มานพ หารือปัญหาลำไยร่วมพิจารณากฎหมาย-เสนอขยายตลาดต่างประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาลำไยที่เกษตรกรได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำ อุปสรรคการส่งออก คุณภาพสายพันธุ์ที่ไม่สอดคล้องกับตลาด และปัญหาสิทธิในที่ดิน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยการพัฒนาระบบการตลาด การขนส่ง การขยายตลาดต่างประเทศ และการตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ลำไยอย่างยั่งยืน

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานย้อนประวัติศาสตร์ไปนิดหนึ่ง เมื่อปี ๒๕๖๕ ข่าวเขาเขียนไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน ชาวสวนลำไยภาคเหนือบุกสภา ร้องฝ่ายค้านช่วยจี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ คนที่มายื่นหนังสือก็คือ เลขาธิการ สภาอาชีพเกษตรกร คุณสง่า มังคละ คนที่ไปรับจดหมายมีผม สส. เบญจา แล้วก็ สส. รังสรรค์ ผมคิดว่าอันนี้ที่มาที่ไปของปัญหาเกษตรกร และเป็นที่มาที่ไปของการพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีครับท่านประธาน การเอาปัญหาของเกษตรกรมาพูด ในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็จะเป็นหลักการใหญ่ก็คือ โครงสร้างที่เราเรียกว่า กฎหมาย จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงระบบ ช่วงที่มันมีปัญหานี่ครับ มีกลุ่มพ่อค้าคุยกับผมอย่างนี้ ท่านประธาน บอกว่า ท่าน สส. ลำไยในประเทศไทยยังไม่พอกินหรอกสำหรับคนบนโลกนี้ เอ๊ะ แสดงว่ามันมีปัญหาครับท่านประธาน ลำไยในโลกนี้ไม่พอกินหรอกคนบนโลกนี้ ที่เรากำลังค้าขายทำการตลาดมีไม่กี่ประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่กรรมาธิการ วิสามัญจะพิจารณากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับอยู่นี่ครับ กำลังคุยเรื่องยุทธศาสตร์ กำลังคุย เรื่องกรรมการลำไยนะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านจะต้องทำคือว่า ทำอย่างไรลำไยของเราไปสู่ ตลาดโลกให้เยอะที่สุด เอเชียกลาง รัสเซีย อุซเบกิสถาน ตะวันออกกลาง รวมไปถึงแอฟริกา ตอนนี้เรากำลังวนอยู่ ๓ ประเทศท่านประธาน มีจีน อินโดนีเซีย แล้วก็เวียดนาม ผมคิดว่า อันนี้เป็นเรื่องที่ในกฎหมายจะต้องเขียนเรื่องการพัฒนาอยู่ ๓ เรื่องครับท่านประธาน

เรื่องแรก พ่อค้าบอกผมอย่างนี้ท่านประธาน พ่อค้ามีหน้าที่ที่จะต้องเอาลำไย ของประเทศนี่ไปขายทั่วโลก แต่ที่ไปขายไม่ได้เพราะไม่มีทุน อันที่ ๑ อันที่ ๒ คือระเบียบ มันเยอะมากเลยท่านประธาน มันเกี่ยวข้องกี่กระทรวงครับ ต้องได้รับใบรับรอง ต้องได้รับ อนุญาตการขนส่งต่าง ๆ มีปัญหาไปหมดเลย เพราะฉะนั้นหน้าที่ของกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะกำหนดว่ากรรมการยุทธศาสตร์ลำไยจะต้องเขียนเรื่องนี้ว่า เขามีอำนาจหน้าที่ในการ ปลดล็อกอุปสรรคตรงนี้ให้กับพ่อค้าครับท่านประธาน และที่สำคัญคือเขาขาดเงิน สินเชื่อต่าง ๆ เหล่านี้ คือเขาจะช่วยเกษตรกร เวลาเราไปคิดเงื่อนไขเยอะ แล้วคิดกำไรเยอะ ผมคิดว่าพ่อค้า ไม่มีใจที่จะช่วยเกษตรกร ไม่มีใจที่จะไปขายอีกหลาย ๆ ประเทศในโลกนี้ อันนี้คือเรื่องที่ ๑ ครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของคุณภาพของลำไย ท่านประธานทราบดี ท่านประธาน เป็นคนจังหวัดเชียงราย ลำไยทุกวันนี้ที่เราปลูกและขายส่งล้งต่าง ๆ ไม่ว่าจะส่งไปแบบ ประเภทแบบตะกร้าขาวหรือว่าเป็นแบบอบแห้งนะครับ เป็นสายพันธุ์อีดอหมดเลย ท่านประธาน ผมถามเกษตรกรแล้วก็คนที่ทำล้งเขาบอกว่า ทำไมต้องไปสายพันธุ์อีดอ เพราะว่าอีดอมีน้ำน้อย เปลือกหนา เวลาอบมันต้องใช้สารเคมีคือบางตัว เช่น กำมะถัน มันไม่ซึมเข้าไปเวลาส่งมันก็เลยได้คุณภาพ อันนี้คือลำไยส่วนหนึ่งที่คนชอบกินลำไยอบแห้ง ผมคิดว่าลำไยที่หายไปและอร่อยมาก เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดเชียงรายก็อภิปรายแล้ว คือพันธุ์สีชมพูครับท่านประธาน สีชมพูลำไยคุณภาพ โรงแรม ที่ท่องเที่ยวดัง ๆ นะครับ นักท่องเที่ยวที่มีกำลังอยู่ในประเทศนะครับ ทำอย่างไรใช้ลำไยคุณภาพและกินสดที่ไม่ต้อง ไปอบแห้งให้มันเป็นพื้นที่กลไกตลาดภายใน แม้กระทั่งลำไยสดที่ส่งไปต่างประเทศนะครับ ผมคุยกับพ่อค้าเหมือนเดิมครับท่านประธาน เขาบอกว่าจากประเทศไทยไปอียิปต์ ถ้าขนส่ง ด้วยเครื่องหรือไปอุซเบกิสถานในตะวันออกกลางใช้เวลาแค่ ๗ ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า พอ ๆ กับที่ผมขับรถจากจังหวัดเชียงใหม่มาถึงกรุงเทพฯ เพราะนั่นคือระบบขนส่งแบบนี้ ที่จะต้องทำหน้าที่ในการทำให้กลุ่มพ่อค้าได้เข้ามา ลำไยที่อยู่ภายในประเทศที่ต้องกินสด ก็ต้องมี ในส่วนที่ตลาดที่อบแห้งก็ต้องทำ

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ก็คือประเด็นเรื่องของปัจจัยพื้นฐานของ เกษตรกร ปุ๋ย ยานี่สมาชิกพูดได้เยอะมากเลยครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องสำคัญที่สุดวันนี้ เราไปเจอเกษตรกรที่มีที่ดินแต่ที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีที่ดินลำไยโตหมดแล้วครับ เกษตรกรเหล่านี้ท่านประธาน แล้วไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นกลุ่มสหกรณ์ด้วยนะครับ การชดเชย ของรัฐที่ผ่านมากิโลละกรัม ๒ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้รับ เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรให้สิทธิความเท่าเทียมในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานในการผลิต โดยเฉพาะเรื่อง ของสิทธิในที่ดินมันต้องได้ ถ้าไม่มีสิทธิในที่ดินเวลาขอใบรับรอง GMP เวลาไปขุดบ่อบาดาล เวลาจะพัฒนาพื้นที่งบประมาณหลวงเข้าไม่ได้เลย อันนี้คือปัญหาใหญ่จะทำระบบบ่อน้ำอะไร ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ

โดยสรุปนะครับท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมานี่ ผมคิดว่าหัวใจสำคัญในกฎหมายฉบับนี้คือบอกว่า จะต้องมี ยุทธศาสตร์ อันที่ ๑ อันที่ ๒ คือบอกว่าต้องมีคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ที่จะเกิดขึ้นจะต้องมีหน้าที่ ๓ ประการที่ผมได้อภิปรายไปต่อไปนี้นะครับ ถ้าไม่ทำเรื่องนี้ เป็นไปไม่ได้ เพราะเกษตรกรบอกว่า ปลูกนี่ปลูกได้ พัฒนาคุณภาพนักวิชาการทำได้ แต่ปัญหาอย่างเดียวคือ ไม่รู้จะไปขายที่ไหน เพราะฉะนั้นหลักที่ ๑ ที่ผมได้อภิปรายก็คือว่า ๑. ทำอย่างไรให้พ่อค้าภายในประเทศหรือต่างประเทศ ทำหน้าที่เอาลำไยของเราไปขาย มันมีอุปสรรคตรงไหน ระเบียบตรงไหน เราก็ปลดล็อก เขาไม่มีทุนเราก็ไปสนับสนุนนะครับ แล้วก็การพัฒนาคุณภาพลำไย ผมย้ำอีกรอบนะครับท่านประธาน ลำไยที่กินสดและอร่อยที่สุด ก็คือลำไยสีชมพู วันนี้เราไม่มีสายพันธุ์นี้ให้ขายภายในประเทศแล้ว ทำอย่างไรให้ลำไย สายพันธุ์นี้ได้ฟื้นฟู และอยู่ในตลาดอีกเส้นทางหนึ่งที่มันไม่ใช่ตลาดแบบอบแห้ง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าถ้าเราจะทำให้ มันครอบคลุมเกษตรกรกลุ่มอื่นนะครับ ผมคิดว่าถ้าเป็น พ.ร.บ. ลำไย แล้วก็พืชผลไม้อื่น ๆ จะเป็นไปได้ไหม แต่ผมไปดูในหลักการของทั้ง ๓ ร่าง ในหลักการมันไม่ครอบคลุมถึงเรื่องอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธาน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้ว เราก็สามารถที่จะทำให้แก้ไข พ.ร.บ. ตรงนี้ครอบคลุมให้กลุ่มเกษตรกรอื่นได้รับผลประโยชน์จาก พ.ร.บ. นี้นะครับ ทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าสำคัญที่สุดในร่างก็คือ ยุทธศาสตร์และกรรมการ และถ้าในเนื้อหาที่เราร่างขึ้นมา มันไม่ครบ เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการที่จะเพิ่มเติมตามที่ผมได้นำเรียนกับท่านประธาน เพราะว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายร่างใหม่ครับท่านประธาน เติมได้หมดเลยไม่ใช่แก้ไขครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน