สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ปรีติ เจริญศิลป์ อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 และแสดงความไม่เห็นด้วยต่อโครงการ Digital Wallet เนื่องจากมีการทุจริตเกิดขึ้นจากการใช้จ่ายดิจิทัล และเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายดิจิทัลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการชำระหนี้ผ่อนบ้านกับธนาคารหรือหนี้ Finance รถยนต์ และยังห้ามใช้จ่ายเงินดิจิทัลที่ล็อกสเปก

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วม อภิปรายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี ๒๕๖๗ จำนวน ๑.๒ แสนล้านบาท ซึ่งตามหลักการแล้ว ผมไม่เห็นด้วยกับโครงการ Digital Wallet โครงการนี้ครับ เพราะเป็นการนำเงินภาษี ของประชาชนมาแจกให้กับประชาชน แต่มีการล็อกสเปกการใช้จ่าย มีการระบุว่ารายการใด ซื้อได้หรือไม่ได้ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

สินค้าบางอย่างที่เขาระบุว่า ซื้อไม่ได้ครับ เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำมัน เชื้อเพลิง ทองคำ เป็นต้น แต่อีกอย่างหนึ่งที่ผมสงสัยคือ เรื่องเกี่ยวกับบริการ เช่น ร้านนวด ร้านทำผม ทำไมถึงไม่ให้เขาใช้ สืบทราบได้ว่า ทางรัฐบาลมีความระแวงว่า การให้บริการ อาจจะไม่มีบริการจริง พวกท่านระแวงทั้งที่งานบริการเหล่านี้ ร้านทำผม ร้านตัดผมเป็นธุรกิจ ของประชาชนโดยแท้จริง เงินจะสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง แต่ท่านมีความระแวงเป็นอย่างมาก ทั้งที่ผมเห็นว่า โครงการนี้มีความหละหลวม สามารถส่อไปในทางทุจริตได้หลายรูปแบบครับ หน้าถัดไปครับ ผมยกตัวอย่าง ในการที่หละหลวมเพราะเรื่องอะไรบ้าง เช่นถ้าเรา Scan ซื้อของสินค้าอุปโภคบริโภคที่ท่านอนุญาตให้ซื้อได้ น้ำมันพืช ๑ ลิตร สมมุติราคา ๔๘ บาท แต่ผมไม่อยากได้ ผมคุยกับร้านค้าขอเปลี่ยนเป็นเบียร์ ๑ กระป๋องแทนในมูลค่าเท่ากัน รัฐบาลจะรู้ไหมว่า เขาทำแบบนี้ ประชาชนได้น้ำมันพืชกลับบ้านหรือได้อะไรกลับบ้านแทน หรือแม้แต่ถ้าหากผมอยากจะซื้อบุหรี่สัก ๒ ซอง ไปคุยกับร้านค้าให้ Scan ซื้อข้าวสาร ๕ กิโลกรัม ในมูลค่าพอ ๆ กัน ๒๑๐ บาท รัฐบาลรู้ไหมครับเรื่องแบบนี้ หรือแม้แต่เป็นการ Scan ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ไม่นำสินค้ากลับ มีการให้เงินกลับไปแทน รัฐบาลรู้ไหมครับ เรื่องแบบนี้ นี่คือความหละหลวมที่เกิดขึ้น ผมอยากเสนอหลายเรื่องที่มันป้องกันการทุจริตได้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลทำ หลายรายการที่รัฐบาลไม่สนับสนุนให้ใช้จ่ายเงินดิจิทัลได้ หน้าถัดไปครับ นี่ครับหลายเรื่องที่มันเป็นของจำเป็น ประชาชนก็อยากใช้ เพราะเงินภาษี ของเขา ท่านไม่เพิ่มทางเลือกให้เขา ท่านไปล็อกสเปกให้ซื้อได้เฉพาะบางอย่างเท่านั้น อย่างค่าบำรุงการศึกษา มันไม่ทุจริตแน่นอน มันต้องมีนักเรียนเข้าไปเรียน ผู้ปกครอง อยากจะใช้จ่ายให้นักเรียนทำได้ไหม ไม่ได้ รัฐบาลไม่เปิดช่องให้ ค่าน้ำ ค่าไฟ มันล็อก อยู่แล้วว่า ต้องเป็นบ้านของใคร นี่ละครับมันไม่มีการทุจริต ทำไมรัฐบาลไม่ให้ใช้ มันเป็น ของจำเป็น อีกตัวอย่างหนึ่ง การซื้ออาหารผ่าน Application อย่างนี้ครับ มันมีช่องทาง หลายส่วน มีทั้งคนกลาง มีทั้งร้านค้า ผู้ซื้อกับผู้ขายไม่ได้มาเจอกัน มันก็ป้องกันการทุจริตได้ แต่รัฐบาลก็ไม่เปิดโอกาสให้ใช้เงินได้จากช่องทางนี้ เรื่องสำคัญครับ หนี้ที่รัฐบาลเคยมี โครงการให้ลงทะเบียนหนี้นอกระบบ ผมทราบข้อมูลมาว่า มีคนลงทะเบียนประมาณ ๑.๕ แสนราย หนี้เป็นเงิน ๑๙,๙๙๙ ล้านบาท ทำไมรัฐไม่ให้นำเงินดิจิทัลมาใช้หนี้ได้ แปลกไหมครับ อีกอันหนึ่งครับ หนี้ผ่อนบ้านกับธนาคาร หรือหนี้ Finance รถยนต์ ตัวนี้ แน่นอนถ้าให้ใช้มันไม่มีการบิดพลิ้วแน่นอน เพราะมันมีหนี้ที่เกิดขึ้นมาก่อน และธนาคาร หรือ Finance ต่าง ๆ เขามีข้อมูลอยู่แล้ว แต่รัฐบาลก็ไม่เห็นสนับสนุนให้คนทั่วไปสามารถ นำเงินดิจิทัล มาใช้จ่ายชำระหนี้เหล่านี้ได้ เพราะอะไรผมพยายามนึก เพราะผู้บริหารรัฐบาล ไม่เข้าใจประชาชนอย่างแท้จริง ผู้บริหารรัฐเขาไม่เคยเป็นหนี้ เขาไม่เคยกู้บ้าน ไม่เคยผ่อน รถยนต์ครับ เขาซื้อสดหมด ท่านยังไม่เข้าใจประชาชนความต้องการของเขา นี่ละครับ ข้อบกพร่องที่ผมไม่อาจจะเห็นด้วยกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ๑.๒๒ แสนล้านบาทนี้ได้

สุดท้ายนี้ครับ ผมอยากจะบอกรัฐบาลว่า ผมไม่เห็นด้วย เพราะโครงการนี้ เป็นโครงการที่นำภาษีของประชาชนมาคืนกับประชาชน แต่สุดท้ายประชาชนก็ต้องรับภาระ คืนกลับไปที่รัฐอยู่ดี ภายภาคหน้าท่านก็ต้องเก็บเงินภาษีของประชาชนเหล่านี้ละครับ มาเติมสิ่งที่มันขาดไปที่ท่านเอามาแจก และรายการใช้จ่ายในเงินดิจิทัลนี้ท่านก็ล็อกสเปก ให้ใช้จ่ายได้เฉพาะบางอย่างเท่านั้น ซึ่งมันไม่ได้สอดคล้องกับความต้องการจริง ๆ ของประชาชนเลย แล้วมันก็หละหลวม อาจเกิดการทุจริตได้อย่างมโหฬารครับ จึงฝากรัฐบาล ไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ