อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด อภิปรายต่อรายงานประจำปีของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการผลิตสื่อสร้างสรรค์ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ พร้อมเรียกร้องให้มีการพัฒนาเนื้อหา การมีส่วนร่วมของสังคม และการสร้างขีดความสามารถของผู้ผลิตสื่ออย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับตัวของกองทุนให้ทันต่อเทคโนโลยีและยุคสมัย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซากไร้พัฒนาการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเข้าประกวด กรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการอภิปรายวาระนี้ ต่อรายงานประจำปีของกองทุน พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผมต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า ทั้ง ๒ กรรมาธิการ ที่ผมอยู่นี้เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะได้อภิปรายให้ความเห็น พร้อมใส่รายละเอียด ต่อรายงานฉบับนี้ เพราะทั้ง ๒ กรรมาธิการนั้นว่าด้วยเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมว่าด้วย เรื่องของสื่อ ว่าด้วยเรื่องของพี่น้องประชาชน ผมอ่านรายงานก่อนจะมาถึงเนื้อในนี้ ดูหน้าปกก็สบายใจไปเปลาะแรก เพราะเขียนว่า Soft Power พอเปิดเข้ามาข้างในก็ทราบว่าปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นั้น ถือเป็นปีแรกของ การดำเนินงานของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ภายใต้ยุทธศาสตร์กองทุนสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ระยะ ๕ ปี ก็คือเริ่มปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๗๐ ผมอ่านวิสัยทัศน์ก็ชื่นชม ท่านบอกว่าท่านจะเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ เนื้อหาผู้ผลิตสื่อและนวัตกรรม มีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ แล้วก็ต้องขอเรียนนะครับว่าทั้ง ๒ กรรมาธิการนั้น ก็มีโอกาสได้ใช้บริการครับ เชิญผู้แทนจากกองทุนของท่านมาชี้แจงให้ข้อมูลข่าวสารร่วมกับเรา หลายวาระและโอกาส เปิดมาดูรายงานหน้า ๑๗ ครับ ท่านบอกว่ากองทุนได้มีมาตรการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้สำเร็จด้วยกลยุทธ์ ๖ สร้างด้วยกัน
สร้างแรกก็คือสร้างสื่อ ต้องขออนุญาตเรียนครับว่า วันนี้ใคร ๆ ก็สามารถ ผลิตสื่อได้ อย่างที่เขาบอกว่ามนุษย์คือสื่อ สื่อคือภาพสะท้อนของมนุษย์ ทุกคนสามารถ จะเป็น Creative Content Provider ได้ แต่ไม่ใช่แค่ปริมาณครับ เราต้องลงลึกไปถึงเนื้อหา และคุณภาพของ Content ด้วย วันนี้สื่อมีเยอะครับ แต่สื่อที่สร้างสรรค์ สื่อที่ปลอดภัย สังคมไทยยังต้องการอีกมาก ผมยกตัวอย่างครับ คนจะไปดูว่ากองทุนของท่านนี้มีองค์ความรู้ ในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัยอย่างไร เขาก็ไปดูคลิป ไปดูเนื้อหา ไปดู Content ที่ท่าน ผลิตละครับ ผมก็ไปดู จริง ๆ ยอดวิวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยของตัวชี้วัด อาจไม่ใช่ทั้งหมด แต่มันคือภาพสะท้อน ต้องขอเรียนตรงไปตรงมาครับว่า ยอดวิวส่วนใหญ่ไม่ค่อยสูงครับ มันก็อาจจะส่งผลกระทบไปลดทอนความน่าเชื่อถือ แล้วก็อยากจะขอแนะนำว่าจริง ๆ ท่านอาจจะไม่ต้องมุ่งเน้นในการสร้างสื่อด้วยตัวเองหรอกครับ แต่มุ่งเน้นในการสร้าง กระบวนการมีส่วนร่วมให้สังคมนี้ลุกขึ้นมาช่วยกันสร้างสื่อที่สร้างสรรค์และปลอดภัย น่าจะเป็นประโยชน์และเหมาะสมกว่า ผมยกตัวอย่างครับ ถ้าเราเปิดไปดูคลิปใน YouTube หัวข้อใน YouTube น่าสนใจมากครับว่า แนวทางการสร้างคลิป ๑๐๐ ล้านวิว ใน ๑ วัน ผมคลิกเข้าไปดูครับ Post มา ๓ ปีที่แล้วมีอยู่ ๘ วิว อย่างนี้ถือว่ากระทบความน่าเชื่อถือ ดังนั้นการสร้างสื่อต้องไม่ใช่การผลิตกันเอง ดูกันเอง ชมกันเอง และที่ยอดวิวหลักร้อยนี้ ไม่ใช่ดูหลายคนนะครับ ก็ดูกันในกองทุนนี้ละครับ วนไปวนมา ต้องไม่เป็นในรูปแบบนั้น แต่ผมเรียนครับว่าการสร้างสื่อก็ไม่ใช่แนวทางที่น่าห่วงครับ
แนวทางที่ ๒ สร้างที่ ๒ คือสร้างคน อย่างที่ผมเรียนครับ มนุษย์คือสื่อ คนทุกคนสามารถเป็น Creative Content Provider ได้ แต่เราจะสร้างคนอย่างไรละครับ ให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจการผลิตสื่อที่สร้างสรรค์และปลอดภัย
สร้างที่ ๓ ท่านว่าสร้างองค์ความรู้ ผมฝากครับว่าต้องเป็นองค์ความรู้ที่ Update ครับ องค์ความรู้ไม่ใช่สร้างแล้วสร้างเลย สร้างจบแล้วไม่สร้างต่อ
สร้างที่ ๔ สร้างภูมิคุ้มกัน วันนี้ต้องขอเรียนนะครับว่า คนในสังคมใช้เวลากับ สื่อที่แตกต่างหลากหลาย มนุษย์สามารถเลือกได้ครับว่าจะเสพสื่อประเภทใด แต่ถามว่า กองทุนได้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมบ้างหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าสร้างครับ แต่ถ้าจะตรวจวัด ระดับความเข้มข้นของภูมิคุ้มกันต้องบอกว่า อยากจะได้ภูมิคุ้มกันที่เข้มข้นกว่านี้ เพื่อสร้าง การตระหนักรู้และตื่นรู้ร่วมกันในการส่งเสริมภูมิคุ้มกัน
สร้างที่ ๕ สร้างเครือข่าย สิ่งนี้สำคัญครับ ท่านมีเครือข่ายผู้ผลิตสื่อ ทั้งในประเทศ ต่างประเทศเข้มแข็งมากมาย นี่เห็นด้วยครับ แต่แนวทางการสร้างเครือข่าย ที่ยังไม่เข้มแข็งพอ น่าจะเป็นเครือข่ายภาคประชาชนและภาคประชาสังคม เพื่อนสมาชิก อภิปรายไปแล้วนะครับ กรณีข่าวมีการเรียกรับ กรณีการเข้าถึงเงินของกองทุนสื่อปลอดภัย ซึ่งท่านต้องชี้แจง ดังนั้นการสร้างเครือข่ายต้องไม่เลือกปฏิบัติ ต้องไม่ ๒ มาตรฐาน หรือไร้มาตรฐาน
แนวทางที่ ๖ การสร้างองค์กร ซึ่งก็ถือว่าท่านเดินมาถูกทางระดับหนึ่ง แต่จะไปต่อนั้นต้องไม่ใช่องค์กรแบบปัจจุบัน แต่ต้องเป็นองค์กรที่รองรับการเติบโตแบบ Trend ของโลก แบบศตวรรษ ๒๑ ศตวรรษ ๒๒ มองไกล ๆ มองไปอนาคตครับ ท่านจะใช้ Big Data จะใช้ AI มาผนวกและพัฒนาศูนย์ข้อมูลของท่านให้เป็นองค์กรที่ทันสมัยระดับโลก ได้อย่างไร ดังนั้นผมจึงเรียนครับว่าแนวทางที่ท่านวางไว้ ๒๐ ปี มันแทบจะไม่เกิดประโยชน์ หรือเกิดประโยชน์น้อย หาก ๒๐ ปีนั้นท่านทำซ้ำ ๆ มันก็ไม่ต่างอะไรครับ กับท่านทำงาน ๑ ปีแต่มันเป็น ๑ ปีที่ผลิตซ้ำ ๒๐ รอบ ขอเป็นกำลังใจให้กับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ครับ