ภาคภูมิ แจงห่วงปลาหมอคางดำระบาด ชี้กระทบเกษตรกร-ระบบนิเวศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ภาคภูมิ บูลย์ประมุข หารือปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และเรียกร้องให้มีการจัดการอย่างเร่งด่วนผ่านมาตรการควบคุม กำจัด และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา ในเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบเกิดขึ้นจากปลาหมอ คางดำแพร่ระบาด จริง ๆ ผมก็ไม่ได้รู้จักปลาหมอคางดำเยอะ เพราะบ้านผมอยู่จังหวัดตาก เป็นแหล่งน้ำจืด ตอนนี้ยังไม่ปรากฏข่าวว่าจะมีหรือไม่มี แต่ผมเห็นทางเพื่อนสมาชิกได้ให้ ความสนใจมาก มีการตั้งอนุกรรมาธิการ มีการเชิญผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมงมาชี้แจง ในกรรมาธิการต่าง ๆ มีการตั้งกระทู้ถามสดถามรัฐมนตรี ซึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ อย่างนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมีความรู้สึกว่าเริ่มกลัวแล้วว่าจังหวัดตากจะมีการแพร่ระบาดปลา หมอคางดำหรือไม่ จริง ๆ ก็อุ่นใจนะครับ เพราะบ้านผมไกล กว่าปลาจะว่ายไปถึงเขื่อนภูมิพล น่าจะใช้เวลาพอสมควร แล้วเขื่อนผมสูงครับ กระโดดข้ามไม่ได้แน่ ก็ภาวนาว่าไม่ให้ จะเกิดขึ้นที่ทางกลาง เหนือนะครับ เมื่อวานมีโอกาสที่ทางคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา ได้เชิญกรมประมงมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องปลาหมอคางดำ มีท่าน ผอ. ส่วนวิจัยสัตว์น้ำของกรมประมงมาให้ข้อมูล ท่านได้ตอบว่าตอนนี้ระบาดอยู่ ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าตอนนี้ ๑๗ จังหวัดแล้ว ก็คือจังหวัดแถวภาคกลางติดชายทะเลไล่ ๆ เลาะ ๓ สมุทรและบริเวณใกล้เคียง ยังไม่ปรากฏขึ้นทางภาคกลาง ยังภาคเหนือ แล้วตะวันออกหรืออีสาน แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องสมาชิกที่อยู่อีสานบอกว่า ถ้าไปอยู่อีสานไม่ได้ เรื่องตลกนะครับ ก็อาจจะไม่เหลือก็ได้ เพราะว่าพวกคนอีสานหากินเก่ง อันนี้เป็นเรื่องตลก แต่ผลกระทบเกิดขึ้นแน่นอนนะครับว่า ถ้าเกิดมีการระบาด เพราะว่าอย่างที่ทราบกัน เพื่อนสมาชิกทุกคนก็บอกว่ามันมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทน แข็งแรงนะครับ เมื่อวาน ผอ. ส่วนวิจัยที่มาให้ความรู้ ท่านบอกว่าเจริญเติบโตได้ดีที่สุดคือน้ำกร่อย น้ำเค็ม จริง ๆ ก็มีข้อจำกัด และน้ำเค็มก็ต้องนิ่งด้วย การว่ายลงแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไปข้างบน ก็เป็นไปได้ยาก แต่ก็เป็นไปได้ แต่ที่สำคัญที่สุดพอปลาหมอคางดำ ถ้าไปอยู่ในแหล่งน้ำ ที่ไม่เหมาะสม การแพร่พันธุ์จะน้อยลงเหลือประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือหลักวิชาการที่ผม ได้ยินมาเมื่อวาน แต่ที่ผมรับรู้ที่สุด และเบาใจที่สุด คิดว่ามันจะขึ้นไปทางภาคกลาง ภาคเหนือ เนื่องจากที่ผ่านมาผมรับทราบข้อมูลและได้เห็นประจักษ์ด้วยสายตา ที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ลงพื้นที่ ไม่ว่าสมุทรสาคร ๓ สมุทรบ่อยครั้ง มีการจัดการปลาหมอ คางดำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาครเท่าที่ผมได้สอบถามเพื่อนสมาชิก สมุทรสาครที่อยู่พรรคพลังประชารัฐ ท่านบอกว่าจังหวัดสมุทรสาครได้ร่วมบูรณาการกับ กรมประมงตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖ ปีที่แล้ว มีการจับปลาหมอคางดำ ให้รางวัล จัดกิจกรรมล่า หลังจากนั้น ในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ ทางกรมประมงก็อนุญาตให้มี การจับปลาหมอคางดำ โดยใช้อุปกรณ์ เช่น มีอวนรุนทำประมงได้ในของสมุทรสาคร มีการจับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมุทรสาครหลายต่อหลายครั้ง รัฐมนตรีว่าการก็ลงไปบ้าง แล้วต่อนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ตั้งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นหัวหน้าในการจัดการตามปลาหมอคางดำ เป็นคณะทำงาน หลักที่ทำงานเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้เหมือนท่านสมาชิกบอกครับ เฉพาะสมุทรสาคร เราจับได้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม ก็ประมาณ ๕๐๐ กว่าตัน มีการตั้งรางวัลนำจับ ผมใช้คำพูดรางวัลนำจับก็แล้วกัน ก็คือไปรับซื้อจากพี่น้องกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ณ วันนี้ กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ที่ผ่านมา ผมก็พอทราบจากพื้นที่ว่าเอกชนเขารับซื้ออยู่แล้ว ๑๐ บาท ไปทำโรงงานปลาป่นประมาณนี้ ๗ บาท ๘ บาท ๙ บาท ๑๐ บาท ไปทำปลาป่นมีการรับซื้อ แต่มันไม่เยอะ วันนี้พอทางกระทรวง ทางรัฐบาลได้มีการ Promote มีรางวัลนำจับ ผมเชื่อว่า การกำจัดปลาหมอคางดำก็จะมีการกระตุ้น มีการที่ทำให้ชาวบ้านตื่นตัว จนบางครั้งเรากลัวว่า ชาวบ้านจะไปจับปลาหมอคางดำเป็นอาชีพหลักแล้วตอนนี้ เพื่อจะเอามาขายเพราะมันเยอะ ทำการจับทีอย่างเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกบอกว่าวันเดียว ๑๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ก็ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ๑๕ บาทนี่เป็นอาชีพหลักได้เลย ฉะนั้นการ Promote เรื่องนำจับผมคิดว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดี กระตุ้นให้ประชาชนจับปลาหมอค้างดำแล้วก็เอามาทำเป็นกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะตอนนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมบูรณาการระหว่างกรมประมง การยาง กรมพัฒนาที่ดิน นำปลาหมอคางดำมาทำปุ๋ย บูรณาการร่วมกัน ตอนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้สั่งการเรียบร้อย แล้วก็มีการวางมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุม การกำจัดปลาหมอคางดำ การนำเอาปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศ การสร้างความรู้ การสำรวจเฝ้าระวัง รวมถึงที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านพูด คือใช้หลักวิทยาศาสตร์ ปรับเปลี่ยน โครโมโซมบ้าง เอาปลานักล่ามาบ้าง ผมเชื่อว่าแนวทางเหล่านี้ ทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า และสั่งการไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ทำงานอย่างเป็นระบบ แล้วที่สำคัญกรมประมงก็สอดรับ ชาวบ้าน เห็นความสำคัญแล้ว เนื่องจากรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ผมว่าการทำงานระบบนี้ ทำให้ผมในฐานะคนภาคเหนืออุ่นใจขึ้นว่าปลาหมอคางดำไม่น่าจะระบาดไปถึงภาคเหนือได้ ขอบคุณครับ