วรภพ ตั้งคำถามเงินดิจิทัลเอื้อร้านค้าใหญ่ ขอชี้เป้าหมายชัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

วรภพ วิริยะโรจน์ ตั้งคำถามถึงเป้าหมายที่แท้จริงของโครงการเงินดิจิทัล ว่ามุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนและร้านค้ารายย่อย หรือเพื่อประโยชน์ของร้านค้าใหญ่ที่อยู่ภายใต้กลุ่มทุน โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างชัดเจน พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ความไม่เป็นธรรมในเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อร้านค้าขนาดใหญ่มากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย และเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลสัดส่วนการใช้จ่ายและแนวทางการถอนเงินอย่างโปร่งใส เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างรอบด้าน

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ ขออภิปรายในมาตรา ๓ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็จะเป็นคำถามสั้น ๆ คำถามโต ๆ ไปยัง กรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอความชัดเจน นิดหนึ่งว่า ถ้าวัตถุประสงค์ของการที่โครงการเงินดิจิทัลนี้ จะกระตุ้นเศรษฐกิจนี่ครับ ว่าสรุปแล้วท่านต้องการจะกระตุ้นใคร ระหว่างเศรษฐกิจประชาชน หรือเศรษฐกิจเจ้าสัว เพราะคำถามนี้ผมอยากจะให้ท่านตอบมาครับว่า เป้าหมายของโครงการเงินดิจิทัล ในรอบแรกระหว่างประชาชนกับร้านค้า ท่านตั้งเป้าหมายว่าอย่างไรว่า ประชาชนจะมา ใช้เงินดิจิทัลกับร้านค้ารายย่อยสัดส่วนเท่าไร และเป็นร้านค้าสะดวกซื้อของเจ้าสัวเท่าไร ผมต้องการคำตอบชัด ๆ ในประเด็นนี้ครับ

เหตุผลที่ผมต้องการคำตอบ เพราะท่านยังยืนยันนะครับ รัฐบาลยังยืนยันว่า ยังจะกำหนดให้มีเงื่อนไขว่า ร้านค้าขนาดเล็กที่รับเงินดิจิทัลในรอบแรกนั้น ห้ามถอน เป็นเงินสด ซึ่งผมต้องยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า เงื่อนไขนี้คือเงื่อนไขสำคัญ ที่ร้านค้าขนาดเล็ก ร้านค้ารายย่อยเขาจะหมุนเงินไม่ได้ เพราะร้านค้านี่เมื่อรับเงินดิจิทัลมาแล้ว แต่ค่าใช้จ่าย จำนวนมากที่มันใช้เงินดิจิทัลซื้อต่อไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่าแรง ค่าบริการต่าง ๆ ค่าน้ำมัน ร้านค้าเหล่านี้ต้องหาเงินสด หรือหาเงินธรรมดามาหมุนใช้จ่าย แต่ในขณะเดียวกันเงื่อนไขของโครงการดิจิทัลเอง ของรัฐบาลเองกลับเปิดโอกาสให้ ร้านรายใหญ่ แต่เป็นร้านขนาดเล็กก็คือ ร้านสะดวกซื้อของเจ้าสัวนี่ รับเงินดิจิทัลได้ แน่นอนเมื่อร้านขนาดเล็ก ร้านของรายย่อยรับเงินดิจิทัลแบบอั้น ก็คือรับจำกัดว่าวันหนึ่ง จะรับเงินดิจิทัลได้เท่าไร มันขึ้นอยู่กับว่าเขาหมุนเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนอื่นได้เท่าไร แต่ในขณะเดียวกันร้านค้าสะดวกซื้อของเจ้าสัว เขารับเงินดิจิทัลแบบไม่อั้น แต่ท่าน เปิดโอกาสให้ ๒ กลุ่มนี้รับเงินดิจิทัลทั้งคู่ คำถามมันจึงเป็นว่า ในเมื่อเงินดิจิทัลท่านก็สามารถ รู้กันได้ในภายหลังว่า ประชาชนจะใช้จ่ายเงินดิจิทัลรอบแรกกับร้านค้ากลุ่มไหนเท่าไร ผมก็เลยตั้งคำถามว่า สัดส่วนที่ท่านตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าเงินดิจิทัลที่ประชาชนจะไปใช้ มันจะเป็นของรายย่อย หรือของเจ้าสัวเท่าไรกันแน่ อันนี้ขอเป็นคำถามด้วยครับ เพราะท่าน พูดตลอดมาว่า ร้านค้าที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ ถูกต้องครับ มันคือ ๑.๖ ล้านร้านค้า ร้านค้า สะดวกซื้อมันก็มีเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ถูกต้องครับ นี่คือ ๓ เปอร์เซ็นต์ นี่คือจำนวนร้าน แต่สัดส่วนของเศรษฐกิจที่จะได้ประโยชน์จากเงินดิจิทัลมันจะเป็นเท่าไร เพราะในเมื่อ ความเป็นจริงก็รู้อยู่ว่า ร้านค้าสะดวกซื้อเขามีอยู่ทุกอำเภอ แล้วเขาก็สามารถรับเงินได้ไม่อั้น ดังนั้นถ้าท่านตั้งเงื่อนไขนี้ ประชาชนก็จะมีโอกาสสูงมากครับ ที่ต้องเอาเงินดิจิทัลทั้งหมด ที่ได้ไปสนับสนุน ไปอุดหนุนร้านสะดวกซื้อจำนวนมาก แทนที่มันจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ในชุมชน เศรษฐกิจในอำเภออย่างที่ท่านกล่าวอ้าง สุดท้ายเงินดิจิทัลทั้งหมดก็จะถูก สูบกลับมาให้ร้านค้าของเจ้าสัวขนาดใหญ่ ดังนั้นขอคำถามชัด ๆ ว่าท่านตั้งเป้าหมายสัดส่วน ของร้านค้ารายย่อย และร้านค้าสะดวกซื้อเท่าไรกันแน่นะครับ เช่นเดียวกันในรอบ ๒ รอบ ระหว่างร้านค้ากับร้านค้า ที่ท่านบอกว่าไม่จำกัดขนาด ไม่จำกัดภูมิภาคแล้วท่านตั้งเป้าหมายว่า จะเป็นร้านค้ารายย่อยที่จะรับเงินดิจิทัลในรอบ ๒ เท่าไร และเป็นสัดส่วนเท่าไร ที่จะเป็น ร้านค้ารายใหญ่ที่จะรับเงินดิจิทัลต่อในรอบ ๒ เพราะเช่นเดียวกันเงื่อนไขของการถอน เป็นเงินสดในรอบ ๒ ก็ยังไม่มีความชัดเจนจนถึงวันนี้ว่าผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี ที่สามารถรับเงินดิจิทัลจากรอบ ๒ มาแล้ว ถอนเป็นเงินสดได้ มันรวมถึงผู้ประกอบการ เขาสามารถยื่นภาษีย้อนหลังไปยังปี ๒๕๖๖ ได้หรือไม่ครับ คือถ้ารัฐบาลเปิดโอกาส ให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นภาษีบุคคลย้อนหลัง ก็คือยื่นรายได้ปี ๒๕๖๖ ในตอนที่จะมา รับเงินดิจิทัลได้ แน่นอนมันก็ทำให้ร้านค้าดิจิทัลเข้ามายื่นภาษีแล้วก็อยากจะขอรับเงินดิจิทัล มากขึ้น เพราะอย่างที่บอกถ้ารัฐบาลยังกำหนดเงื่อนไขว่า ห้ามผู้ประกอบการถอนเป็นเงินสด สุดท้ายมันจะไม่เกิดผู้ประกอบการรายย่อยหรือแม้แต่เกษตรกร แม้แต่ห้างร้านรายย่อย เขาก็จะประกาศไม่รับเงินดิจิทัลจากรอบ ๒ ด้วยซ้ำ สุดท้ายท่านครับ ร้านค้าทั้งหมดที่รับเงิน ดิจิทัลมาในรอบแรกก็จะต้องกลับไปอุดหนุนร้านค้า ห้างร้านขนาดใหญ่ของเจ้าสัวไม่กี่ราย ซึ่งก็เป็นเจ้าของเดียวกันกับร้านค้าสะดวกซื้อในรอบแรกละครับ ดังนั้นในเมื่อไม่มี ความชัดเจนตรงนี้ ผมก็ต้องตั้งคำถามตัวโต ๆ ว่าเป้าหมายของรัฐบาลเป็นสัดส่วนเท่าไร กันแน่ แล้วเมื่อผลจบของโครงการมันก็จะได้มาดูกันชัด ๆ ว่า เป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งไว้ว่า จะต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เม็ดเงินก้อนนี้มันจะไปอยู่ในมือใคร ระหว่างประชาชนรายย่อยจริง ๆ หรือเป็นแค่ร้านค้า ห้างร้านขนาดใหญ่ของเจ้าสัวไม่กี่ราย อันนี้ขอเป็นเป้าหมายชัด ๆ ขอคำตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ