ญาณธิชา บัวเผื่อน หารือปัญหาการผลิตและรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในภาคตะวันออก โดยระบุถึงปัญหาหลายด้านทั้งการขาดแคลนเงินทุน การถูกกดราคา การไม่มีมาตรฐานการคัดแยกผลผลิต ขาดแคลนแรงงานต่างชาติ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและการไม่ได้รับเงินจากผลผลิตในจันทบุรี พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งสนับสนุนและแก้ไขอย่างเป็นระบบผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น กองทุนดอกเบี้ยต่ำ การคุ้มครองเกษตรกร และการบริหารจัดการอุปสงค์-อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปกระบวนการที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริงและรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจในพื้นที่
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ลำไยถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย โดยในปี ๒๕๖๕ มีผลผลิตทั้งประเทศอยู่ที่ ๑,๕๕๐,๐๐๐ ตัน มีมูลค่าการส่งออกลำไยสดอยู่ที่ประมาณ ๑๗,๔๐๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๖ มีผลผลิตทั้งหมดประมาณ ๑,๔๐๐,๐๐๐ ตัน มีมูลค่า การส่งออกลำไยสด ประมาณ ๑๖,๔๐๐ ล้านบาท เมื่อมาดูผลผลิตลำไยในภาคตะวันออก ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดสระแก้ว มีผลผลิตในปี ๒๕๖๕ อยู่ที่ ประมาณ ๔๘๐,๐๐๐ ตัน และในปี ๒๕๖๖ มีผลผลิตอยู่ที่ ๔๒๐,๐๐๐ ตัน สถิตินี้มาจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะสังเกตว่าบางส่วนผลผลิตทั้งในประเทศ และในภาค ตะวันออกมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากชาวสวนลำไยบางส่วนพักต้นและสลับแปลงราดสาร Potassium chlorate เพราะว่าความสมบูรณ์ของต้น และบางส่วนก็ประสบกับปัญหา การขาดทุนจนต้องเลิกอาชีพนี้ไปนะคะ และแม้ว่าแนวโน้มจะมีผลผลิตที่ลดลง แต่ว่าลำไย ก็สร้างรายได้ให้กับประเทศหลายหมื่นล้านบาท และเป็นอาชีพที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องให้กับ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยกว่า ๒๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ลำไยจึงเป็นผลไม้ที่รัฐบาล ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น ท่านประธานคะ ท่าน สส. วิทวิสิทธิ์ เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกลของดิฉัน ได้กล่าวถึงรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติลำไย ของพรรคก้าวไกลไปแล้ว ที่แตกต่างจากของพรรคอื่น ๆ ดังนั้นดิฉันจะขอพูดรายละเอียด ในส่วนอื่น ๆ แทนค่ะ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือที่เราเรียกกันว่า Fruit Board และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการ ผลผลิตลำไยคุณภาพ ที่ตั้งขึ้นจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ว่าชาวสวนลำไย ก็ยังประสบกับปัญหาขาดทุน จนบางรายต้องเลิกอาชีพปลูกลำไยหันไปปลูกทุเรียน ซึ่งมี ราคาที่ดีกว่าแทน นี่ขนาดลำไยในภาคตะวันออกเป็นลำไยคุณภาพ ก็ยังมีปัญหาขนาดนี้ ในขณะที่ลำไยภาคตะวันออกกับภาคเหนือนี่มีบริบทที่แตกต่างกัน ในส่วนนี้ดิฉันจึงจะขอ อภิปรายปัญหาลำไยในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งมีปัญหาโดยรวม ๗ ปัญหาดังต่อไปนี้นะคะ
ปัญหาแรก เกษตรกรขาดแคลนเงินลงทุน ต้องพึ่งพาเงินทุนจากล้ง ณ วันนี้ จำเป็นที่จะต้องขายล่วงหน้า หรือที่เราเรียกว่า การขายใบเพื่อให้ได้เงินมัดจำจากล้งมาลงทุน ทำให้มีอำนาจในการต่อรองกับล้งต่ำ ล้งว่าอย่างไรก็ต้องเอาแบบนั้นนะคะ
ปัญหาที่ ๒ เมื่อทำสัญญาซื้อขายกันแล้ว รับเงินมัดจำจากล้งไปแล้ว เมื่อถึงเวลา ที่ต้องเก็บผลผลิต จากล้งที่เคยทำสัญญาล่วงหน้าไว้ ๓๒ บาท บางล้งต่อรองราคาเหลือ ๒๐-๒๕ บาท เกษตรกรจำเป็นต้องขายค่ะ ถึงแม้ว่าจะขายขาดทุนก็ตาม ปัญหานี้เป็นปัญหา ที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยฝากดิฉันมาพูดค่ะท่านประธาน เพราะว่าเป็นปัญหาที่ส่วนใหญ่ เจอคล้าย ๆ กันนะคะ
ปัญหาที่ ๓ เป็นปัญหาของเรื่องมาตรฐานในการคัด Size ซึ่งเรื่องนี้ล้ง กับชาวสวนมีปัญหากันบ่อย ก็ควรมีการกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจนไปเลยว่าเกรด A B C ควรที่จะมีขนาดเท่าไร ลูกร่วงควรที่จะมีขนาดเท่าไร และหากไม่ปฏิบัติตามควรมีบทลงโทษ และการตักเตือนที่ชัดเจนด้วยนะคะ
ปัญหาที่ ๔ เป็นปัญหาในเรื่องของแรงงาน ในการเก็บลำไยจำเป็นที่จะต้องใช้ แรงงานต่างชาติ ชาวกัมพูชาที่มีทักษะเฉพาะ ที่ผ่านมาประสบกับปัญหาการนำเข้าแรงงานต่างชาติ มีราคาแพง ทำให้เกษตรกรและล้งต้องจำกัดจำนวนแรงงาน ส่งผลทำให้เกิดการขาดแคลน แรงงานต่างชาติในช่วงของการเก็บเกี่ยวผลผลิต และล้งบางล้งอาจนำเรื่องของการขาดแคลน แรงงานมาเป็นข้ออ้างในการไม่เข้ามาเก็บตามสัญญา ทำให้ลำไยได้รับความเสียหาย และถือโอกาสกดราคาค่ะ นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องของแรงงานข้ามชาติ ที่เข้ามาทำงานตามฤดูกาลตามมาตรา ๖๔ ด้วย ที่ไม่สามารถข้ามไปเก็บลำไยระหว่างพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดสระแก้วได้ เพราะติดขัด ข้อกฎหมาย ซึ่งปัญหานี้ทำให้ต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้น และยังซ้ำเติมกับปัญหาการขาดแคลน แรงงานด้วยค่ะ
ปัญหาที่ ๕ เป็นปัญหาของต้นทุนการผลิต ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าแรงงาน มีราคาแพงมาก แต่ว่าผลผลิตมีราคาถูกสวนทางกันนะคะ
ปัญหาที่ ๖ เป็นปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะ ในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งที่ผ่านมาในจังหวัดจันทบุรีต้องซื้อน้ำเฉลี่ยวันละประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น หรือว่าบางสวนไม่มีทุนในการซื้อน้ำ ก็ต้องปล่อยให้ต้นลำไยตายไปนะคะ
ปัญหาที่ ๗ เป็นปัญหาที่สำคัญมาก ๆ นอกจาก ๖ ปัญหาใหญ่ที่กล่าวมาแล้ว ปัญหาที่ ๗ ก็คือว่า ขายลำไยแล้วไม่ได้เงิน ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ต้องไปกู้เงินนอกระบบ มาใช้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังฟ้องร้องเป็นปัญหากันอยู่หลายเคส ท่านประธานคะ ถึงแม้ว่าตอนนี้ เรามีคณะกรรมการ Fruit Board และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการผลผลิต ลำไยคุณภาพอยู่แล้ว แต่ว่าเกษตรกรชาวสวนลำไยยังคงประสบกับปัญหาที่ดิฉันกล่าวมาอยู่ และดิฉันคิดว่าถึงแม้ว่าจะตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ลำไย คณะกรรมการบริหารจัดการลำไย หรือคณะกรรมการลำไยใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่ตั้งขึ้นตามหลักการของ พ.ร.บ. ที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ หากยังคงทำแบบเดิม ประชุมแบบเดิม และมีหน่วยงานเดิม ๆ เข้าร่วมประชุม ผลการทำงาน ก็อาจจะไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนลำไยได้อยู่ดี อีกทั้งยังซ้ำซ้อน กับหน่วยงานเดิมด้วย ดิฉันคิดว่าหากรัฐบาลมีความจริงจังและจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา หน่วยงานเดิมที่มีอยู่แล้วก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อยู่แล้ว หากที่จะแก้ไขปัญหาให้กับชาวสวนลำไยต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยอาจจะมี กองทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรกู้เงินไปลงทุน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเอาเงินมัดจำจากล้งมาใช้ก่อน ล่วงหน้า เกษตรกรจะได้มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น มีมาตรการ มีบทลงโทษที่ชัดเจน สำหรับล้งที่เอาเปรียบ มีการวางแผนการบริหารจัดการเรื่อง Demand Supply อย่างจริงจัง มีการสนับสนุนเงินลงทุนดอกเบี้ยต่ำให้ล้งไทยสามารถแข่งขันกับล้งจีนได้ ก็สามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้ แต่ว่าหากเพื่อน ๆ สมาชิกอยากที่จะเสนอให้ใช้แนวทาง การแก้ไขปัญหาด้วยการออก พ.ร.บ. เฉพาะ ดิฉันก็ไม่ขัดข้องค่ะ และยินดีให้ความร่วมมือ และจะเสนอข้อเสนอของพรรคก้าวไกลเพิ่มเติมขึ้นในชั้นกรรมาธิการต่อไป ขอบคุณค่ะ