อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกลวิพากษ์วิจารณ์งานของประธานสภาเกี่ยวกับการจัดสรรเงินงบประมาณสำหรับโครงการสื่อสรรค์ โดยระบุว่าประธานสภาใช้เงินได้เพียง 35% เท่านั้น และมีการใช้เงินไม่ตรงตามเจตนาของเงินงบประมาณที่ได้มา นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการกำหนดผลลัพธ์และตัวชี้วัดของโครงการ และชี้ให้เห็นว่ารายงานของสมชาย ใจดีไม่ครบถ้วน ขอให้สมชาย ใจดีจัดทำรายงานที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมในฐานะที่นอกจากเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ติดตามสื่อ โดยเฉพาะในประเด็นที่ท่านพาดหัวปกว่า Soft Power หรือคำว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ พอเปิดเข้าไปในเล่มผมดูจำนวนโครงการ วิธีการบริหารงาน ตั้งแต่ท่านเบิกจ่ายเงินงบประมาณ เราก็เห็นได้เลยว่า ในงานที่เบิกเงินงบประมาณของท่าน ที่เบิกจ่ายจริง ท่านเบิกได้แค่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็ต้องไปเป็นงบค้างปีผูกพันต่อไปอีก ๕๙ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่าเจตนา ของการให้งบประมาณที่แบ่งมาจาก กสทช. ปีละ ๕๐๐ ล้าน ก็อยากเห็นประสิทธิภาพของ เงินที่ออกมาปีต่อปี แต่ท่านกลับใช้เงินได้ไม่ตรงตามเจตนาของเงินงบประมาณที่ได้มา แล้วมาลงดูในรายละเอียด ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ท่านแบ่งประเภทของโครงการไว้ ๓ ประเภท ก็คือ ทั่วไป ยุทธศาสตร์ แล้วก็ความร่วมมือ โครงการที่คนส่งเข้ามาขอท่านจะอยู่ ในส่วนโครงการประเภททั่วไปเสียจำนวนมาก คือ ๙๓๙ โครงการ รวมทั้งหมด ๙๓๙ โครงการ จะเป็นทั่วไป ๔๗๐ โครงการ แล้วก็ยุทธศาสตร์ ๔๕๕ โครงการ แต่ตอนอนุมัติ มันเป็นงานทางด้านยุทธศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่ผมอยากจะสื่อถึงก็คือว่า สัดส่วนของคนที่ สนใจกับสัดส่วนที่ท่านสนใจมันไม่ตรงกัน แทนที่ท่านจะให้กับสัดส่วนของคนที่สนใจ ในประเด็นต่าง ๆ ให้มันมีสัดส่วนที่เยอะมากกว่า โดยเฉพาะตอนที่แบ่งไปเป็นตัวเงินมันกลับ ทำให้สัดส่วนมันยิ่งน้อยลงไปใหญ่ อันที่ ๒ ที่ผมอยากเห็น ความจริงประเด็นก็คล้าย ๆ กับ สส. เชตวัน ที่พูดไป อย่างเช่น ในโครงการพระร่วง ซึ่งมันเป็นสัดส่วนของอันที่ผมเชื่อว่า คงเป็นงานยุทธศาสตร์ เพราะว่าตัวงบประมาณมันเยอะมากคือ ๓๐ ล้านบาท แต่ตัวชี้วัดต่าง ๆ ผลลัพธ์ของโครงการมันกลับไม่ได้แสดงน้ำหนักความรู้สึกเลย ผมไม่พูดซ้ำกับผลลัพธ์ ในโครงการ เพราะเนื่องจากว่าโครงการของหนังเรายังไม่ทราบ แต่ผลลัพธ์ในโครงการที่เขียนมา มันเป็นความอธิบายที่ท่านเข้าใจเอาเองว่า ผลลัพธ์ของการถ้าได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้จะรู้สึก ว่าอะไร ไปดูในการเขียนผลลัพธ์ของทุก ๆ โครงการก็คล้าย ๆ กัน ท่านเขียนนี่มันเป็น ความรู้สึกของโครงการที่ท่านคิดว่าคนชมหรือคนเข้าไปร่วม รู้สึกว่าอะไร ผมอยากเห็น ผลลัพธ์ที่มันเป็นตัวชี้วัดได้ พอไปเปิดดูก็คล้ายกับที่ว่าคืองานหนังสือแห่งชาตินั่นแหละ คือมีคนเข้าสนใจท่านล้านกว่าคน ผมก็คงคิดว่า Booth ท่านแตกแน่ ถ้าคนไปเดินล้านกว่าคน บนตารางเมตรที่ท่านมีอยู่ ท่านลองไปดูแล้วก็ไปปรับปรุงเรื่องการทำผลลัพธ์ การกำหนด KPI OKR กันใหม่เถอะครับ เพื่อเราจะได้รู้ความจริงกับเงิน ๕๐๐ ล้านบาทที่ลงไป มันมีประสิทธิภาพ มันมีประสิทธิผล มันส่งผลไปกับคนประชาชนมากน้อยแค่ไหน ผมอยากเห็น เช่น ผลลัพธ์ประเภทแบบที่สังคมส่วนใหญ่ฟังและตื่นเต้น ถ้าท่านติดตามละคร อย่างเช่น สืบสันดาน ท่านก็จะเห็นเลย บอกเลยว่าเขาเป็นอันดับ ๒ ของหนังที่ฉายอยู่ใน Netflix ที่ทั่วโลกที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสนใจภาพยนตร์ คือ Reference ดูมันน่าเชื่อถือ มันไม่ใช่ Reference คนล้านคนเดินเข้าไปใน Booth แตก อันต่อมา เช่น ท่านเขียนบอกว่าร่วมมือ กับ CCTV ของจีน เนื่องจากผมก็ไม่แน่ใจว่าวันนี้ท่านไปฉายที่เมืองจีนได้ครบตามจำนวน ตอนที่บอกมาหรือยัง แต่สิ่งที่สำคัญทั้งหมดในโครงการที่ท่านเขียนมานี่ ผมมีความรู้สึกว่า เราในฐานะที่ทำกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เราน่าจะเป็น Part หนึ่ง ของการที่ จะช่วยกระตุ้น ทำให้คนที่ผลิตสื่อ ผลิตสื่อที่มีคุณภาพ แต่เราไม่ใช่เป็นคนที่ไปทำสื่อแข่งขันกับคนที่เขามีอาชีพสื่ออยู่แล้ว ท่านไม่ต้องไปทำรายการ เกมโชว์ ท่านไม่ต้องไปทำหนัง ท่านไม่ต้องไปทำสารคดี ท่านไม่ต้องไปทำแฟลตฟอร์มอะไร ที่ไปแข่งกับเอกชนหรอกครับ แต่ท่านทำอย่างไร ส่งเสริมให้เอกชนเขาทำสื่อให้มันสร้างสรรค์ ให้มันมีคุณภาพ ผมว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ
อันสุดท้าย เรื่องที่ท่านทำนั้นนะครับ เนื่องจากว่าในรายงานที่ท่านส่งมาให้ เวลาภาคผนวก ท่านก็จะยกเฉพาะตัวอย่างอันที่เปิดรับทั่วไปให้ฟังว่ามันมีเงินจำนวนเท่าไร ใครรับเท่าไร ในเล่มหน้าผมหวังว่าท่านคงเขียนให้ครบนะครับว่า ในส่วนที่เงินอุดหนุนของ ยุทธศาสตร์เท่าไร อันที่ท่านให้ความร่วมมือกันท่านให้เท่าไร ใครรับ จำนวนเท่าไร จะได้เข้าใจง่าย ๆ
ข้อสรุปสุดท้ายผมในฐานะคนที่ทำงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มา ๒๐ ปี เป็นอย่างน้อย ผมไม่ได้รู้สึกเลยว่างานที่ท่านทำกลายเป็นหน้าปกที่ท่านเขียนว่า Soft Power ขอบคุณครับ