สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗

พรรณสิริ กุลนาถศิริ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานประจำปีของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เธอชื่นชมเอกสารที่มีรูปลักษณ์น่าสนใจและภาษาโดนใจ นอกจากนี้ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนภาษาของคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า เธอยังพูดถึงการนำเสนอเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง "พระร่วง" ที่อาศัยข้อมูลประวัติศาสตร์จากศิลาจารึกวัดศรีชุม และการเชิดชูสถาบันและประวัติศาสตร์ของสุโขทัย เธอยังเสนอวิธีการประเมินผลจากเอกสาร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินผลที่แท้จริง โดยใช้ตัวชี้วัดที่มีหลักวิชาที่เชื่อมั่น และหวังว่าจะมีผลงานดี ๆ จากกองทุนเพิ่มขึ้น

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทยค่ะ ในวาระรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในการรายงานในครั้งนี้ ดิฉันมีข้อคิดเห็นอยู่ ๒-๓ ประเด็นด้วยกันค่ะ แต่ในเบื้องต้น ขอชื่นชมกองทุนและคณะทำงานที่ได้จัดทำเอกสารในฉบับนี้ ที่มีรูปลักษณ์น่าสนใจ แล้วก็สื่อสารให้เห็นภาพของการทำงานที่มีการพัฒนา และคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชน ประชาชน และพี่น้องประชาชนโดยภาพรวมค่ะ ดิฉันมีข้อคิดเห็นใน ๒-๓ ประเด็นด้วยกันค่ะ

ในด้านผลงานเด่นได้กล่าวไว้ ตลอดจนในเรื่องของการใช้ภาษาถ้อยคำ ดิฉันขอชื่นชมในบางเรื่องที่เขียนภาษาแล้วก็โดนใจ ทำให้เป็นเรื่องน่าอ่าน น่าสนใจ เช่น การใช้ ถ้อยคำคำว่า ผู้เฒ่ากับดาวรุ่ง สิ่งเหล่านี้สามารถสะท้อนความรัก ความสามัคคี ความอบอุ่น ของสังคมไทย ก็ขอชื่นชมในการใช้ถ้อยคำนี้ค่ะ มากน้อยแตกต่างกันสำหรับภาษาที่ใช้

ในอีกประเด็นหนึ่งค่ะ คนรุ่นใหม่อยากปรับ แต่คนรุ่นเก่าไม่ยอมเปลี่ยน ดิฉันมองว่าประเด็นนี้ก็อาจจะน่าสนใจน้อยกว่าคำแรก แต่อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้เกิด มุมของความคิดที่เป็นเชิงลบ อย่างน้อยก็ขอให้เสมอตัว หรือเป็นเชิงบวกค่ะ

ในประเด็นรายละเอียดของการเลือกชิ้นงาน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพยนตร์เรื่องพระร่วง ดิฉันขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดทำเรื่องนี้ ภายใต้ผลงานความสำเร็จ ของโครงการในเรื่องของผลผลิตความยาว ๓๐ นาที แล้วก็จะมีการเปิดฉายในโรงภาพยนตร์ ในปี ๒๕๖๗ ดิฉันเป็นคนหนึ่งค่ะ แล้วก็พี่น้องประชาชนชาวสุโขทัย ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดิฉันจะส่งเสริมให้ชมเรื่องนี้ให้ได้ค่ะ ผลลัพธ์ด้วยความคาดหวังของผลลัพธ์ ในเรื่องของการใช้ คุณธรรมในการแก้ไขปัญหาและการสร้างความสามัคคีของประชาชนที่มีต่อประเทศชาติ รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงหน้าที่ของผู้นำที่มีต่อประชาชน และหน้าที่ของประชาชนที่มีต่อผู้นำ ซึ่งนี่ละค่ะ คือวัฒนธรรมของการมีส่วนร่วมของคนทุกเพศทุกวัยที่จะขับเคลื่อนการพัฒนา สังคมและประเทศชาติได้ค่ะ บนฐานคิดที่ดีเยี่ยมที่ท่านได้กล่าวถึงว่ามีแรงบันดาลใจจากบท พระราชนิพนธ์เรื่องพระร่วง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เนื้อหาภาพยนตร์เรื่องนี้อาศัยข้อมูลประวัติศาสตร์ในเรื่องของข้อมูลที่ปรากฏในศิลาจารึก วัดศรีชุมค่ะ การกล่าวอ้าง การเทิดทูนในสถาบัน ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นแรงจูงใจอย่างสำคัญ ตลอดจนในความรู้สึกของการจะขยายไปสู่ Soft Power หรือใด ๆ ก็ดีค่ะ ดิฉันมองว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการสืบค้น เกิดการค้นคว้า แล้วก็นำไปสู่การเรียนรู้ให้เยาวชน คนรุ่นหลังได้หาข้อเท็จจริง ได้หาข้อมูลเชิงลึกต่อไป ทำไมองค์การสหประชาชาติจึงประกาศ ให้ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ของจังหวัดสุโขทัยเป็นมรดกโลก เป็นมรดกในด้านความทรงจำที่มวล มนุษยชาติจะต้องได้ศึกษาและหวงแหนไว้ และในส่วนของประวัติศาสตร์ของสุโขทัยที่ได้รับ การเชิดชูว่า กำแพงเพชร สุโขทัย ศรีสัชนาลัย เป็นเมืองมรดกโลก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ย่อมมีที่มาแล้วก็ที่ไป ดังนั้นในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ ศิลาจารึกที่จะสืบค้นอีกมากมาย ดิฉันคิดว่า เป็นการจุดประกายที่ดีให้กับสังคมค่ะ ต้องขอชื่นชมและขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนข้อคิดเห็นอีกประเด็นหนึ่งค่ะ ในเรื่องของการประเมินผลจากเอกสาร หน้าที่ ๙๑ เป็นต้นไป ในเรื่องของการวัดผล ประเมินผล มีตัวชี้วัดประการแรกในมิติ ของด้านประสิทธิผล ประการที่ ๒ คือด้านมิติด้านงานวิจัย ประการที่ ๓ เป็นในเรื่องของ คุณภาพการให้บริการ และประการที่ ๔ ในเรื่องของการพัฒนาองค์กร ในเรื่องของ การประเมินผลตรงนี้ ด้านที่ ๑ ด้านที่ ๒ ทั้ง ๒ มิติบอกว่าผลเหมือนเดิม ทั้งปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ ดิฉันมองว่าตัวเลขที่เท่าเดิมโดยมีน้ำหนักร้อยละ ๕๕ มั่นใจหรือว่าค่อนข้าง จะเข้าใจว่าตัวชี้วัด หรือ KPI อาจจะไม่ได้จำแนกแยกแยะเพื่อให้เห็นข้อมูลที่เป็นจริง ตัวเลข ที่เท่ากัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ค่ะ ดิฉันมองว่าเป็นตัวเลขเชิงอุดมคติมากไป จึงขอเสนอแนะ ให้ตัวชี้วัดมีรายละเอียดมากยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนในประเด็นอื่น ๆ บอกว่ามีศักยภาพเพิ่มขึ้น ตรงนี้ ก็เช่นเดียวกันค่ะ นอกจากในเรื่องของการบริหารจัดการ หรือในเรื่องของการประเมินผล ดิฉันมองว่าการประเมินที่แท้จริงควรจะประเมินจากผลผลิตของโครงการ ประเมินจากสื่อ ทุกชนิดที่ได้ทำ แล้วควรจะประเมินจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมทั่วถึงค่ะ การเลือกกลุ่มประชากร ก็ขอให้ใช้หลักสถิติและตัวชี้วัดที่มีหลักวิชาที่เชื่อมั่นแล้วก็น่าเชื่อถือ ในเบื้องต้น สำหรับสื่อในปี ๒๕๖๖ ที่ได้นำมาเสนอในเอกสารนี้ ก็ขอชื่นชมแล้วขอเป็น กำลังใจให้ ตลอดจนคิดว่าจะมีผลงานดี ๆ จากกองทุนเพิ่มขึ้นมาอีกค่ะ ขอบคุณมากค่ะ