สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗

ธัญธร ธนินวัฒนาธร หารือเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคไม่ติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) และขอสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อไม่เรื้อรังระดับชาติ โดยเรียกร้องให้กรมสุขภาพจังหวัดกรุงเทพมหานครและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมมือกันเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค NCDs ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในเขตบางแคและภาษีเจริญจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายสนับสนุนรายงานของ สสส. โดยก่อนอื่นผมขอชื่นชมรายงานของสำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างดี เนื้อหาครอบคลุม และเห็นมี Progress ในทุกครั้งที่เข้าสภามาครับ เนื่องจากโรคติดต่อไม่เรื้อรัง หรือ NCDs ก็เปึนสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดไม่ว่าจะเปึนโรคหัวใจ หลอดเลือด โรคมะเร็ง COPD หรือ ทางเดินหายใจเรื้อรัง เบาหวาน สุขภาพจิต ไปจนถึง Stroke หลอดเลือดสมองครับ แล้วจาก ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเองประชากรไทยเสียชีวิตด้วยโรคนี้มากถึง ๔๐๐,๐๐๐ คน ต่อป้ คิดเปึนร้อยละ ๗๔ ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ความสูญเสียทางเศรษฐกิจเหล่านั้น ๑.๖ ล้านล้านบาท ๙.๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ซึ่งก็เสียชีวิตร้อยละ ๗๔ ของประชากรโลกเช่นกันนะครับ ในด้านงบประมาณกว่าครึ่งหนึ่ง ของงบประมาณอุดหนุนระบบหลักประกันสุขภาพของเราถูกนำไปใช้เปึนค่าใช้จ่ายในการ รักษาโรค NCDs ครับ จึงต้องมีการทำงานเชิงรุกสร้างเสริมสุขภาพ ปัองกันพฤติกรรมและ ปัจจัยเสี่ยง ซึ่ง สสส. ก็ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ปัองกันและควบคุมโรค ไม่ติดต่อระดับชาติเพื่อบรรลุเปัาหมายของระดับโลก ตามที่ประเทศไทยนั้นได้ให้คำมั่น สัญญาในข้อตกลงกับสหประชาชาติเพื่อลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจาก NCDs ให้เหลือ ร้อยละ ๒๕ ภายในป้ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งปัจจุบันนี้ป้ ๒๕๖๗ ก็ยังดูห่างไกลเปัาหมายนั้น พอสมควร โดย สสส. เองก็มีความร่วมมือกับกลไกระดับพื้นที่อย่าง กทม. อยู่ในผลงานเด่น ๗ ประเด็นด้วยนะครับ เช่น ในหัวข้อกรุงเทพมหานครแห่งสุขภาวะเพื่อคนเมือง หรือการ สานพลังวิชาการ และเครือข่ายหยุด NCDs การลดความเหลื่อมล้ำสู่ความเท่าเทียมทาง สุขภาพ ในภาพใหญ่ก็ยังมีคลินิกนวัตกรรมทางกายภาพบำบัดขึ้นมาดูแลสุขภาพพี่น้อง ประชาชน แม้ปัจจุบันจะครอบคลุมอยู่เพียง ๔ กลุ่มอาการในขณะนี้ ได้แก่ Stroke Traumatic Brain Injury การบาดเจ็บทางสมอง หรือ Spinal Cord Injury และ Hip Fractures ข้อกระดูกสะโพกหัก แต่ด้วยข้อจำกัดทำให้เรายังไม่ได้พัฒนาความร่วมมือให้ครอบคลุม มากขึ้นกว่านี้ได้อีก ทำให้ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นเรายังมีคลินิกกายภาพบำบัด เข้าร่วมโครงการอยู่เพียง ๑๙ แห่งจากที่มีอยู่หลายร้อยแห่งในกรุงเทพมหานครครับ นอกจากนี้ยังมีอีกโครงการที่ สสส. นั้นอาจเข้าไปร่วมมือกันใช้งบประมาณให้เกิด ประสิทธิภาพมากขึ้นได้ครับ คือโครงการสร้างเสริมสุขภาพและปัองกันโรคในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร โครงการนี้งบประมาณเหลืออยู่ทุกป้นะครับ เพื่อน ๆ สส. กทม. ของผม ก็จะทราบดี ปัจจุบันนั้น กทม. ก็ได้วางแนวทางว่าให้มีการเบิกจ่ายให้ออกมาในเปอร์เซ็นต์ ที่สูงกว่านี้และครอบคลุมกว่านี้ นั่นทำให้มีบริษัทมหาชนหลายบริษัทนะครับ จะเรียกอย่างนั้น ก็อาจจะไม่ใช่เสียทีเดียวนะครับ เอาพนักงานที่อยู่ในบริษัทตัวเองยื่นโครงการเข้าไปเพื่อขอ จัดโครงการในบริษัทมหาชน ซึ่งถามว่าจริง ๆ ผิดระเบียบ สปสช. ไหม ก็มันอยู่ในโซนเทา ๆ ครับท่านประธาน แต่ว่าจะดีกว่านี้ไหมถ้าโครงการเหล่านี้ตกถึงมือของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในชุมชนได้จริง ๆ และเงื่อนไขของโครงการนี้เมื่อจัดโครงการเสร็จแล้วไม่ว่าท่าน จะติดเครื่องกระตุ้นหัวใจ AED ซึ่งเครื่องหนึ่งแพงหลายหมื่นนะครับ รวมไปถึงหุ่นที่เราเอามา ใช้ในการปัูมหัวใจกัน เมื่อจบโครงการนี้ของเหล่านี้จะตกไปสู่ผู้ที่ยื่นขอโครงการเข้ามาครับ แต่เราไม่อาจทราบเลยว่าโครงการเหล่านี้ซึ่งถูกยื่นขอจากในบริษัทมหาชนนั้นเครื่องเหล่านี้ จะตกไปกับพนักงานที่ยื่นขอจริง ๆ ได้ไปสู่ชุมชนที่เขาอยู่จริง ๆ หรือเครื่องมือเหล่านั้นจะไป อยู่กับบริษัทมหาชนเหล่านั้น ซึ่งก็จะเปึนเรื่องน่าเสียดายที่งบประมาณภาษีของพี่น้อง ประชาชนถูกนำไปใช้ที่อาจจะยังไม่ตรงจุดเท่าไรนะครับ จุดนี้ผมอยากเสนอให้ สสส. ร่วมมือ กับกรุงเทพมหานคร เราอาจจะลงไปที่พื้นที่ชุมชนคุยกับพี่น้องประชาชนร่วมกันจัดกิจกรรม เขียนโครงการร่วมกันครับ และนำงบประมาณส่วนนี้มาสร้างเสริมสุขภาพปัองกันโรค NCDs ให้กับพี่น้องประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน