ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตประชาชน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจัดการอย่างเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งการเปิดเผยข้อเท็จจริง ระบุต้นตอปัญหา กำหนดผู้รับผิดชอบ และปรับปรุงกฎหมายให้เข้มงวดในการห้ามนำเข้าและเพาะเลี้ยงสายพันธุ์ต่างถิ่น พร้อมเสนอแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ และใช้งบประมาณอย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้ขยายตัวต่อไป
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ไข ปัญหาปลาหมอคางดำและการจัดการสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่น โดยเป็นญัตติที่ท่านพิทักษ์เดช ท่านณัฐพงษ์ และท่านณัฐชา เป็นผู้เสนอ ผมขออนุญาตเริ่มต้นด้วยการชื่นชมการทำงาน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ใช้กลไกของสภาแห่งนี้ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งผ่านการปรึกษาหารือ การตั้งกระทู้ถาม เสนอญัตติ และโดยเฉพาะ ผมต้องขอชื่นชม ท่านณัฐชาและคณะอนุกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมา เพื่อศึกษาการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และต้องขอชื่นชมผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในวันนี้ครับ ที่เป็นการเปิดโอกาสให้ สส. แต่ละพื้นที่ได้มาสะท้อนปัญหาและเสนอแนะแนวทางในแต่ละพื้นที่ และเป็นอีกครั้งที่สะท้อนให้เห็นว่าสภาแห่งนี้ สามารถขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ้นสุดท้ายของวันนี้รัฐบาลจะรับไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ หนึ่งในภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย และหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกครับ ที่น่ากังวลเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่น หรือที่เราเรียกว่า Invasive Alien Species แต่เป็นภัยคุกคามที่มักจะถูกมองข้ามครับ แม้ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลก็ตาม สายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นก็คือสิ่งมีชีวิตทั้งพืช และสัตว์ที่ถูกนำเข้ามาจากท้องถิ่นอื่น และเมื่อถูกปล่อยหรือหลุดไปสู่ธรรมชาติแล้ว ทั้งโดยตั้งใจ และไม่ตั้งใจ แต่หากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเติบโต มันก็จะสามารถปรับตัวและขยาย ประชากรได้อย่างรวดเร็ว เกิดการแก่งแย่ง รุกราน หรือทำลายสิ่งมีชีวิตพื้นถิ่นดั้งเดิม จนกระทั่ง เป็นการทำลายระบบนิเวศ และที่สำคัญครับ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานเหล่านี้ ได้ส่งผลกระทบ สร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ทั้งในด้านอาชีพ รายได้ และความเป็นอยู่ ในประเทศไทยเรามีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานอยู่นับร้อยชนิด เช่น ปลา Sucker หอยเชอรี่ ผักตบชวา จอกหูหนู ซึ่งต้องใช้กำลังและงบประมาณในแต่ละปี เพื่อจัดการอย่างมหาศาลครับ บางชนิดอยู่มานานแสนนานหลายสิบปี เป็น ๑๐๐ ปี ก็กำจัดไม่หมดสิ้นเสียที และประเด็นสำคัญ ที่เราพูดกันในวันนี้ ก็คือมหากาพย์ปลาหมอคางดำ ที่กำลังสร้างปัญหาที่รุนแรงต่อระบบนิเวศ และต่อพี่น้องประชาชน ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา โดยมีการ รายงานการนำเข้ามาในประเทศไทยในปี ๒๕๕๓ โดยบริษัทเดียวที่ได้รับการอนุญาตจากกรม ประมง จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว เพื่อนำมาทดลองวิจัย เพื่อเป็นปลาเศรษฐกิจที่อำเภออัมพวา จังหวัด สมุทรสงคราม หลังจากนั้นก็มีรายงานว่าได้มีการทำลายไปทั้งหมดแล้วในปี ๒๕๕๔ อย่างไร ก็ตามครับ ต่อมาในปี ๒๕๕๕ ได้มีการพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นครั้งแรก ในพื้นที่เดียวกัน อำเภอเดียวกันกับที่ได้มีการทดลอง แต่ที่น่าเศร้าก็คือว่า ในขณะนั้นไม่มี การแก้ไขปัญหาการจัดการ หรือการรับผิดชอบจากหน่วยงาน หรือบริษัทใดอย่างจริงจัง จากวันนั้นมาถึงวันนี้เวลาล่วงเลยมา ๑๐ กว่าปี วันนี้ปลาหมอคางดำถูกพบในแหล่งน้ำ ธรรมชาติแทบทุกประเภทใน ๑๗ จังหวัดทั่วประเทศ มันอยู่รอดทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม น้ำเสีย น้ำเย็น น้ำร้อน วันนี้หลายส่วนกังวลว่าไม่มีน้ำมันก็อาจจะอยู่รอด ปลาหมอคางดำ สามารถออกลูก ออกหลาน ขยายประชากรได้อย่างรวดเร็ว มันกัดกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่สนลูกใคร ทั้งปลาหรือกุ้งที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ หรืออยู่บ่อ หรือฟาร์มของพี่น้อง ประชาชน สร้างความเสียหายอย่างมาก และจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น วันนี้ผมจึงขอ ร่วมสะท้อนปัญหา แล้วก็เสนอแนะแนวทางให้รัฐบาลได้ดำเนินการ เพื่อจัดการปลาหมอคางดำ และสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นอื่น ๆ โดยต้องขับเคลื่อนยกระดับให้สมกับเป็นวาระแห่งชาติ โดยเร็วที่สุด
ประเด็นที่หนึ่ง ก็คือการหาสาเหตุและต้นตอของปัญหา ตามที่เพื่อนสมาชิก หลายท่าน รวมถึงท่านณัฐชา ท่านพิทักษ์เดช ได้พูดไป วันนี้สิ่งที่สำคัญคือเราต้องแสวงหา ข้อเท็จจริงครับ ว่าปลาหมอคางดำหลุดไปสู่ธรรมชาติได้อย่างไร เพราะมันไม่สามารถเดินมา ตามลำพัง ว่ายมาตามลำพังจากแอฟริกามาสู่แหล่งน้ำในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ เราต้องหา ข้อเท็จจริงเพื่อที่เราจะต้องหาผู้รับผิดชอบและเพื่อเป็นบทเรียน แนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิด เหตุการณ์ซ้ำรอย แต่สิ่งที่ปรากฏในวันนี้คือความไม่ชัดเจนจากข้อมูลของหน่วยงานที่ขัดแย้ง กับข้อมูลที่บริษัทชี้แจง ทำให้สังคมเกิดความสับสน กรมประมงก็บอกว่ามีการอนุญาตนำเข้ามา บริษัทเดียวในปี ๒๕๕๓ แต่ไม่ได้รับการส่งครีบหรือตัวอย่างซากปลาให้กับกรม อีกด้านหนึ่งทางบริษัทก็บอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลุดไปสู่ธรรมชาติ และยืนยันว่า ได้ส่งหลักฐานให้กับกรมประมงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันหมายความว่าอะไรครับ แล้วล่าสุด ก็มีข้อมูลจากกรมประมงชุดใหม่ ก็บอกว่าในปี ๒๕๖๐ มีการพบปลาหมอคางดำในบ่อ เพาะเลี้ยงของบริษัทดังกล่าวอยู่ที่อำเภออัมพวา จึงได้เก็บตัวอย่างจากครีบและชิ้นเนื้อเอาไว้ ข้อมูลอีกชุดหนึ่งครับท่านประธาน บอกว่าในช่วงปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙ มีบริษัทไทยหลายบริษัท ได้ส่งออกปลาหมอคางดำเป็นปลาสวยงามไปจำนวนนับแสนตัว แล้วใครนำเข้ามาครับ แล้วนำเข้ามากี่บริษัท แล้วทำไมถึงส่งออกไปได้มากมายขนาดนั้น แล้วมันจะไม่หลุดไปสู่ ธรรมชาติได้อย่างไร หลังจากนั้นต่อมาก็ได้มีการห้ามส่งออกในปี ๒๕๖๑ ข้อมูลเหล่านี้ สะท้อนความไม่ชัดเจน และอาจชี้ไม่ได้ครับว่าสาเหตุมาจากอะไร และรุกรานไปในธรรมชาติ ได้อย่างไร อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากหลายทางหรือไม่ แต่ขอเรียนกับท่านประธานครับว่า วันนี้ พี่น้องประชาชนต้องการจะรู้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการสูญเสียทั้งรายได้และเสียหาย ต่อระบบนิเวศ หากเรื่องเหล่านี้ไม่มีความชัดเจน เราก็ไม่สามารถหาแนวทางป้องกันได้ ในอนาคต
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการป้องกันไม่ให้มีปลาหมอคางดำ หรือสายพันธุ์ต่างถิ่น รุกรานชนิดอื่น ๆ หลุดรอดไปสู่ธรรมชาติเพิ่มเติมได้อีก วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำ เหตุการณ์นี้มาเป็นบทเรียนในการปรับปรุงกฎหมาย นโยบายมาตรการเพื่อปกป้องไม่ให้มี สายพันธุ์ Alien รุกรานต่างถิ่นอื่น ๆ มาทำลายระบบนิเวศของเราอีก ไม่ว่าจะเป็นการห้าม นำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามเพาะเลี้ยง แล้วก็ต้องมีบทลงโทษที่รุนแรง เข้มงวดต่อผู้ที่เป็นต้นตอ ของปัญหานี้ แล้วผู้ที่ต้องรับผิดชอบเหล่านั้น ต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับระบบนิเวศของประเทศของเรา เรื่องนี้เห็นได้ชัดครับว่า ดอกเตอร์เฉลิมชัย ศรีอ่อน ขออภัยที่เอ่ยนามครับ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านได้ให้ ความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ขณะที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งก็ได้มีการห้ามนำเข้า ห้ามเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ ๑๓ ชนิด ซึ่งปลาหมอคางดำก็เป็นหนึ่งในนั้น
ประเด็นที่ ๓ ก็คือการเร่งควบคุม จัดการ และใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ ด้านการควบคุม หน่วยงานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจำกัดไม่ให้ปลาหมอคางดำขยายวงกว้าง ไปยังแหล่งน้ำอื่น ๆ ที่ยังไม่มีการระบาด หรือมีการระบาดอยู่น้อย โดยจำเป็นต้องร่วมกัน ทำงานกับท้องถิ่นและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงในพื้นที่ต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำและแหล่งธรรมชาติ ที่สำคัญ และมีความอุดมสมบูรณ์ หากมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ก็จะส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ทั้งนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลาอย่างมาก ขอเรียนว่า ขณะนี้เรายังไม่มีมาตรการควบคุม หรือจำกัดพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาด หรือมีความเสี่ยงได้ดี เท่าที่ควร
ต่อมาด้านการจัดการครับ ขณะนี้กรมประมงก็ได้มีมาตรการหลาย ๆ มาตรการ แล้วก็ได้ทำร่างแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการเร่งกำจัด หรือการเร่งจับออกมาจาก ระบบนิเวศ การปล่อยปลาผู้ล่า คือปลากะพงขาวไปจัดการ การทำให้ปลาหมอเป็นหมัน การรับซื้อ การนำไปใช้ประโยชน์ เช่น นำไปทำปลาป่น ทำเมนูอาหารต่าง ๆ ผมก็เห็นด้วย ในหลายมาตรการนะครับ ซึ่งผมคิดว่าต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทำอย่างมีแผนที่ชัดเจน แล้วก็ ต้องทำในระดับแต่ละจังหวัด ให้มีคณะทำงานประสานงานความร่วมมือ แล้วก็ต้องสนับสนุน งบประมาณที่เพียงพอไปให้กับแต่ละพื้นที่ และที่สำคัญ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเรียนรู้แนวทาง การจัดการจากต่างประเทศที่เขาสามารถประสบความสำเร็จในการจัดการปลาหมอคางดำ และต้องปรับเปลี่ยนแผนอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่ประเด็นที่ผมไม่อาจเห็นด้วยกับรัฐบาล ก็คือการที่มีความพยายามจะไปใช้เงินของกองทุนการยางแห่งประเทศไทย ไปอุดหนุนให้กับ กรมประมงในการรับซื้อปลาหมอคางดำ เพราะอาจเข้าข่ายในการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ หรือไม่ เพราะกองทุนนี้มีไว้เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยาง สร้างเสถียรภาพทางราคา และพัฒนาการยางของประเทศไทย ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเร่งการใช้งบกลาง ซึ่งมีรายการ ที่เฉพาะ ก็คือรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน จึงจะเป็นการใช้เงินที่ถูกจุดที่สุด ไม่ใช่ไปล้วง เงินของชาวสวนยางที่ขณะนี้เผชิญปัญหาราคาผันผวน แล้วมาใช้กับเรื่องที่อาจจะ ผิดวัตถุประสงค์
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ขอเวลาเพิ่มอีกสักนิดครับ คือการลด ความเสียหายต่อชาวประมงและการฟื้นฟูทรัพยากร ต้องขอเรียนกับท่านประธานครับว่า ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างจากการ แพร่ระบาด สิ้นเนื้อประดาตัว สูญเสียรายได้ ผมขอเสนอให้รัฐบาลต้องมีมาตรการในการ ช่วยเหลือเฉพาะหน้า และให้การเยียวยากับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งเรื่อง เงินทุน เรื่องความรู้ และเครื่องไม้เครื่องมือในการป้องกันและการประกอบอาชีพ อีกประการ ที่สำคัญ ก็คือการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำท้องถิ่น ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้กลับมาสมบูรณ์ เหมือนเดิม รัฐบาลจะต้องสนับสนุนการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำท้องถิ่นครับ เพื่อมาทดแทนฟื้นฟู ระบบนิเวศที่สูญเสียไปให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์
ประเด็นที่ ๕ ประเด็นสุดท้ายครับ ก็คือการสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค ท่านประธานครับ วันนี้มีความกังวลอย่างยิ่งว่าปลาหมอคางดำอาจจะแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง และอาจจะกลายเป็นปัญหาในระดับภูมิภาค ระบาดไปสู่กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ หากเราไม่สามารถหยุดยั้งไว้ได้ นอกจากการทำงานในประเทศแล้ว ผมขอเสนอให้รัฐบาล ได้ทำงานร่วมกันกับผู้นำในภูมิภาคอาเซียนอย่างใกล้ชิด เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันป้องกัน และควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนไปมากกว่านี้
ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนในวันนี้ ไปดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศเรา และขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาล รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหามหากาพย์ปลาหมอคางดำ และขอเป็นกำลังใจไปถึงพี่น้องชาวประมง ที่ได้รับผลกระทบ ได้รับความสูญเสีย เสียหายไปมากแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมขอให้ รัฐบาลได้มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร จะหาต้นตอของปัญหานี้ อย่างชัดเจน เพื่อที่จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และเยียวยาพี่น้องประชาชนได้อย่างไร สุดท้ายนี้ผมคิดว่า หากเราผ่านพ้นวิกฤติปัญหาปลาหมอคางดำนี้ไปได้ เราจะผ่านวิกฤติอื่น ๆ ไปได้ในอนาคตด้วยโดยดีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน