วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เสนอการแก้ไขปัญหาลำไย โดยมีแผนยุทธศาสตร์และงบประมาณที่ครอบคลุม และขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเพิ่มเติม
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ ยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. .... ในมือผมนี้เป็นของท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ซึ่งเป็นคนที่มีความสนใจ เรื่องลำไยตลอดเวลาเลย ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นท่านพยายามมาพูดคุยกับผม เรื่องการ แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับลำไย แม้กระทั่งตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ก็จัดเอาโรงงานลำไยไปที่จังหวัดลำพูน เพื่อดำเนินการในการที่พยายามตั้งล้งให้กับประเทศไทย แต่ว่าเนื่องจากในช่วงที่รัฐบาลที่ผ่านมานั้น ยังไม่ได้รับการสนับสนุนก็เลยทำให้มีปัญหา และอุปสรรค แต่คาดว่าต่อไปก็น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ท่านประธานครับ ลำไยเป็นพืช ยุทธศาสตร์ไม่ใช่แต่คนไทยชอบนะครับ ประเทศใหญ่ ๆ ในโลกนี้ชอบลำไยมาก ประเทศจีน เป็นประเทศหลักทุกวันนี้ที่เราส่งไป แต่ประเทศที่ไม่ด้อยกว่านั้นก็คือ อินโดนีเซีย ก็อาจจะมี เกรดที่แตกต่างกันนิดหนึ่งแต่เขาสนใจ แล้วประเทศใหญ่อีกประเทศหนึ่งที่มีความสนใจ ลำไยไทยมากคือประเทศอินเดีย ผมคิดว่าในส่วนนี้ถ้าเราตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ลำไย แล้วมองเป้าหมายให้ชัดว่า ลำไยนั้นเราจะดำเนินการอย่างไร ผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาลำไย จะเป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาผลไม้ภายในประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมดูการเสนอ ให้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ลำไยเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากนำเรียนว่าการตั้งแบบนี้ การตั้ง ปีต่อปี ปัญหาก็คือถ้าเราตั้งแล้ว เมื่อคณะกรรมการออกมาแล้ว มีแผนออกมาแล้ว แล้วงบประมาณของแต่ละกระทรวง ทบวง กรมที่จะมารองรับตรงนี้ทันกันหรือไม่ อย่างเช่น งบประมาณปี ๒๕๖๘ เราตั้งกันตั้งแต่ปีก่อนโน้น แล้วถามว่าถ้าต้องประกาศปีต่อปี ผมเกรงว่า แผนยุทธศาสตร์ลำไยกับแผนงบประมาณสนับสนุนจะไม่สอดคล้องกัน เพราะฉะนั้นในส่วน ของคณะกรรมการนี้ ท่านประธานครับ อยากนำเสนอให้ตั้งให้ครอบคลุมมากกว่านี้ มีจำนวนที่มาก เพราะว่าทุกคนเวลาที่รับผิดชอบแล้วจะต้องเตรียมการว่าเป็นกรรมการ อยู่แล้ว เห็นปัญหา เตรียมแผน เตรียมงบประมาณการสนับสนุนไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ว่าถึงวันนั้น มีแผนและยุทธศาสตร์แล้ว ไม่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ และไม่ได้ตั้งแผนสำรองไว้ ก็จะเป็นการ เสียโอกาสของพี่น้องเกษตรกร อย่างเช่น ท่านประธานครับ การถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ใช้งบประมาณจากไหนครับ การแปรรูปหรือแม้แต่เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ยืดอายุ หรือว่าจะส่งไปต่างประเทศไปยังอินเดีย ซึ่งมีปัญหาเรื่องของการขนส่งจะตั้งเทคโนโลยีอะไร มารองรับ หรือแม้แต่เทคโนโลยีในการเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้งบประมาณจากไหน ดำเนินการ อย่างไร สิ่งเหล่านี้ต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าทั้งสิ้น ผมว่าวันนี้ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน อภิปรายไว้ก็มองเห็นว่า หลายเรื่องเป็นเรื่องที่จะต้องตั้งคณะกรรมการเพิ่มขึ้น นอกจาก เรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี การแปรรูป การเก็บเกี่ยวแล้ว สินเชื่อ การลงทุน การเก็บ ผลผลิตทำอย่างไร หรือแม้แต่ว่าบางอย่างที่เป็นสารเคมีต้องห้ามทางการอาหาร อย่างพวก Sulfur ที่จะใช้ ในการอบลำไย หรือว่าจะเป็นพวก Sodium Chlorate Potassium Chlorate ในการที่เร่ง ลำไยก็ดีนะครับ หรือแรงงาน หรือว่าการกำหนดราคาคุณภาพ การดูแลคุณภาพผลผลิต ต่าง ๆ เหล่านี้ครับท่านประธาน มันต้องใช้การเตรียมการทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของ คณะกรรมการลำไยและยุทธศาสตร์ลำไยนี่เห็นด้วยนะครับ แต่คิดว่าน่าจะมีการปรับปรุง และเพิ่มเติมให้มากกว่านี้ ก็ฝากกรรมาธิการได้พิจารณาให้ครอบคลุมด้วย อย่าไปห่วงเลย ครับว่าเราตั้งคณะกรรมการมากเกินไป จริง ๆ แล้วต้องคิดถึงว่า ลำไยปีหนึ่งทั้งประเทศ มีกี่แสนตัน เป็นมูลค่าเท่าไร ผิดกันเพียงแค่ไม่กี่บาท เม็ดเงินมหาศาลในการที่เราดำเนินการ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมไม่อยากจะให้เราตั้งคณะกรรมการ แต่ว่าอำนาจกับแผนงาน กับความรับผิดชอบไม่สอดคล้องกัน ก็ฝากคณะกรรมการว่าในส่วนนี้อยากให้ไปพิจารณา เพิ่มเติมให้ครอบคลุมตามที่วันนี้มีท่านสมาชิกอภิปรายด้วย แล้วก็ต้องขอบคุณนะครับ วันนี้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านอภิปรายถึงเรื่องนี้ และเห็นความสำคัญกับเรื่องของ ลำไย แล้วคิดว่าต่อไปนี้รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน แล้วก็ ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีภูมิธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลเรื่องลำไยจริงจัง จะทำให้อนาคตและชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้อง ไม่เพียงแต่ชาวสวนลำไย ผลไม้ทุกชนิด จะมีคุณภาพ มีราคา และยกระดับชีวิตของเกษตรกรได้ดีขึ้นนะครับ ขอท่านประธาน ได้ฝากไปถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาต่อไปด้วยครับ ขอบคุณครับ