จุลพันธ์ แจงแนวทางงบประมาณ-ยันโปร่งใส ดัน Digital Wallet ทั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงแนวทางการจัดทำงบประมาณตามกรอบเดิมตั้งแต่ปี 2553 โดยย้ำว่าเป็นกระบวนการปกติของสำนักงบประมาณเพื่อความยืดหยุ่นในการบริหารจ่ายเงิน ไม่มีเจตนาปกปิดหรือเอื้อประโยชน์เฉพาะโครงการใดโครงการหนึ่ง พร้อมยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายของโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการ Digital Wallet ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติและเปิดโอกาสให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างทั่วถึง พร้อมรับข้อสังเกตในการทบทวนรายการสินค้าที่ไม่สามารถใช้จ่ายได้เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และมั่นใจว่าระบบชำระเงินจะเสร็จทันเวลาตามกรอบที่กำหนด พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมผลักดันโครงการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ขอบพระคุณท่านสมาชิก แล้วก็ท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นนะครับ สำหรับข้อคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์ในส่วนใดที่ปรับใช้ได้เราก็จะรับไว้นะครับ

ในประเด็นแรก ในการตอบคำถามที่มีข้อสงสัย แล้วก็ยกประเด็นขึ้นมา ในสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของรายจ่ายลงทุนก็น่าจะอธิบายกันหลายรอบแล้วนะครับ ก็อย่างที่ได้เรียนเป็นแนวความคิด ซึ่งอาจจะมีมุมที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทาง สำนักงบประมาณได้กำหนดในเรื่องของรายจ่ายลงทุนนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ ทางสำนักงบประมาณยึดกรอบ แนววิธีการนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง มาจนถึงปัจจุบัน หากท่านคิดว่าไม่มีความถูกต้อง หรือไม่มีความเหมาะสม กระบวนการ ตรงนั้นน่าจะใช้กลไกทางสภาในการไปปรับแก้ แล้วปีหน้าปีต่อไปแล้วเราจะมาปรับกันอย่างไร ก็มาคุยกัน แต่ในขณะนี้จะให้รัฐบาลไปปรับแก้ ไปขอให้ทางสำนักงบประมาณเปลี่ยน แนววิธีการในการยึดคิดคำนวณรายจ่ายลงทุนคงเป็นไปไม่ได้ มาเปลี่ยนสำหรับโครงการนี้ โดยเฉพาะ เพื่อให้มันเป็นไปตามที่ใครประสงค์นี่เราไม่ทำ เราก็ยึดกรอบที่มันเคยเป็นมา โดยตลอดนะครับ

ในประเด็นเกี่ยวกับมาตรา ๕ จริง ๆ แล้วตอนนี้อยู่มาตรา ๔ แต่ในมาตรา ๕ ต้องเรียนอย่างนี้ว่า สิ่งที่ท่านมีข้อสงสัย อย่างเช่น เรื่องของคำว่า หรือตามที่สำนัก งบประมาณจะได้จัดสรร หรือตามที่จะได้มีการโอนเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย ไม่มีเรื่อง ลึกลับซับซ้อน เป็นฟอร์แมลิตี คือมันเป็นวิธีการเขียนงบประมาณของทางสำนักงบประมาณ ที่กระทำเป็นปกติ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น คิดง่าย ๆ สมมุติว่า โครงการ Digital Wallet ในปี ๒๕๖๗ มีคนมาลงทะเบียนแค่ ๑ ล้านคน ใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง สมมุติ ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินที่เหลือที่เราได้ผ่านสภา มันก็มีความจำเป็นจะต้องมีการโอนเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นมันเป็นการปลายเปิด ให้กับทางสำนักงบประมาณ หรือผู้ที่บริหารจัดการจะสามารถดำเนินการได้ หากลงทะเบียน เต็มจำนวน เงิน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะไปทำโครงการที่เป็น Digital Wallet คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ได้มีการร้องขอต่อสภา ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน อันนี้ก็เรียน ด้วยความเคารพนะครับ

ในส่วนของท่านสมาชิก ท่านศิริกัญญา ท่านชุติมาเอง ก็ได้มีข้อคิดเห็น ซึ่งเป็นประโยชน์ในเรื่องของการที่จะไปสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในเรื่องของการบรรเทา ค่าครองชีพของประชาชน ต้องเรียนว่าในประเด็นแรก รัฐบาลไม่ได้ทำงานหน้าเดียวนะครับ เราไม่ได้มีเพียงแค่นโยบายโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet ยังมี การช่วยเหลือประชาชนในมิติอื่น ๆ ด้วยกลไกที่มีทั้งหมด เราก็เดินหน้าในทุกมิติคู่ขนานกัน ไม่ได้ทำเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่านเป็นห่วงเราก็ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะเรื่องของวิสาหกิจชุมชนท่านตรงกับพวกเราครับ จริง ๆ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ตรงกัน มีข้อคิดเห็นในเรื่องของการว่า จะไปสนับสนุนภารกิจในเรื่องของกิจการเล็ก ๆ ได้อย่างไร SMEs ได้อย่างไร มีกรรมาธิการจากทางกระทรวงพาณิชย์มานั่งด้วยเป็นข้าราชการ ก็มีการนำเสนอในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ยืนยันกับท่านว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากโครงการรัฐ ในอดีตที่ไม่เคยได้มีโอกาสเข้าร่วม วันนี้กลุ่มนี้มีทั้งหมด ๙๓,๐๐๐ วิสาหกิจชุมชน จะได้มีสิทธิเข้ามาร่วมอยู่ในโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet โดยที่ถังข้อมูลของเขา ซึ่งอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะถูกถ่ายโอนเข้ามาที่โครงการ โดยอัตโนมัติ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพียงแค่เข้าสู่ระบบกดยืนยันเข้าร่วม เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกว่า ๙๓,๐๐๐ กลุ่ม จะเข้ามาอยู่ในโครงการและสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ ๒. คือในกลุ่มที่เป็นกลุ่มสหกรณ์การเกษตรเอง กลุ่มร้านค้าที่เป็นหาบเร่ แผงลอย กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีตกหล่น เราใช้กลไกที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง กระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมด้วยกัน ทุกหน่วยงาน เพื่อให้ร้านค้าเหล่านี้สามารถมีโอกาสได้มากที่สุดในการที่จะเข้าร่วม สู่โครงการเรา ซึ่งยืนยันได้ว่ามีไม่ต่ำกว่าตัวเลขต่ำสุดคือ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ร้านค้า ซึ่งไม่เคยมี โครงการรัฐโครงการใดที่มีจำนวนร้านค้าเข้าร่วมได้มากขนาดนี้ แล้วเราเชื่อว่าเราจะสามารถ ทำตัวเลขของกลุ่มร้านค้าที่เข้าร่วมได้มากกว่า ๒ ล้านร้านค้าครับ

ในส่วนของเรื่องความสุ่มเสี่ยง ท่านนพณัฐยังยืนยันเช่นเดิม ก็เรียนอย่างนี้ เราก็รับทราบในข้อห่วงใยของท่าน แต่ได้ชี้แจงไปหมดแล้วในเรื่องของข้อกฎหมาย รวมถึง ในส่วนที่ภาคราชการเป็นผู้เข้ามาชี้แจงว่า ทั้งหมดเป็นไปตามกรอบของกฎหมายทุกประการ สามารถดำเนินการได้ ผมเองก็ยืนยันได้แค่นี้นะครับ ส่วนกลไกที่ท่านบอกว่าเราก็ไม่ใช่ศาล ผมก็ไม่ใช่ศาลครับ ถ้าสุดท้ายช่องทางจะไปจบที่การพิจารณาของตุลาการใด ๆ หากท่าน จะเป็นคนยื่นหรือไม่ก็ตาม สุดท้ายเราก็พร้อมที่จะไปชี้แจง เพราะเราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำ เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

ในส่วนของท่านสิทธิพล ท่านพูดถึงเรื่องของข้อสังเกต นี่ท่านย้ำหลายทีครับ แล้วก็ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ท่านเป็นผู้เติมข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องของ Negative List ซึ่งเป็นประโยชน์ ผมขออนุญาตอย่างนี้ข้อที่ ๘.๓ เพื่อให้เป็นการใช้งบประมาณเกิดความ คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจสูงสุด การกำหนดรายการสินค้าที่ไม่สามารถ ใช้จ่ายเงินตามโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet ควรขยายให้ครอบคลุม ผู้ประกอบการไทยมากที่สุด ประเด็นคืออย่างนี้ครับ ซึ่งตรงนี้ผมต้องขยายความให้เกิด ความชัดเจน หมายความว่ากลุ่มที่เป็น Negative List อยากให้ทางรัฐบาลและผู้ดำเนินการ ไปทบทวน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าของไทยมีโอกาสเข้าร่วมได้มากขึ้น อันนี้ผมเอง รับในที่ประชุมคณะกรรมาธิการในฐานะที่มีหลายหมวกว่า เราจะรับไปทบทวนจริง ๆ เพราะเราก็อยากจะให้โอกาสกับผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสเข้าสู่โครงการ ได้มีการผลิต การจ้างงานภายในประเทศ อย่างที่ท่านคิดหวังเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในมุมนี้เรา ไม่แตกต่างกัน และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ในข้อสุดท้ายครับ มีข้อห่วงใยในเรื่อง Payment Platform เป็นห่วงในเรื่อง TOR เป็นห่วงในเรื่องของกรอบระยะเวลา ต้องเรียนอย่างนี้ว่าหน่วยงานที่ดำเนินการก็คือ สพร. เป็นเหมือนกับ Application Developer เป็นหน่วยงานพัฒนาซอฟต์แวร์ของรัฐ เขาได้ดำเนินการมาเป็นปีแล้วครับ ไม่ได้เพิ่งเริ่มวันนี้ เขาดำเนินการในการเก็บ Requirement ในการทำ Technical Spec ต่าง ๆ มามีความพร้อม วันนี้เหลือแต่ขั้นตอนการ Coding ซึ่งก็จะมีการออก TOR ให้กับเอกชนเข้ามาเป็นผู้รับจ้างต่อไป ซึ่งตรงนี้ก็อยู่ในกระบวนการ ขั้นตอนและอยู่ในกรอบเวลาที่เรากำหนดทุกประการ เพราะฉะนั้นไม่ได้เป็นเรื่อง แปลกประหลาดอะไรนะครับ แล้วก็เชื่อว่าจากการรับฟังที่หน่วยงานมาชี้แจงในทุก ๆ ชั้น ก็มีความเชื่อมั่นว่ากระบวนการในการพัฒนา Application จะสามารถเสร็จทันตามกรอบเวลา แน่นอนครับว่าเรื่องการพัฒนาทุก ๆ มิติไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Application ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการสร้างกลไกการจับจ่ายใช้สอยแบบใหม่ผ่าน Digital Wallet เองก็ตาม มัน Challenge มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย มีความน่าตื่นเต้น มีความแปลกใหม่ และเราก็ต้องฝ่ามันไปให้ได้ แต่อันนี้เป็นประเด็นที่ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่า สำหรับรัฐบาลเรามองเห็นโอกาสในอุปสรรค ไม่อยากให้ท่านมองเห็นโอกาส แล้วก็เจอแต่อุปสรรคจนกระทั่งไม่เดินหน้าในการที่จะพัฒนา ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ พัฒนาปรับเปลี่ยนกลไกในการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น มีอุปสรรคแน่นอนครับ พวกเราก็จะฝ่ามันไป และเดินหน้าโครงการให้สำเร็จให้ได้นะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ