ชุติมา เสนอตั้งกองทุนพิสูจน์สิทธิที่ดิน แทนใช้ Digital Wallet

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ชุติมา คชพันธ์ ตั้งข้อสังเกตต่อประสิทธิภาพของโครงการ Digital Wallet ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสนอให้ใช้งบประมาณ 10,000 ล้านบาทที่มีอยู่ในงบกลางเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผลิตภัณฑ์การเกษตรแปรรูป ซึ่งจะเกิดผลตรงจุดมากกว่า พร้อมเสนอแนวทางจากประเทศชั้นนำที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมท้องถิ่นและเทคโนโลยี รวมถึงเสนอจัดตั้งกองทุนพิสูจน์สิทธิที่ดินเพื่อแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนอย่างเป็นระบบ

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ดิฉันขอเสนอคำแปรญัตติด้วยหัวข้อที่ว่า ขอแปรงบประมาณรายจ่าย ขอตั้งงบรายจ่ายเป็นจำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน สินค้าชุมชนผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ทำไมดิฉันถึงบอกแบบนั้นนะคะ ขอภาพด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จนถึงวันนี้เป็นวาระที่ ๒ แล้ว ที่เราพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ดิฉันมีคำถาม ตลอดมาว่า งบประมาณที่กำลังทำอยู่ Digital Wallet ที่เรากำลังทำอยู่ กระตุ้นเศรษฐกิจ ได้จริงหรือไม่ กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ จนถึงตอนนี้เราพูดกันมาตลอดเวลา เราพูดกันมา เยอะแยะมากมาย ก็ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ทำให้ดิฉันเชื่อได้เลยว่า มันจะสำเร็จตามที่ท่านพูดไว้ คำถามคือ กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ ดิฉันไม่เชื่อว่าจะทำได้ตามนั้นนะคะ เพราะอะไร ดิฉันอยากจะโฟกัสให้เห็นว่า เหตุใดดิฉันจึงไม่เชื่อ แล้วทำไมดิฉันถึงขอให้ใช้งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไป ดิฉันไม่พูดถึงที่ต้องกู้นะคะ เพราะดิฉันไม่เห็นด้วยกับการกู้อยู่แล้ว แต่งบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีอยู่แล้วของงบกลาง ดิฉันขอให้นำไปใช้ดังภาพถัดไปค่ะ คือไปกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น ดังที่ท่านบอกว่าท่านต้องการ ให้เศรษฐกิจภูมิภาคดีขึ้น ก็คือนำไปใช้เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากยกระดับวิสาหกิจ ชุมชน ในภาพถัดไปเลยค่ะ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านรู้ดีอยู่แล้วนะคะ แต่ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงมองข้ามไป แล้วโครงการของท่านที่ท่านทำ คนกลุ่มนี้แทบจะไม่ได้ประโยชน์เลยนะคะ ประชาชนกลุ่มนี้ แทบจะไม่ได้ประโยชน์เลยค่ะ ดิฉันอยากจะให้เห็นในภาพถัดไป ประเทศไทยเรายังต้องการ งบประมาณอีกมาก เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย อย่างที่เราเห็น ถ้าเราพูดถึง SMEs ก็มีประมาณเกือบ ๓ ล้านราย แต่ถ้าเราพูดถึงวิสาหกิจชุมชนมีอยู่ ๘๐,๐๐๐ ราย อยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สามารถทำอะไรได้เยอะมาก เพราะอะไรคะ เพราะว่าวิสาหกิจชุมชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฐานรากต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชน ส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศ เพราะอะไรคะ เพราะว่าคนส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในภาคเหนือ และวิสาหกิจชุมชนส่วนใหญ่คือภาคเกษตร ประเทศเราคือประเทศเกษตรกรรม ภาคเกษตรมีเยอะที่สุด ภาคการผลิตรองลงมา นี่คือ กลุ่มคนที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้ แต่กลับกลายเป็นว่าได้ประโยชน์น้อยมาก ๆ จากโครงการนี้ ดิฉันก็เห็นถัดไป ดิฉันก็สงสัยว่า เอ๊ะ รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจกลุ่มนี้เพราะอะไร นโยบายไม่มีหรืออย่างไร พอดิฉันไปดูในภาพถัดไปค่ะ นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวกับวิสาหกิจ ชุมชน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีก็มีอยู่แล้ว แต่ทำไมท่านไม่ทำให้สอดคล้องกันกับยุทธศาสตร์ ที่มีอยู่ ไปดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ก็มี แต่ว่าไม่ได้รับการใส่ใจ พอไปดูนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำแผนปฏิบัติราชการระยะ ๕ ปี ก็มีเป้าหมายให้วิสาหกิจชุมชนและเกษตรกร ได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการ มีรายได้ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๕ ต่อปี แต่ก็เหมือนกันเลยค่ะ ไม่ได้รับประโยชน์จากตรงนี้อย่างจริงจัง ดิฉันเลยมองว่าจริง ๆ แล้วงบประมาณตรงนี้ เอาไปใช้อย่างอื่นได้ประโยชน์กว่ามาก ๆ มากกว่า จะไปลงใน Digital Wallet ดิฉันจะให้ดูกรณีตัวอย่างของต่างประเทศ ขออภิปรายเพิ่ม อีกนิดหนึ่ง ในต่างประเทศ ๓ ประเทศเลย เอาง่าย ๆ เลย อินเดีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน เขาใช้งบตรงนี้ ไปช่วยอย่างไรบ้างในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดังภาพถัดไปเลยค่ะ ประเทศอินเดีย เขาส่งเสริมอุตสาหกรรมหมู่บ้านโฟกัสว่า หมู่บ้าน อุตสาหกรรมในหมู่บ้าน สนับสนุน แบบครบวงจร สนับสนุนเทคโนโลยีที่เหมาะสม ช่วยเหลือด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ พอเราไปดูญี่ปุ่น เขาเอางบไปช่วยเรื่องอุตสาหกรรมท้องถิ่น และหัตถกรรมดั้งเดิม อำนวย ความสะดวกด้านการจัดหาเงินทุนค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นธุรกิจ แม้กระทั่งประเทศไทย ท่านเป็น สส. เราเป็น สส. เราลงพื้นที่กัน เราได้ยินประชาชนพูดบ่อยมาก โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนว่า อยากจะเริ่มต้น แต่ไม่มีเงินลงทุน ดิฉันเพิ่งมาจากจังหวัดพังงา ดิฉันเพิ่งมาจาก จังหวัดสตูล ดิฉันก็ได้ยินเรื่องนี้เช่นเดียวกันค่ะ คือการเริ่มต้นทำธุรกิจของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อันนี้ก็เจอปัญหากันทั่วประเทศ ทำไมท่านไม่แก้ปัญหานี้ ต่อมาเรื่องการส่งเสริมการวิจัย และพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ญี่ปุ่นเขาก็ส่งเสริมจริงจัง ไต้หวันส่งเสริมการพัฒนา ของกลุ่มอุตสาหกรรมท้องถิ่น ช่วยเหลือด้านการตลาด ส่งเสริมความสามารถการใช้ดิจิทัล นี่คือสิ่งที่ต้องใช้งบประมาณในการดูแล ท่านจะเห็น ๓ ประเทศนี้จะมี ๒ เรื่องเหมือนกัน คือเรื่องของอุตสาหกรรมหมู่บ้าน อุตสาหกรรมท้องถิ่น ท้องถิ่นทั้งท้องถิ่นเหมือนกันหมดเลย แล้วก็เทคโนโลยี แล้วก็ดิจิทัลเขาให้ความสำคัญเหมือนกัน และประเทศไทยเราก็ต้องการ เช่นเดียวกัน ดิฉันเสียดายมาก ๆ เสียดายงบประมาณที่ท่านเอาไปทุ่มกับอะไรตรงนั้นที่ไม่ได้ ประโยชน์อย่างจริงจัง ดิฉันเลยอยากเสนอในสไลด์ถัดไป ประเทศไทยเราเอาไปทำอะไร ได้อีกบ้างในงบส่วนนี้ที่ท่านเอาไปทำ Digital Wallet เอาไปทำในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย เอาไปแปรรูปสินค้าเกษตร ช่วยในเรื่องการตลาดอย่างจริงจัง แล้วก็ส่งออกไปได้ คือท่านทำได้ดีกว่านี้ค่ะ ตอนนี้ท่านอาจจะบอกว่าก็ส่งออกมีอยู่แล้ว ทำอยู่แล้ว ยังไม่ดีพอ มันควรจะดีกว่านี้ได้อีก แล้วก็รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ นะคะ

สุดท้ายก่อนเวลาจะหมด ดิฉันอยากจะฝากอีกนิดหนึ่ง เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับพรรคก้าวไกล ถ้าเราเป็นรัฐบาล เราจะไม่ทำแบบที่ท่านทำ แต่เราจะทำแบบนี้ค่ะ ในภาพถัดไป ในช่วงหาเสียงที่ผ่านมาหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับตรงนี้ เราบอกว่าเราจะใช้ เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อตั้งกองทุนพิสูจน์สิทธิ ยุติข้อพิพาท ออกเอกสารสิทธิให้เกษตรกร พรรคก้าวไกลจะตั้งกองทุนพิสูจน์สิทธิ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในการเพิ่มบุคลากร อุปกรณ์ ระบบ RTK รังวัดที่ดินด้วยดาวเทียมที่ต้องใช้ในกระบวนการพิสูจน์สิทธิให้ประชาชน โดยการใช้ ข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ ทั้งจากภาพถ่ายทางอากาศ หลักฐานราชการ หลักฐานของชุมชน และข้อมูลของประชาชนที่มีอยู่ ปัญหานี้มีอยู่ทั่วประเทศ และเป็นปัญหาเรื้อรัง เป็นปัญหา ที่ใหญ่หลวงมาก ๆ ณ ตอนนี้ เรารับเรื่องร้องเรียนนี้กันเยอะมาก ๆ เรื่องที่ดินทับซ้อนนี้ค่ะ เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้แก้ปัญหาได้ ทำไมท่านไม่เอาไปทำ ท่านยังปล่อยให้ประชาชนต้องมา นั่งร้องเรียน ต้องมานั่งเจอปัญหาที่ดินทับซ้อน ประชาชนต้องร้องไห้เสียน้ำตาอยู่ทุกวี่ทุกวัน ดิฉันเลยไม่เห็นด้วยกับโครงการ Digital Wallet ไม่ว่าท่านจะบอกว่า ดีอย่างไรก็ตาม เพราะดิฉัน ยังคงเห็นน้ำตาประชาชนอยู่ ดิฉันยังรับเรื่องร้องเรียนอยู่ทุกวี่ทุกวันที่ดิฉันลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ หลังจากที่ปิดประชุมสภา ดิฉันคิดว่างบประมาณที่มีควรจะเอาไปใช้ตรงนั้นที่มีประโยชน์มากกว่า ไม่ว่าท่านจะบอกว่าจะมีพายุตั้งกี่ครั้ง มีพายุหมุนทางเศรษฐกิจอะไรเท่าไรก็ตาม หรือจะให้ยา ขนานไหนก็ตาม ดิฉันรู้ว่าไม่ใช่ยาวิเศษ นั่นล่ะค่ะยิ่งไม่ควรต้องใช้เลยถ้าแบบนั้น ไม่ควร จะเลี้ยงไข้แบบนั้น เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอให้เงินตรงนี้นำไปใช้ดังที่ดิฉันเสนอไปข้างต้นค่ะ ขอบคุณค่ะ