ธัญธร ธนินวัฒนาธร หารือเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคไม่ติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) และขอสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อไม่เรื้อรังระดับชาติ โดยเรียกร้องให้กรมสุขภาพจังหวัดกรุงเทพมหานครและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมมือกันเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค NCDs ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในเขตบางแคและภาษีเจริญจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายสนับสนุนรายงานของ สสส. โดยก่อนอื่นผมขอชื่นชมรายงานของสำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างดี เนื้อหาครอบคลุม และเห็นมี Progress ในทุกครั้งที่เข้าสภามาครับ เนื่องจากโรคติดต่อไม่เรื้อรัง หรือ NCDs ก็เปึนสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดไม่ว่าจะเปึนโรคหัวใจ หลอดเลือด โรคมะเร็ง COPD หรือ ทางเดินหายใจเรื้อรัง เบาหวาน สุขภาพจิต ไปจนถึง Stroke หลอดเลือดสมองครับ แล้วจาก ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเองประชากรไทยเสียชีวิตด้วยโรคนี้มากถึง ๔๐๐,๐๐๐ คน ต่อป้ คิดเปึนร้อยละ ๗๔ ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ความสูญเสียทางเศรษฐกิจเหล่านั้น ๑.๖ ล้านล้านบาท ๙.๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ซึ่งก็เสียชีวิตร้อยละ ๗๔ ของประชากรโลกเช่นกันนะครับ ในด้านงบประมาณกว่าครึ่งหนึ่ง ของงบประมาณอุดหนุนระบบหลักประกันสุขภาพของเราถูกนำไปใช้เปึนค่าใช้จ่ายในการ รักษาโรค NCDs ครับ จึงต้องมีการทำงานเชิงรุกสร้างเสริมสุขภาพ ปัองกันพฤติกรรมและ ปัจจัยเสี่ยง ซึ่ง สสส. ก็ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ปัองกันและควบคุมโรค ไม่ติดต่อระดับชาติเพื่อบรรลุเปัาหมายของระดับโลก ตามที่ประเทศไทยนั้นได้ให้คำมั่น สัญญาในข้อตกลงกับสหประชาชาติเพื่อลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจาก NCDs ให้เหลือ ร้อยละ ๒๕ ภายในป้ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งปัจจุบันนี้ป้ ๒๕๖๗ ก็ยังดูห่างไกลเปัาหมายนั้น พอสมควร โดย สสส. เองก็มีความร่วมมือกับกลไกระดับพื้นที่อย่าง กทม. อยู่ในผลงานเด่น ๗ ประเด็นด้วยนะครับ เช่น ในหัวข้อกรุงเทพมหานครแห่งสุขภาวะเพื่อคนเมือง หรือการ สานพลังวิชาการ และเครือข่ายหยุด NCDs การลดความเหลื่อมล้ำสู่ความเท่าเทียมทาง สุขภาพ ในภาพใหญ่ก็ยังมีคลินิกนวัตกรรมทางกายภาพบำบัดขึ้นมาดูแลสุขภาพพี่น้อง ประชาชน แม้ปัจจุบันจะครอบคลุมอยู่เพียง ๔ กลุ่มอาการในขณะนี้ ได้แก่ Stroke Traumatic Brain Injury การบาดเจ็บทางสมอง หรือ Spinal Cord Injury และ Hip Fractures ข้อกระดูกสะโพกหัก แต่ด้วยข้อจำกัดทำให้เรายังไม่ได้พัฒนาความร่วมมือให้ครอบคลุม มากขึ้นกว่านี้ได้อีก ทำให้ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นเรายังมีคลินิกกายภาพบำบัด เข้าร่วมโครงการอยู่เพียง ๑๙ แห่งจากที่มีอยู่หลายร้อยแห่งในกรุงเทพมหานครครับ นอกจากนี้ยังมีอีกโครงการที่ สสส. นั้นอาจเข้าไปร่วมมือกันใช้งบประมาณให้เกิด ประสิทธิภาพมากขึ้นได้ครับ คือโครงการสร้างเสริมสุขภาพและปัองกันโรคในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร โครงการนี้งบประมาณเหลืออยู่ทุกป้นะครับ เพื่อน ๆ สส. กทม. ของผม ก็จะทราบดี ปัจจุบันนั้น กทม. ก็ได้วางแนวทางว่าให้มีการเบิกจ่ายให้ออกมาในเปอร์เซ็นต์ ที่สูงกว่านี้และครอบคลุมกว่านี้ นั่นทำให้มีบริษัทมหาชนหลายบริษัทนะครับ จะเรียกอย่างนั้น ก็อาจจะไม่ใช่เสียทีเดียวนะครับ เอาพนักงานที่อยู่ในบริษัทตัวเองยื่นโครงการเข้าไปเพื่อขอ จัดโครงการในบริษัทมหาชน ซึ่งถามว่าจริง ๆ ผิดระเบียบ สปสช. ไหม ก็มันอยู่ในโซนเทา ๆ ครับท่านประธาน แต่ว่าจะดีกว่านี้ไหมถ้าโครงการเหล่านี้ตกถึงมือของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในชุมชนได้จริง ๆ และเงื่อนไขของโครงการนี้เมื่อจัดโครงการเสร็จแล้วไม่ว่าท่าน จะติดเครื่องกระตุ้นหัวใจ AED ซึ่งเครื่องหนึ่งแพงหลายหมื่นนะครับ รวมไปถึงหุ่นที่เราเอามา ใช้ในการปัูมหัวใจกัน เมื่อจบโครงการนี้ของเหล่านี้จะตกไปสู่ผู้ที่ยื่นขอโครงการเข้ามาครับ แต่เราไม่อาจทราบเลยว่าโครงการเหล่านี้ซึ่งถูกยื่นขอจากในบริษัทมหาชนนั้นเครื่องเหล่านี้ จะตกไปกับพนักงานที่ยื่นขอจริง ๆ ได้ไปสู่ชุมชนที่เขาอยู่จริง ๆ หรือเครื่องมือเหล่านั้นจะไป อยู่กับบริษัทมหาชนเหล่านั้น ซึ่งก็จะเปึนเรื่องน่าเสียดายที่งบประมาณภาษีของพี่น้อง ประชาชนถูกนำไปใช้ที่อาจจะยังไม่ตรงจุดเท่าไรนะครับ จุดนี้ผมอยากเสนอให้ สสส. ร่วมมือ กับกรุงเทพมหานคร เราอาจจะลงไปที่พื้นที่ชุมชนคุยกับพี่น้องประชาชนร่วมกันจัดกิจกรรม เขียนโครงการร่วมกันครับ และนำงบประมาณส่วนนี้มาสร้างเสริมสุขภาพปัองกันโรค NCDs ให้กับพี่น้องประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน