้รับอย่างสะดวกครับ
ต่อมาเรื่องทัศนคติของคนพิการ เราควรที่จะผลักดันให้เกิดการยอมรับกับ ทางสังคมด้วย กรมการจัดหางานอาจจะมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เคยจ้าง มาก่อนโดยการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงลึกว่าผู้ประกอบการมีความต้องการที่จะจ้างงาน ผู้พิการประเภทใด ซึ่งการทำอย่างนี้จะทำให้ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้หากหน่วยงานรัฐ จ้างงานให้ได้สัดส่วนแบบบริษัทเอกชน เนื่องจากตอนนี้สถานประกอบการหลายแห่งยังไม่มี การการจ้างงานคนพิการ โดยอ้างว่าไม่ทราบกฎหมายก็ดี หรือว่าการบังคับใช้ในสถาน ประกอบการ ดังนั้นควรจะมีสภาพบังคับคล้าย ๆ กันเพื่อเปลี่ยนจากการส่งเงินเข้ากองทุน มาเปึนการจ้างงานคนพิการเอง
ประเด็นต่อมาข้อ ๕ เปึนการตอบคำถามของท่านสหัสวัต ท่านภูริวรรธก์ ท่านนพดล ควรมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้รัฐมีแนวทางปฏิบัติเดียวกับเอกชนครับ คือมีสภาพบังคับเดียวกัน ตอนนี้มาตรา ๓๓ บังคับ มาตรา ๓๔ ไม่ได้บังคับ เราควรที่จะปรับ ให้คล้าย ๆ กัน
ข้อ ๖ ควรมีการแก้ไขกฎกระทรวงในการจัดสื่อการเรียนการสอนและกาย อุปกรณ์ให้กับคนพิการให้สอดคล้องของแต่ละช่วงวัย โดยให้หน่วยงานเปึนคนจัดซื้อเอง เพื่อให้ตรงกับความต้องการและลักษณะของความพิการ อันนี้ของท่านรักชนกครับ
ข้อ ๗ ตอนนี้เรามีทั้งหมด ๑๖ ข้อนะครับ ข้อ ๗ การท่องเที่ยว ควรจะมีการ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการในด้านของการจ้างงานท้องถิ่นเช่นอาชีพมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เพื่อเปึนการสร้างเสริมรายได้และสนับสนุนคุณค่าของคนพิการด้วยครับ
ข้อ ๘ ถึงท่านเอกราช ท่าน สส.ธิษะณา แล้วก็ท่านคุณหมอทศพร เรื่อง Universal Design ครับ ควรที่จะมีการออกแบบอารยสถาปัตย์ หรือ Universal Design ให้มีความชัดเจน อีกทั้งเปึนมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเปึนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึง ควรให้รัฐมนตรีมาร่วมในการออกแบบอาคารของคนพิการไม่ว่าจะเปึนห้องน้ำที่เหมาะสม หรือการใช้งานให้ครอบคลุมกับประเภทของการพิการ เพื่อลดขั้นตอนเพื่อไม่ให้เปึนภาระ ต่อหน่วยงานรัฐและเอกชนที่ทำขออนุญาตในการออกแบบครับ
ข้อ ๙ อันนี้มี สส. หลายท่านก็คิดเห็นตรงกันอีกแล้วครับ มีท่านรัชนก ท่านเอกราช หมอทศพรก็พูดถึงประเด็นของผู้ป์วยจิตเวช ท่านสหัสวัต ท่านวีรวุธ รักเที่ยง ที่พูดถึงประเด็นสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา แล้วก็ท่านนพพลครับ เราควรที่จะขจัดครับ ขจัดการ เลือกปฏิบัติทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สิ่งที่สำคัญคืออะไร คือเราควรที่จะกำหนด เปึนลายลักษณ์อักษรเพื่อปัองกันไม่ให้การใช้ดุลพินิจหรือว่าใช้ให้น้อยที่สุดในการเลือกปฏิบัติ ยกตัวอย่างหลายท่านก็ได้ยกตัวอย่างขึ้นมาแล้วว่าไปใช้บริการอะไรก็ถูกไม่ได้ใช้บ้าง อย่างข้อเสนอของกรรมาธิการก็พูดถึงเรื่องของการเป่ดบัญชีธนาคาร บางทีทำให้ ไม่สามารถใช้ธุรกรรมทางการเงินได้ หรือผู้พิการทางสายตาหลายท่านก็ถูกปฏิเสธจาก สายการบินด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย กรณีตาบอดข้างเดียว นิ้วด้วน ก็ไม่ได้เข้า คำนิยาม ตรงจุดนี้ก็เปึนสิ่งที่เราเห็นตรงกันว่าต้องควรแก้ไขนิยามครับ
ข้อ ๑๐ ถึงท่านรัชนกนะครับ การนำเงินของกองทุนเพื่อส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการไปลงทุนตามวัตถุประสงค์ อันนี้ควรกำหนดว่าต้องลงทุนเพื่อนำ ผลตอบแทนที่ได้ไปบริหารค่าใช้จ่ายของการดำเนินการของกองทุนเท่านั้น เพราะอะไรครับ มันจะมีข้อต่อ ๆ มาที่เราจะเห็นว่ามันย้อนแย้ง แล้วเราก็เห็นตรง ๆ กันอีกนะครับ
ข้อ ๑๑ ควรที่จะมีการประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางเพื่อให้คนพิการเข้าถึง กองทุนเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พิการได้มากขึ้น
ข้อ ๑๒ ของท่านสหัสวัต ท่านศศินันท์ ท่านนิพนธ์ ท่านนพพล ท่านวีรวุธ เราควรมีการปรับปรุง แก้ไขวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมพัฒนา ตามมาตรา ๓๔ ครับ มาตรา ๓๔ ให้ไปสนับสนุนมาตรา ๓๕ รวมไปถึงเพิ่มเงินอุดหนุน คนพิการหรือการจ้างผู้ดูแลคนพิการ อันนี้ของท่านสหัสวัตนะครับ ควรที่จะสนับสนุน มาตรา ๓๗ ได้ด้วย และท่านนิพนธ์ด้วยครับ
ข้อ ๑๓ เนื่องจากสถานะกองทุนตอนนี้เรามองเห็นภาพรวมเหมือนกันว่า เปึนการเลือกปฏิบัติ เรื่องสถานะเงินกองทุน การใช้จ่ายเงินของกองทุนส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการมีลักษณะเปึนการเลือกปฏิบัติอยู่นะครับ ตอนนี้คำนิยามโครงสร้างของ อนุกรรมการบริหารกองทุนมีการปรับลดจำนวนผู้พิการลง ทำให้ไม่ได้ความเห็นจากคนพิการ อย่างรอบด้าน
ข้อ ๑๔ ตอนนี้จริง ๆ แล้วผมจะบอกว่าเราไม่ควรที่จะให้ผู้พิการเปึนหนี้ เพราะเงินกู้ ตอนนี้เราควรที่จะปรับหลักคิดใหม่ การนำเงินกองทุนไปส่งเสริมคุณภาพชีวิต ของคนพิการ ณ ปัจจุบันมีการจ้างเจ้าหน้าที่ ถ้าท่านอ่านตามจะรู้สึกย้อนแย้งมาก จ้างเจ้าหน้าที่ ๑,๓๐๐ คนไปทวงหนี้คนพิการ ทวงหนี้จากเงินกู้ครับ แทนที่จะเอาเงินตรงนั้น หรือเจ้าหน้าที่ตรงนั้นไปส่งเสริมอาชีพมากกว่าเพื่อให้เขามีอาชีพ มีเงินแล้วก็เอามาจ่ายคืน กองทุนได้ ก็อยากจะให้คิดกลับมุมครับ คิดเพื่อคนพิการครับ
ข้อ ๑๕ ของท่านนิพนธ์ ท่านธิษะณา ท่านบุญเลิศ พวกเราก็รออยู่เหมือนกัน ๑,๐๐๐ บาทถ้วนหน้าจากรัฐบาล ผมว่าสมาชิกในที่นี้ก็คงไม่มีใครไม่อยากเห็น ควรเพิ่มเบี้ย ยังชีพคนพิการให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต เพื่อเปึนหลักประกัน ในการใช้ชีวิตตามอัตราที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ที่สำคัญครับต้องกำหนดให้จ่ายไม่ต่ำกว่า อัตราความยากจนและให้มีการศึกษาเพิ่มเติมจ่ายเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ๓ ป้
ข้อสุดท้ายถึงท่านสหัสวัตครับ สำหรับโครงการที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการ จัดการศึกษาพื้นฐาน หรือเรียนฟรี ๑๕ ป้ ในหมวดของเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ๕ รายการ อันนี้เปึนประเด็นที่ผมก็เห็นส่วนตัวในพื้นที่บ้านผมซึ่งมีศูนย์การศึกษา พิเศษส่วนกลาง เขาก็แจ้งเรื่องนี้มาให้ผมตลอดว่าเขาไม่ได้รู้สึกถึงความเท่าเทียมครับ เพราะอะไรครับ ณ ปัจจุบันศูนย์การพิเศษส่วนกลางไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เนื่องจาก พระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่แก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้มีบัญญัติไว้ เราจึงเสนอให้มีการ แก้ไขกฎหมายดังกล่าวในมาตรา ๔ โดยเพิ่มนิยามสถานศึกษาให้รวมไปถึงศูนย์การศึกษา พิเศษด้วย และแก้ไขมาตรา ๑๘ (๔) ให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ ได้แก่ สถานศึกษาของรัฐที่จัด การศึกษานอกระบบ หรือตามอัธยาศัยแก่คนพิการ ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มของ เด็กพิการ และเด็กซึ่งมีความต้องการพิเศษ ทั้งนี้ในลักษณะของอยู่ประจำและไปกลับ และรับบริการที่บ้านครับ ทั้งหมดก็เปึน ๑๖ ข้อที่เปึนข้อเสนอแนะของผู้พิการ ก็ต้อง ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ