อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ชื่นชมความสำเร็จของสถาบันพระปกเกล้าในการพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัย ยกระดับการคัดเลือกและฝึกอบรม รวมถึงการเผยแพร่งานวิจัยสู่สาธารณะอย่างกว้างขวาง พร้อมเสนอให้สถาบันมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการสร้างความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการเลือก สว. ผ่านการจัดเวทีถกเถียงหรือสำรวจความคิดเห็น โดยเน้นย้ำความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมได้อ่านรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ซึ่งจัดทำแล้วก็นำมารายงานโดยสถาบันพระปกเกล้า ผมต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจโดยเฉพาะท่านเลขาวิทวัสซึ่งท่านได้ให้วิสัยทัศน์ไว้ แล้วก็ ปรากฏในรายงานประจำป้ชัดครับ ท่านบอกว่าสถาบันพระปกเกล้าจะเปึนสถาบันวิชาการ ชั้นนำผ่านผลงานและผลลัพธ์เปึนที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่อง ผมได้เห็นความใส่ใจในการที่จะ ยกระดับและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของหลักสูตร รวมถึงความเปึนเลิศทางวิชาการ ในหลายมิติ แล้ววันนี้ถือเปึนโอกาสอันดีนะครับ เมื่อสักครู่ผมเห็นกล้องของสภาจับภาพ ท่านเลขาวิทวัส เพื่อนสมาชิกผู้อภิปราย แล้วก็ท่านประธานรัฐสภา ซึ่งก็กำกับดูแลสถาบัน พระปกเกล้าอย่างเปึนทางการ หลายเรื่องนั้นเปึนสิ่งที่เปึนประโยชน์และผมเชื่อว่า ท่านประธานจะได้ประสานไปยังท่านเลขาและองคาพยพเครือข่ายของสถาบันพระปกเกล้า ในการพัฒนายกระดับให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น แน่นอนครับสองคนยลตามช่องยังเห็นต่างกัน ผมอาจจะ เห็นไม่เหมือนคนอื่น แล้วผมก็ขอประกาศและยืนยันตรงนี้ว่าผมเชื่อในผลงานและผลลัพธ์ ซึ่งเปึนผลผลิตของสถาบันพระปกเกล้า แล้วผมก็เปึนหนึ่งในผลลัพธ์ในฐานะที่ได้เรียน ในหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้าในหลายหลักสูตรด้วยกัน ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๕ ประการ ที่จะเปึนภาพสะท้อนดัชนีชี้วัดว่างานที่สถาบันพระปกเกล้าได้เดินมา รวมถึงชุดปัจจุบัน ได้ทำนั้นเดินมาถูกทางครับ
ประการที่ ๑ วันนี้ท่านลองไปดูหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า ไม่ได้พูดถึง เฉพาะหลักสูตร ปปร. นะครับ หลายหลักสูตรนั้นครอบคลุมหลากหลายและทันสมัยในทุกมิติ ของปัญหาประเทศ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเมืองการปกครอง เรื่องของการสร้าง กระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมสังคมประชาธิปไตย หลักสูตรเกี่ยวการบริหารจัดการ นวัตกรรม เทคโนโลยี เขามีครบครับ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมว่าเปึนหลักสูตรที่สอดรับสอดคล้อง กับสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน
ประการที่ ๒ ในอดีตเราอาจจะเคยได้ยินในบางหลักสูตรว่ามีคำถามในเรื่อง ของมาตรฐานในการคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการอบรม แต่ในระยะหลัง ๆ ข่าวลักษณะนี้ไม่มี นั่นหมายความว่ามาตรฐานในการคัดเลือกผู้สมัครผู้เข้าอบรม และกระบวนการได้มาซึ่ง ผู้เข้าอบรมนั้นเขามีการยกระดับและมีมาตรฐานที่สูงขึ้นและดีขึ้นโดยลำดับ
ประการที่ ๓ เรื่องของเกณฑ์การประเมิน ผมเข้าใจว่าสถาบันพระปกเกล้า น่าจะเปึนสถาบันแรก ๆ ที่เปึนต้นแบบในการยกระดับ ไม่ว่าจะเปึนชั่วโมงการเรียน การ Scan นิ้วต้อง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป งานวิจัยส่วนบุคคล งานวิจัยกลุ่ม งานวิชาการ เขามีครบครับ แล้วก็ถือเปึนสถาบันที่เปึนองค์กรต้นแบบในเรื่องของการส่งเสริมการเรียนรู้
ประการที่ ๔ การนำงานวิจัยเผยแพร่สู่สังคมให้สังคมเข้าถึงง่าย เมื่อสักครู่ ท่านเลขาท่านอาจารย์วิทวัสได้บอกว่าท่านก็พัฒนาช่องทางนะครับ นอกเหนือจากงานวิจัย ของท่าน ซึ่งในอดีตถูกตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรที่เอางานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง จากในห้องสมุด ออกสู่สาธารณะเพื่อเปึนประโยชน์ต่อสังคม ท่านไปพัฒนาช่องทางรูปแบบการนำเสนอ ซึ่งผมก็เห็นว่าทำให้เราได้เข้าถึงและสัมผัสงานวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้าได้มากขึ้น
ประการที่ ๕ ผมคิดว่าท่านทำมาได้อย่างดีครับ แต่ผมอยากจะขอให้ท่านนั้น ได้ปรับเพิ่ม Volume ในการปวารณาตัวให้สถาบันพระปกเกล้าเปึนอีก ๑ เวที หรือ ๑ เครื่องมือ ในการแสวงหาทางออกที่เปึนความขัดแย้งให้กับสังคม ไม่ว่าจะเปึนรูปแบบของการเป่ดเวที สาระ รูปแบบของการทำ Poll สำรวจความคิดเห็น ซึ่งแน่นอนหลายสำนัก Poll ในปัจจุบันนี้ อ่านแล้วเกิดคำถามว่าไปสำรวจ ไปเก็บตัวอย่างที่ไหน กำหนดกลุ่มประชากรอย่างไร แต่คำถามลักษณะแบบนี้ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นกับสถาบันพระปกเกล้า ผมไปดูพาดหัวข่าว ๑ ข่าว สถาบันพระปกเกล้าเผยผลสำรวจความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือก สว. ป้ ๒๕๖๗ ถ้าจะอุทาน ก็ต้องบอกว่าอุ๊ต๊ะครับ พบคนไทย ๑ ใน ๔ ยังไม่รู้ว่ากำลังจะมีการเลือก สว. ชุดใหม่ นี่หมายถึงก่อนจะเลือก สว. นะครับ และพบว่าร้อยละ ๗๐ ไม่รู้ในวิธีการเลือก สว. อันนี้ไม่ใช่ ความผิดท่านหรอกครับ แต่ว่าเมื่อเราพบผลสำรวจนี้เราจะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม เราจะร่วมด้วยช่วยกันกับองค์กรอื่นได้มากกว่านี้ได้อย่างไร ผมยกตัวอย่างเช่น กกต. เขาก็มี หน่วยงานที่ทำเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วม ทำเรื่องส่งเสริมการเรียนรู้ แต่คำถามคือเปึนไปได้ หรือไม่ที่สถาบันพระปกเกล้าจะขยับเข้าไปอีกนิดหนึ่ง นอกเหนือจากบอกว่าน่าแปลกใจที่ คนไทยจำนวนมากไม่รู้ว่าจะมี สว. ไม่รู้ว่าวิธีการเลือก สว. เปึนอย่างไร แล้วไม่รู้สูงถึงร้อยละ ๗๐ เราจะรวมเข้าไปแก้ปัญหานี้อย่างไรนอกเหนือจากในมิติของการรายงานผลสำรวจซึ่งเปึนที่ ยอมรับเชื่อถืออยู่แล้วครับ ผมสรุปในตอนท้ายเปึนการให้กำลังใจท่านเลขาและบุคลากร ทุกท่านของสถาบันพระปกเกล้าครับ มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) เคยกล่าวไว้ว่า จงใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายในวันพรุ่งนี้ แต่จงเรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตราบนิรันดร์ ให้กำลังใจและชื่นชมสถาบันพระปกเกล้าครับ กราบขอบพระคุณครับ