อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย หารือปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำที่เริ่มจากศูนย์วิจัยเอกชนในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่ inflammation ต่อเกษตรกร ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจการประมงในหลายพื้นที่ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและทันท่วงทีเพื่อฟื้นฟูสมดุลสิ่งแวดล้อมและคุ้มครองวิถีชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคก้าวไกล ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน การระบาดของปลาหมอคางดำ ใน ๑๗ จังหวัด ท่านประธานครับ ญัตตินี้เป็นญัตติที่ด่วนจริง ๆ เพราะปัญหานี้มีความ เกี่ยวข้องกับพ่อแม่พี่น้องในหลายจังหวัด จนเป็นปัญหาระดับประเทศ โดยปัญหาปลาหมอ คางดำนี้มีจุดกำเนิดที่บ้านผม คือที่ หมู่ ๔ ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านประธานครับ ขณะนี้ปัญหานี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้น และยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาเบาบางลง สร้างความเสียหายทั้งกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมงชายฝั่ง ชาวประมงพาณิชย์ รวมถึงระบบนิเวศของประเทศไทยที่ต้องเกิดความเสียหายอย่างมหาศาลนะครับ ก่อนอื่นเลย ผมต้องย้อนไปถึงที่มาของปลาหมอคางดำก่อนเลย เมื่อปี ๒๕๔๙ คณะกรรมการด้านความ หลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพของกรมประมง หรือ IBC ได้อนุญาตให้เอกชน รายใหญ่ ชัด ๆ นะครับ เอกชนรายใหญ่นำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ ปลานิล ต่อมาเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๓ บริษัทดังกล่าว บริษัทรายใหญ่นี้ ได้นำปลาหมอคางดำ จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว มาทำการทดลองวิจัยที่ หมู่ ๔ ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา ซึ่งเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์นที่ปลาหมอคางดำได้มาแหวกว่ายในดินแดนประเทศไทย หลังจากนั้น ในปี ๒๕๕๔ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๕๕ มีชาวบ้านที่มีอาชีพหาปลา หาสัตว์น้ำในแหล่งน้ำ สาธารณะ พบปลาหมอคางดำขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่ใช่ที่ไหนไกลนะครับ ที่ที่พบคือ หมู่ ๔ ตำบลยี่สาร ที่ติดกับศูนย์วิจัยของเอกชนที่นำปลาหมอคางดำเข้ามานั่นเองละครับ คนที่พบแรก ๆ เขาไม่รู้หรอกครับว่าเป็นปลาอะไร เขาเห็นตัวมันสวย ๆ ก็เลยเอาไปประกอบอาหาร แต่เขาบอกว่าเนื้อมันแข็ง ก้างก็เยอะ รับประทานไม่อร่อย ก็จับทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติไป ท่านประธานครับ ต่อมาเริ่มมีการระบาดขยายวงกว้างถึงจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี และเริ่มสร้างปัญหาเพราะว่าอะไรครับ เพราะว่ามันกินกุ้งในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกร กินสัตว์น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำสาธารณะ จนลดลง กระทบต่อวิถีชีวิต ชาวบ้านที่เขาหาเช้ากินค่ำ กระทบกระเทือนต่อชีวิตเขา หน่วยงานราชการ ซึ่งขณะนั้น ไม่ทราบว่าทำอะไรอยู่ แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ ปลาชนิดนี้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ขยายพันธุ์ ได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม น้ำเสีย เป็นปลานักล่าอยู่รวมกันเป็นฝูงตามภาพข่าวที่ทุกท่าน ได้เห็นนะครับ เมื่อมันอพยพย้ายถิ่นขยายพันธุ์ไปตรงไหน ปลาพื้นที่พื้นถิ่นตรงนั้น เรียบครับ ไม่มีเหลือ จนปี ๒๕๖๐ ประชาชนเกษตรกรผู้เดือดร้อนทนไม่ไหวแล้วครับ ได้รวมตัวกัน นำโดยกลุ่มประชาคมคนรักแม่กลองเป็นแกนนำร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ หรือ กสม. จึงเป็นจุดเริ่มต้นมีการตรวจสอบที่มาที่ไป สำรวจความเสียหายการแพร่ ระบาด รวมทั้งขอรายละเอียดต่าง ๆ จากกรมประมง จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจสอบ ศูนย์วิจัยของเอกชนรายใหญ่รายนั้น ซึ่งบริษัทเอกชนผู้นำเข้าได้ชี้แจงว่าได้ทำลายฝังกลบ ไปหมดแล้ว ปลาหมอคางดำตายหมดแล้ว ฝังกลบไปหมดแล้ว แล้วก็ได้ส่งตัวอย่างให้ กรมประมง ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ หน่วยงานและรัฐบาลประกาศออกมาแล้วว่าจะตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเรื่องนี้อยู่ แต่ประชาชนในพื้นที่ชาวบ้านเขารู้กันดีว่าจุดเริ่มต้นปัญหานี้มันมาจากใคร เพราะจุดที่พบ ปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรที่แรก ๆ คือหมู่ ๔ ตำบลยี่สาร ที่ติดกับศูนย์วิจัยของเอกชนแห่งนี้นั่นเอง ท่านประธานครับ เมื่อครั้งที่สมุทรสงครามบ้านผม ประสบปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ได้สร้างความเสียหาย ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลากะพง และสัตว์น้ำอื่น ๆ นับได้ว่าเป็นหายนะต่อระบบ เศรษฐกิจสัตว์น้ำ และเป็นหายนะของระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นเป็นอย่างมาก แม้ว่า ตอนนั้นรัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ จะพยายามแก้ไขปัญหา แต่มันไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมาตรการตอนนั้นก็คล้าย ๆ กับมาตรการตอนนี้ ที่รัฐบาลได้ประกาศออกมา ไม่ว่าจะเป็น ควบคุมโดยการจับ การกำจัดโดยปลานักล่า การนำไปใช้ประโยชน์ การแจ้งเก็บข้อมูล การสร้างการรับรู้ การตระหนักให้มีส่วนร่วม จะเห็นว่าตอนนั้นมาตรการทำแบบนี้เปี๊ยบเลย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากเห็นคือการรีบกำจัดปลาหมอคางดำโดยเร็วครับ การรับซื้อ เป็นวิธีหนึ่ง แต่ผมมีข้อกังวลคือไม่มีการประกาศมาอย่างชัดเจนว่าจะรับซื้อถึงเมื่อไร คราวที่แล้วรับซื้อไม่กี่วัน เกษตรกรไม่มีใครรับทราบข่าวสารเลย วงเงินที่เรารับซื้อรัฐบาล เตรียมไว้เท่าไร เครื่องมือที่จะให้ชาวประมงไปจับปลาหมอคางดำขึ้นมาขายมีอะไรบ้าง ชาวประมง ประชาชนยังงงอยู่ครับ การปล่อยปลานักล่ามี Timeline สอดคล้องสัมพันธ์ กับการกำจัดหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยปลานักล่าไป เราก็ไปจับปลานักล่าเอง ซึ่งวันนี้ไม่มีความ ชัดเจนอะไรเลย กลัวว่ามันจะซ้ำรอยปี ๒๕๖๐ ที่เรามีบทเรียนไปแล้วครับ ผมขอเลยเวลา นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่เกิดจากจังหวัดผมครับ ท่านประธานครับ ปัญหานี้ เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะกรมประมง แบบเดิมอีกแล้วนะครับ ปัญหานี้มันมีรายละเอียดปลีกย่อย มีสิ่งที่เราต้องพิจารณา หลายอย่าง เพราะแต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างกัน พื้นที่น้ำเค็ม พื้นที่น้ำกร่อย พื้นที่น้ำจืด ระบบแบบปิดอยู่ในบ่อ ระบบแบบเปิดในแหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงการใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม แม้ว่ารัฐบาลตอนนี้ได้ตั้งคณะกรรมการแต่ละจังหวัด เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ ของตัวเอง แต่เหมือนว่าบางจังหวัดยังไม่มีการขับเคลื่อนอะไรสักเท่าไรเลย ถ้าแต่ละจังหวัด ทำคนละทีสองที ใช้งบประมาณ ๑๘๑ ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการที่ตั้งไว้เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาถึงกันยายน ปี ๒๕๖๘ ปีหน้า รวม ๑ ปี ๒ เดือนเศษ ๆ ผมคิดว่า เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ครับ ปัญหาไม่ถูกแก้แน่นอน เพราะเมื่อปี ๒๕๖๐ ก็ทำแบบนี้ หมดงบประมาณไปเป็นสิบ ๆ ล้านบาท เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทั้งที่ตอนนั้นการระบาด ยังน้อยกว่าทุกวันนี้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ปลาหมอคางดำที่นำเข้ามา ประเทศไทย ๑๐ กว่าปีแล้ว มันเข้ามานานแล้ว ทุกท่านทราบไหมครับ ว่าทำไมมันเพิ่งมี การระบาดหนักในปีนี้ ความจริงมันมีการระบาดทุกปี แต่ที่สมุทรสงครามบ้านผมเกษตรกร ต้องกัดเลือดกล้ำกลืนฝืนทนต้องช่วยเหลือตัวเอง ต้องกำจัดเอง เขาปรับตัวกับมัน จนอยู่กับมัน ได้แล้ว คนที่ปรับตัวไม่ได้ ไม่มีทุน เขาเลิกครับ เขาไปทำอาชีพอื่นนานแล้วครับ เขาไม่ทำ เกษตรกรเพาะเลี้ยงแล้ว เขาไม่เป็นชาวประมงแล้ว เขาไปเป็นลูกจ้างแล้วครับ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ คือปีที่แล้วกับปีนี้สถานการณ์หนักขึ้น มีสาเหตุหนึ่งคือรัฐบาลมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตินี้ คือการปล่อยให้ราคาปลากะพงตกต่ำมาเรื่อย ๆ ตอนนี้กิโลกรัมละ ๖๐-๗๐ บาท เกษตรกร เพาะเลี้ยงปลากะพงเจ๊งครับ ไม่ได้ทำนะครับ ในหลาย ๆ จังหวัดปลาหมอคางคำที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และในบ่อของเกษตรกร ที่เขาเอามาเป็นเหยื่อปลากะพง ไม่ได้ถูกกำจัดโดยวิธีนี้นะครับ ปลาหมอคางดำที่อยู่ในตาม แหล่งน้ำธรรมชาติ ตามลำคลอง มันเลยเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ แพร่กระจายไปถึง ๑๗ จังหวัด ด้วยความล่าช้า ด้วยการแก้ไขที่ล่าช้าของรัฐบาลด้วยครับ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตินี้ ผมจึงขอเสนอว่า ถ้าท่านอยากจะแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ การแก้ปัญหาราคาปลากะพง จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาอีกวิธีหนึ่งครับ
สุดท้ายนี้นะครับ ผมหวังว่าการอภิปรายนี้ จะช่วยให้การแก้ปัญหาได้รับ การแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ ไม่ต้องลองผิดลองถูก ช่วยให้ระบบนิเวศ ที่ตอนนี้ถูกทำลายไปอย่างมาก ให้ถูกทำลายน้อยที่สุด ท่านประธานครับ พรรคก้าวไกลของผม ได้ติดตามปัญหานี้มาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วนะครับ โดยมีการยื่นกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี ถึง ๒ ครั้ง มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาและแก้ปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำ มีการยื่น ญัตติในสภาแห่งนี้ มีการลงพื้นที่รับฟังปัญหาอย่างสม่ำเสมอ จนมีส่วนทำให้ปัญหานี้ถูกหยิบยก ขึ้นมาในสังคม จนสังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง และหวังว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาโดยเร็ว ขอบคุณครับ