สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของตัวเลขในการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโครงการ Digital Wallet โดยเฉพาะความแตกต่างของข้อมูลที่กระทรวงการคลังชี้แจงกับที่รัฐมนตรีแถลง พร้อมตั้งคำถามถึงแหล่งที่มาของงบประมาณ ชี้ว่าเงินที่ใช้ส่วนหนึ่งมาจากการโยกย้ายงบเดิม ไม่ใช่เงินใหม่ทั้งหมด จึงเรียกร้องให้มีความชัดเจนในการคำนวณผลตอบแทนและเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องก่อนพิจารณาต่อร่างพระราชบัญญัติ เนื่องจากข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าผลกระทบต่อจีดีพีต่ำกว่าที่ประกาศไว้ อาจไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่จัดสรร
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ในฐานะผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านประธานครับ ผมขอสงวนความเห็น ในมาตรา ๓ เพื่อขอปรับลดวงเงิน เนื่องจากเม็ดเงินจำนวนนี้ยังถูกตั้งคำถามถึงผลกระทบว่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหนนะครับ โดยเฉพาะอ้างอิงตามเหตุผลประกอบการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อสภา รัฐบาลพูดตลอดว่าเป้าหมายของโครงการ Digital Wallet เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามปัจจุบันคำถามว่า จะกระตุ้นได้แค่ไหนเป็นที่น่าสงสัย อย่างยิ่ง เอาแค่ในช่วงเวลา ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ในสภาแห่งนี้มีการพิจารณาวาระแรก ของร่างพระราชบัญญัติ ท่านบอก Digital Wallet จะช่วยกระตุ้น GDP ได้ที่ ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ที่บอกว่าน่ากังขาเพราะว่าใน ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่ผมปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมาธิการ เราพบว่าตัวเลขนี้เปลี่ยนหลายครั้ง แรกที่สุดในสภาอยู่ที่ ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ก็มีการ ถกเถียงกันเยอะว่า สูงเกินไปหรือเปล่า เมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ประเมิน ไม่ว่าจะเป็น แบงก์ชาติที่ประเมินว่าตลอดโครงการอยู่ที่ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ หรือสภาพัฒน์ที่ประเมินว่า ปีนี้อยู่ที่ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ และปีหน้าอยู่ที่ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ในการประชุมกรรมาธิการนัดแรก ซึ่งก็แค่ ๒ วันหลังจากสภาผ่านร่างวาระที่ ๑ ไปคือวันศุกร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม กระทรวงการคลัง โดยปลัดกระทรวงการคลัง และ ผอ. สำนักงานเศรษฐกิจการคลังแจ้งว่า มีการทบทวนใหม่ ตลอดโครงการให้ผลตอบแทนอยู่ที่ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ผมฟังก็ว่าสมเหตุสมผลนะครับ เพราะสอดคล้องกับที่สภาพัฒน์และแบงก์ชาติประเมิน อันนี้ไปดูได้ในบันทึกรายงาน การประชุม ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ๒๖ กรกฎาคม คล้อยหลังสัปดาห์เดียว กระทรวงการคลัง แถลงประมาณการเศรษฐกิจใหม่ ท่านรัฐมนตรีบอกผลกระทบของ Digital Wallet กลับมาที่ ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์อีกแล้ว คำถามคือมันอะไรกันครับ งบรวม ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเฉพาะในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกำลังขอเงินไปใช้มากขนาดนี้ สรุปท่านทราบหรือยังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน แล้วอย่าบอกว่า เป็นโครงการใหม่ โครงการแรกในโลก เพราะว่าไม่ว่าประเทศไหนถ้าท่านขอเงินไปใช้ขนาดนี้ ท่านต้องบอก ได้ชัดแล้วว่า จะเกิดประโยชน์หรือผลตอบแทนได้แค่ไหน ประการสำคัญที่ผมคิดว่าน่าสนใจ คือมันไม่น่าผิดพลาดได้ เพราะคนที่ชี้แจงในกรรมาธิการก็เป็นระดับปลัดกระทรวงการคลัง กับ ผอ. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในการแถลงข่าวก็เป็นระดับรัฐมนตรี สรุปผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รวมถึงกรรมาธิการที่ใกล้ข้อมูลมากขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้เลยว่า จะเชื่อใครดีนะครับ ท่านประธานครับ แล้วผมคิดว่าเมื่อวานนี้ผมก็อาจจะใช้คำว่า จับโป๊ะได้ เมื่อวานนี้มีการประชุมวิปฝ่ายค้าน มีการตั้งคำถามในห้องประชุมวิปฝ่ายค้าน ถึงผู้แทน กระทรวงการคลัง ถึงสาเหตุที่ประเมินผลกระทบของ Digital Wallet กลับไปอยู่ที่ ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านชี้แจงมาเป็นเอกสาร ซึ่งก็ดีนะครับจะได้เป็นลายลักษณ์อักษร ท่านชี้แจงมาเป็นเอกสารนี้ครับ ท่านบอกว่า ตัวเลข ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับ ๔ เงื่อนไข ๑. แหล่งที่มาของเงิน ๒. เงื่อนไขโครงการ ๓. จำนวนผู้เข้าร่วม และ ๔. พฤติกรรมการใช้จ่าย ประเด็นที่ควรขีดเส้นใต้คือตรงนี้ครับ ท่านบอก แหล่งที่มาของเงินที่เอามาคำนวณนี่มาจากเงิน ที่อัดฉีดใหม่เข้าระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้มาจากการนำเงินที่จะใช้จ่ายภายใต้ภารกิจอื่นอยู่แล้ว หมายความว่า ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นสมมุติฐานบนเหตุผลว่า เป็นเงินใหม่ทั้งหมด คำชี้แจงจากกระทรวงการคลัง ที่บอกว่า ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงมีปัญหา ๒ เรื่อง นะครับ
ปัญหาแรก คือแหล่งที่มาของเงิน อันนี้วันนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า แหล่งที่มา ของเงินในโครงการนี้มาจากไหน ที่แน่ ๆ คือไม่ได้เป็นเงินใหม่ทั้งหมด ขณะนี้เรากำลังจะใช้ เงินจากงบเพิ่มเติมที่เราคุยกันอยู่ ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับอีก ๑๕๒,๗๐๐ ล้านบาท ในร่าง พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๘ รวมเป็นทั้งสิ้น ๒๗๔,๗๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๑๗๕,๓๐๐ ล้านบาท เป็นเงินเก่า โยกงบประมาณจากโครงการเดิมมา ดังนั้นคำอธิบายที่ท่านรัฐมนตรีบอก โดยมีหมายเหตุ ประกอบ มันเป็นไปไม่ได้แล้ว ไม่ใช่แล้วนะครับ ทำไมท่านยังนำตัวเลขนี้มาโฆษณาอยู่
ปัญหาที่ ๒ ซึ่งมีเอกสารเป็นหลักฐานชัดเจน ก็คือการขัดกันระหว่างสิ่งที่ กระทรวงการคลังชี้แจงในกรรมาธิการ กับสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีแถลงเมื่อวันศุกร์ ซึ่งปรากฏ ในเอกสารที่ส่งให้วิปฝ่ายค้าน เอกสารที่ส่งให้วิปฝ่ายค้านชี้แจงว่า ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขเดียวกับที่ประเมินตั้งแต่ ๑๐ เมษายน ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ตรงกับที่ปลัดกระทรวงการคลัง และ ผอ. สำนักงานเศรษฐกิจการคลังให้ข้อมูลในกรรมาธิการนะครับ ท่านปลัดและท่าน ผอ. สศค. ชี้แจงว่า ผมอ่านให้ฟังเลยนะครับ เดิมผลการประเมินโครงการทำให้เศรษฐกิจขยายตัว ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ แต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาหน่วยงานประเมินใหม่ ผลคือโครงการส่งผล ต่อเศรษฐกิจที่ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ย้ำนะครับ ทั้ง ๒ เอกสารบอกเป็นตัวเลขตั้งแต่เดือนเมษายน ทั้งคู่แต่ไม่ตรงกัน คนหนึ่งบอก ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ อีกคนบอก ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือ ตกลงมีการทบทวนดังที่ปลัดกระทรวงการคลังชี้แจงในกรรมาธิการจริงหรือไม่ ทำไม ตอนแถลงข่าวล่าสุดจึงไม่บอกตัวเลขที่ Update หรือล่าสุดกับประชาชน มันต้องมีใครสักคน ที่พูดไม่ตรง ไม่แน่ว่าปลัดกระทรวงการคลังหรือท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก ขอให้ข้อมูลประกอบเพื่อเป็นการตัดสินใจในการโหวตรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ GDP ที่แต่เดิมคาดว่าจะโต ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คำนวณ บนสมมุติฐานสำคัญ ๒ อย่าง คือ ๑. วงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ๒. เป็นการกู้เงิน ทั้งหมดรวมถึงเงินจาก ธ.ก.ส. แต่ข้อเท็จจริง ณ ตอนนี้ที่เราคุยกันชัดเจน วงเงินลดเหลือ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ๒. เม็ดเงินใหม่ไม่เยอะเท่าเดิม ดังนั้นโดยสรุปมันไม่มีทางกระตุ้น เศรษฐกิจได้อย่างที่ท่านโฆษณาไว้ครับ เมื่อวานนี้ในห้องวิปฝ่ายค้าน มีการถามผู้แทน จากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า จากข้อมูลปัจจุบันต้องประเมินผลกระทบ ของ Digital Wallet ต่อ GDP ใหม่หรือไม่ ผู้แทนสภาพัฒน์ตอบดีนะครับ ผู้แทนสภาพัฒน์ บอกเดิมประเมินไว้ที่ปีนี้ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ กับปีหน้า ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ แต่จากสมมุติฐานว่า เป็นเม็ดเงินใหม่ใช้เงินจากมาตรา ๒๘ ของ ธ.ก.ส. อันนั้นคือของเดิม แต่เมื่อดูจากข้อเท็จจริง ปัจจุบันที่มีการจัดสรรงบใหม่ แหล่งที่มาของเงินเปลี่ยนไป ต้องกลับไปประเมินใหม่ แต่เชื่อว่า ผลกระทบจะน้อยลง ย้ำนะครับ น้อยลง ดังนั้นก่อนลงมติอยากให้รัฐบาลชี้แจงว่า มีการทบทวนตัวเลขจริงหรือไม่อย่างที่ปลัดกระทรวงการคลังชี้แจงว่า ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ในห้องกรรมาธิการ ๒. ทำไมยังแถลงว่าจะกระตุ้นได้ ๑.๒-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ท่าน รัฐมนตรีให้ข่าว และ ๓. สรุปตัวเลขจริง ๆ ว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน คือตัวเลขเท่าไร ท่านประธานครับ ประเด็นผลกระทบของ Digital Wallet ต่อ GDP สำคัญ เพราะรัฐบาล พูดเสมอว่า เป้าหมายของโครงการนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คำถามที่พวกเราในฐานะพรรค ฝ่ายค้านหรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยถามคือ มันจะกระตุ้นได้แค่ไหน คุ้มกับงบประมาณ ที่ประเทศต้องใช้ไปหรือเปล่า วันนี้ปัญหาคือท่านบอกไม่ชัด กลับไปกลับมา แต่ที่แน่ ๆ คือ น้อยลงและเสี่ยงไม่คุ้มกับงบประมาณ ดังนั้นผมจึงขอสงวนความเห็นในมาตรานี้ครับ ขอบคุณครับ