สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗

นพพล เหลืองทองนารา พูดถึงสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนพิการในประเทศไทย และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการกองทุนเพื่อคนพิการและการจ้างงานให้กับคนพิการ

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมเองขอมีส่วนร่วมในการพูดถึงคนพิการที่ทาง คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมได้ให้ทางคณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาในเรื่อง สวัสดิการ แล้วก็อีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวกับคนพิการ ผมเองชีวิตหนึ่งก็เคยเปึนคน พิการแต่เปึนการพิการแบบชั่วคราว ความพิการไม่ว่าจะพิการตั้งแต่กำเนิดหรือว่าเพิ่งมา พิการตอนหลังก็ตามล้วนแต่น่าสงสารทั้งนั้น เพราะชีวิตหนึ่งที่เคยเปึนคนพิการชั่วคราวมา รู้ซึ้งเลยว่าความพิการนั้นเปึนอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกทุก ๆ คน แม้ว่าคนพิการ ผมนี่พิการชั่วคราวแต่ผมเคยถามคนพิการทั่ว ๆ ไปแล้วเขาไม่ต้องการที่จะเปึนภาระต่อสังคม หรอกครับ แต่ว่าเขายังไม่ได้รับโอกาสจากสังคม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางคณะอนุกรรมาธิการ นำโดยท่าน สส. มด แห่งเมืองพิชัย อุตรดิตถ์ ได้เปึนผู้นำในการที่ทำเรื่องนี้ ผมเองก็ต้องชื่นชมว่า ท่านเอาใจใส่ตั้งแต่เปึนคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมด้วยกันเมื่อสมัยที่แล้ว ก็ร่วมกันต่อสู้ในแง่ของสิทธิของคนพิการหลายประการนะครับ วันนี้ก็มีหนทางเปึนไปได้ ที่ทำให้สวัสดิการของคนพิการจะได้เพิ่มขึ้น ท่านครับสิ่งแรกที่ผมอยากจะขอให้ท่านเพิ่มเติม ถ้าเพิ่มเติมได้ก็คือว่าในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ที่ท่านเขียนมา จริงแม้ว่าในรัฐธรรมนูญนี้อาจจะ เขียนเรื่องศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ แต่ว่าผมก็อยากให้เขียนย้ำลงไปเปึนมาตราต้น ๆ ว่า คนพิการก็มีศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ที่ต้องการความเท่าเทียมทุกอย่างเหมือนคนปกติ ผมอยากให้ท่านได้เขียนลงไปในนั้นด้วย ลำดับต่อมาที่ผมอยากจะพูดถึง ก็คือว่าท่านครับ คนพิการในประเทศไทยจริง ๆ แล้วก็อย่างที่เราทราบกันอยู่ ๔,๑๙๐,๐๐๐ กว่าคน ไม่ใช่ ๒ ล้านกว่าคนตามที่ได้มีบัตร เพราะฉะนั้นส่วนช่องว่างที่มันเกิดขึ้น ๔,๑๙๐,๐๐๐ ลบด้วย ๒ ล้านเศษตามผู้พิการที่มีบัตรผู้พิการ ตรงนั้นผมอยากที่จะให้เราช่วยกันทั้งรัฐ ทั้งทุกฝ์ายที่มี ความเกี่ยวข้อง เพราะอย่าลืมว่าในสิ่งที่ขาดหายไปตรงนั้นส่วนหนึ่งเราต้องยอมรับว่า ในขั้นตอนของความเปึนคนพิการ หลักเกณฑ์ของความเปึนคนพิการที่รัฐได้กำหนดขึ้น มันไม่ถูกต้องนะครับ แล้วผมเองต้องการที่จะให้แก้ไขตรงนี้เพราะว่าคนเหล่านี้พอเขาไม่มี บัตรคนพิการ แม้สวัสดิการที่รัฐจ่ายดูแลให้แม้ว่าจะไม่มากเขาก็ไม่ได้รับ แล้วบางคนเขา ยากจนแสนเข็ญเขามีความลำบากในสิ่งเหล่านี้มาก เพราะฉะนั้นผมเองอยากจะเรียกร้อง ให้รัฐได้ดูแลในส่วนของผู้คนที่ตกหล่นเหล่านี้ แล้วก็เหมือนอย่างที่ท่าน สส. หลาย ๆ คน ที่ผ่านไปพูดขึ้นมาว่าเลิกสักทีเถอะบัตรหมดอายุของคนพิการ ทำไมจะต้องสร้างความยุ่งยาก ให้กับชีวิตคนพิการด้วย ถามว่าก็โอเคถ้าสมมุติคนพิการวันหนึ่งนี่เขาหายพิการได้ ผมไม่เห็น ว่าไม่เปึนไรเลยบัตรป้ต่อป้ก็ได้ แต่อันนี้เปึนแล้วมันได้หรือครับ มันกลับมาเปึนคนปกติได้หรือ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาเปึนความยุ่งยากให้กับคนพิการเลยผมขอร้องเถอะครับ อย่าสร้างความยุ่งยากให้เขา ทุกวันที่เขาใช้ชีวิตปัจจุบันมันก็ยุ่งยากพออยู่แล้ว

เรื่องของกองทุนผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เงินกองทุนนั้นทุกอย่างเขียนกำหนด กฎเกณฑ์ วัตถุประสงค์เพื่อดูแลคนพิการ แต่ผู้บริหารกองทุนไม่ควรจะทำเช่นนี้ แล้วหลักเกณฑ์ ในการกู้อย่าไปกลัวมากว่าคนพิการนี่เขายืมไปแล้วเขาจะไม่มาใช้อะไร อย่าไปดูถูกความคิด ของเขา เราไปดูถูกความคิดของคนพิการเหล่านั้นไม่ได้หรอกครับ เชื่อไหมว่าเขามีปมด้อย ตรงนั้น คนพิการส่วนใหญ่อยากที่จะลบปมด้อย เพราะฉะนั้นอัตราการคืนเงินของคนพิการ ลองไปดูสิว่าเปึนหนี้เสียเท่าไรแทบน้อยมาก เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากให้ผู้บริหารกองทุนได้ ปรับเปลี่ยนความคิดนี้ใหม่ ท่านครับหน่วยงานของรัฐควรจะต้องเปึนแกนนำในการสร้าง ต้นแบบในการที่จะจ้างผู้พิการ ก็อย่างตัวเลขที่ทางคณะอนุกรรมาธิการได้บอกมาในนี้ ความต้องการ ๖๐,๐๐๐ กว่า แต่ว่าจ้างกันอยู่แค่เท่าไร ๒๐,๐๐๐ กว่าหรืออย่างไร แล้วก็ยัง ขาดอีกตั้ง ๓๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ แล้วก็ไม่มีบทอะไรที่จะไปลงโทษหัวหน้าหน่วยงาน หรือว่า มีบทอะไรที่จะบอกกล่าวให้เขาได้เร่งที่จะจ้างคนพิการเหล่านั้น สงสารเขาเถอะครับ อย่างน้อยผมอยากให้รัฐได้เปึนแกนนำตรงนี้ อีก ๓๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ชีวิตที่เขาอยู่ใน กฎเกณฑ์ที่จะต้องได้รับการจ้างขอให้รัฐได้ช่วยกันทำให้ความสุขของคนพิการเพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ชีวิตก็ตามจากหลาย ๆ ล้านคน ขอให้เขาได้มีความสุขสักช่วงหนึ่งของ ชีวิตเถอะครับ กราบขอบพระคุณครับ