ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ขอสงวนคำแปรญัตติและเสนอปรับลดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อผลักดันให้เงินโครงการ Digital Wallet ถึงมือประชาชนโดยเร็ว พร้อมตั้งข้อกังวลว่าการใช้จ่ายอาจขัดกฎหมายวินัยการเงินการคลังและวิธีการงบประมาณ เนื่องจากมีการยื่นร่างงบประมาณปี 2568 แล้ว และการเบิกจ่ายอาจเกินกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งแจกจ่ายเงิน 165,000 ล้านบาทผ่านแอปเป๋าตังหรือจ่ายสดให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง 16.5 ล้านคนก่อนวันที่ 30 กันยายน เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและไม่ขัดต่อกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย วันนี้ผมขอร่วม อภิปรายขอสงวนคำแปรญัตติ ขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี ๒๕๖๗ ลงจำนวนทั้งสิ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมเรียนอย่างนี้ว่า ผมอภิปรายในวันนี้บีบหัวใจผมจริง ๆ เห็นใจพี่น้องประชาชนว่า เงิน Digital Wallet นี้จะต้องไปถึงมือพี่น้องประชาชนให้ได้ ขอฝ่ายเลขาขึ้นสไลด์ที่ ๑ ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ผมอภิปรายวันนี้ไม่ได้มีเจตนา อย่างอื่นเลยนะครับ เจตนาอยากจะให้เงิน Digital Wallet ดังกล่าวไปถึงมือพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ผมเรียนว่า มันส่อในการที่จะขัด กฎหมาย ๒ ฉบับครับท่านประธาน ผมใช้คำว่า ส่อที่จะขัดกฎหมาย ๒ ฉบับ เพราะฉะนั้น อยากจะให้พี่น้องประชาชนฟังคำอภิปรายของผม และคำอภิปรายของท่านรัฐมนตรี ที่เพิ่งชี้แจงไป กฎหมายฉบับแรกครับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๑ ขอสไลด์ที่ ๒ ด้วยครับ มาตรา ๒๑ ใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ กำหนดไว้ว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้กระทำได้เมื่อมีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้อง ใช้จ่ายเงินระหว่างปีงบประมาณ โดยไม่สามารถรองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ถัดไปได้ ท่านประธานครับ อยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ถ้าเราอ่านกฎหมายตามนี้ ความหมาย ก็คือร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๖๘ ก็คือในปีหน้า ถ้าเสนอเข้ามาแล้วหมายถึงว่า ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๖๗ ที่เสนอเพิ่มเติมเข้ามาจะไม่สามารถที่จะเสนอเพิ่มเติม เข้ามาได้ เนื่องจากว่าท่านได้เสนองบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๖๘ ต่อรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นโจทย์ใหญ่ไปกว่านั้นอีก ในคำของบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี ๒๕๖๗ และงบประมาณปี ๒๕๖๘ รายการที่เสนอขอเข้ามา ก็คือเป็นรายการเดียวกัน รายการ Digital Wallet เหตุผลที่ท่านต้องเสนองบประมาณดังกล่าวนี้ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธาน เพราะว่าท่านเสนอขอตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๘ เงิน Digital Wallet ตั้งไว้ ๑๕๒,๗๐๐ ล้านบาท แต่ท่านไม่สามารถที่จะตั้งงบประมาณดังกล่าวได้ครอบคลุม งบประมาณทั้งหมด ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงเสนอย้อนกลับไปในการที่จะทำงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี ๒๕๖๗ เพิ่มเติมเข้ามาอีก ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ละครับ ผมถึงอภิปรายว่า ส่อในการที่จะขัดกฎหมาย ผมอยากให้เงินดังกล่าวถึงมือพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง สุดท้ายท่านจะเห็นผมจะเสนอทางออกให้ เพราะว่าผมไม่อยากให้รัฐบาล ถ้าเปรียบกับ การขี่มอเตอร์ไซค์ เขาเรียกกันว่า ขี่มอเตอร์ไซค์แบบปล่อยมือ มันเสี่ยง มันอันตรายจริง ๆ ผมไม่อยากให้ทำอย่างนั้นเลยครับ ผมขอสไลด์ที่ ๑ กลับมาด้วยนะครับ ขัดกฎหมายต่อไปอีก ก็คือขัด พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ สไลด์ที่ ๓ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณเขียนไว้ว่าอย่างไรครับ การขอเบิกเงินจากคลัง ตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณใด ให้กระทำได้แต่เฉพาะภายในปีงบประมาณนั้น ความหมายก็คือ ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ท่านต้องเบิกเงินให้ทันภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ นี้ มีข้อยกเว้นครับ ในวรรคสอง ในกรณีที่ไม่สามารถเบิกเงินจากคลังได้ภายใน ปีงบประมาณ ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังได้เฉพาะในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณ ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ และได้มีการกันเงินไว้ตามระเบียบเกี่ยวกับการ เบิกเงินจากคลังไว้เรียบร้อยแล้วครับ สรุปก็คือมี ๒ เงื่อนไขก็คือ หน่วยรับงบประมาณ ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว ๒. ได้รับการกันเงินจากคลังแล้ว ความหมายของผมครับ ขอสไลด์ที่ ๕ ด้วยครับ พอมาดูที่สไลด์ที่ ๕ การขอกันเงินเบิกจ่ายเหลื่อมปีไว้ตามที่จะขอ กันเงินไว้ในวันที่ ๓๐ กันยายน ท่านจะเห็นว่ากรอบวงเงิน Timeline ของ Digital Wallet กรอบงบประมาณปี ๒๕๖๗ คือเริ่ม ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ สิ้นสุดลงในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ วันนี้ครับรัฐบาลได้เสนองบเพิ่มเติมเข้ามาอีก ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนว่าการเปิด ให้ประชาชนลงทะเบียนในวันที่ ๑ สิงหาคม ยืนยันว่าส่อไปในทางที่บอกว่า มันไม่ใช่การ ก่อหนี้ผูกพันแต่ประการใด การก่อหนี้ผูกพันมันหมายถึงว่า จะต้องให้มีการจ่ายเงินดังกล่าว ออกไป เมื่อสักครู่ผมขอเวลา ๑๐ นาทีอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่า การก่อหนี้ ผูกพัน หมายถึงว่า เช่น ถ้าหน่วยงานของรัฐออกประกาศประกวดราคา คำถามของผมคือ การที่เราขายแบบออกไป เมื่อราษฎรมาซื้อแบบในการประกวดราคา ถือว่าเป็นการก่อหนี้ ผูกพันไหมครับ การก่อหนี้ผูกพันหมายถึงว่า จะต้องมีการลงนามในสัญญาให้ทันภายใน วันที่ ๓๐ กันยายนเท่านั้น ดังนั้นการที่เราก่อหนี้ผูกพันโดยที่ประชาชนแค่มาซื้อแบบ อยู่ในขั้นตอนประกวดราคาต่าง ๆ เงินดังกล่าวนี้จะต้องตกไปครับท่านประธาน
สุดท้ายครับท่านประธานไม่อยากสิ้นเปลืองเวลามาก ผมเสนอทางออก ให้อย่างนี้ ถ้าร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี ๒๕๖๗ ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามไม่สามารถกันเงินเบิกจ่ายเหลื่อมปีได้ภายในวันที่ ๓๐ กันยายนนี้ ผมเสนอ ทางออกอย่างนี้คือ ๑. เงินที่รัฐบาลกันไว้แล้วจากเงินงบกลาง ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒. เงินงบเพิ่มเติมที่ร่างขึ้นมาปี ๒๕๖๗ อีก ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ขอให้รัฐบาลแจกเงินดังกล่าวผ่าน App เป๋าตัง หรือเป็นสดให้กับพี่น้องประชาชน ๑๖.๕ ล้านคน ในกลุ่มเปราะบางให้เสร็จก่อนครับ เสร็จก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน ผมเรียนท่านประธานว่า จะทำให้เงินดังกล่าว สามารถที่จะใช้ได้ถูกต้องตามระเบียบต่อไปครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณมากครับ