เชตวัน ตั้งข้อสังเกตหนังพระร่วง-นิทรรศการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗

เชตวัน เตือประโคน ตั้งข้อสังเกตการสนับสนุนภาพยนตร์ "พระร่วง" ด้วยงบ 30 ล้านบาทจากกองทุนพัฒนาสื่อ พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ความโปร่งใส และพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ของเนื้อหา รวมถึงตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณในกิจกรรมต่างๆ เช่น การร่วมจัดนิทรรศการที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ผลลัพธ์ไม่สอดคล้องกับบทบาทที่แท้จริง พร้อมเรียกร้องให้ใช้เงินอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์สาธารณะ ส่งเสริมสื่อที่เคารพความหลากหลายและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และวิพากษ์การใช้คำว่า "Soft Power" ที่ควรแสดงออกผ่านการกระทำมากกว่าการประกาศเชิงสัญลักษณ์

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายรายงานของกองทุนพัฒนาสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ อภิปรายสื่อหน่อย ในฐานะที่เคยเป็นสื่อ กลัวคนจะลืมนะครับ อภิปรายแต่กองทัพมา ท่านประธานครับ ผมเปิดอ่านรายงานชิ้นนี้แล้วติดใจกับความเป็นสื่อ ที่ผมให้ความสำคัญอยู่ ๒ แขนงนั่นคือภาพยนตร์และหนังสือ เริ่มต้นกันที่ภาพยนตร์ครับ รายงานเล่มนี้บอกผมว่าผลงานเด่นของกองทุนในปี ๒๕๖๖ นั้น คือภาพยนตร์เรื่องพระร่วง เด่นมาเบอร์ ๑ เลยนะครับ แล้วผมก็ไปค้นมา มีชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า พระร่วง พระราชาผู้ทรงธรรม ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนในปี ๒๕๖๔ ๓๐ ล้านบาท มากที่สุดสำหรับการสนับสนุนในปีนั้น แล้วก็เป็นข่าวคราวใหญ่โตด้วยนะครับ ผมมี ๑-๒ ประเด็นที่ติดใจ อยากได้รับคำอธิบายจากท่าน ๑. พระร่วงเคยแสดงในรูปแบบ ของละครเวที The Musical ในปี ๒๕๖๑ ไม่มีคนชมนะครับ คนชมไม่ได้เยอะแยะมากมาย ขณะที่สื่อแห่งหนึ่งยังกล่าวไว้ในบทเกริ่นหลังจากที่ทราบว่ากองทุนได้อนุมัติงบให้ผู้สร้าง เดียวกันนี้ กับบทเดียวกันนี้ ได้รับเงินอุดหนุนถึง ๓๐ ล้านบาท เพื่อมาสร้างเป็นหนังแทนว่า เจาะลึกหนังรักชาติ อดีตละครเวทีที่ไม่มีคนดู ท่านน่าจะเคยได้ยินนะครับ ถามหน่อยครับ ผลลัพธ์ที่ว่า ขออภัยครับ ข้ามหน้าไป ผมไม่ได้พูดเองครับ มันเป็นคำของสื่อมวลชนเขาเขียน มาอย่างนี้ ซึ่งก็นำมาสู่คำถามว่า ละครเวทีที่ขาดทุน แต่อะไรเป็นเหตุให้กองทุนอุดหนุนงบถึง ๓๐ ล้านบาท เพื่อให้บริษัทเดียวกันนี้ นำบทเดียวกันนี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ความยาว ๙๐ นาที ท่านมีเกณฑ์พิจารณาอย่างไร ท่านประธานครับ ในรายงานนี้ ผมเปิดมาดูในส่วนของผลความสำเร็จของโครงการภาพยนตร์ พระร่วง ท่านบอกว่าผลผลิตคือภาพยนตร์พระร่วงความยาว ๙๐ นาที จำนวน ๑ เรื่อง โดยมีกำหนดการจัดฉายทางโรงภาพยนตร์ภายในปี ๒๕๖๗ ท่านครับ ผมเคยไปดู ในเว็บไซต์ของท่าน แล้วก็มีรายงานการชี้แจงต่อวุฒิสภา ท่านบอกตอนนั้นนะครับว่า ภาพยนตร์พระร่วงพระราชาผู้ทรงธรรม อยู่ในระหว่างแก้ไขรอบสุดท้าย ปลายปี ๒๕๖๖ นี้ ได้รับชมแน่นอน ปีนี้กรกฎาคม ๒๕๖๗ จะปลายปี ๒๕๖๗ แล้วครับ ถามหน่อยว่าแก้ไข รอบสุดท้ายเสร็จกี่โมงครับ แล้วผมก็งงว่าในเมื่อหนังยังไม่ฉาย ทำไมท่านถึงกล้าทำรายงาน แบบนี้ครับ ท่านบอกว่าผลลัพธ์คือ ภาพยนตร์ได้สอดแทรกแนวคิดการใช้คุณธรรมในการ แก้ไขปัญหาและการสร้างความสามัคคีที่ประชาชนพึงมีต่อประเทศชาติ รวมถึงสะท้อน ให้เห็นถึงหน้าที่ของผู้นำที่มีต่อประชาชน และหน้าที่ของประชาชนที่มีต่อผู้นำ ซึ่งเป็นหลัก คุณธรรมที่ประเทศชาติต้องการในปัจจุบัน ถามหน่อยครับ ผลลัพธ์ที่ว่านี้คือท่านคาดการณ์ ใช่ไหมครับ หนังยังไม่ฉายเลยครับ ท่านคิดว่าประชาชนจะดูแล้วรู้ซึ้งถึงคุณธรรมที่ท่าน อยากให้เป็นอย่างนี้หรือครับ ผมคนหนึ่งที่ไม่ครับ เพราะภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก พระราชนิพนธ์พระร่วงของรัชกาลที่ ๖ นั้น ทางรายงานบอกว่า ท่านบอกว่าอาศัยข้อมูล ประวัติศาสตร์การสถาปนาชาติไทย ที่ปรากฏในศิลาจารึกวัดศรีชุมในสมัยสุโขทัย ท่านประธานครับ ยุคนั้นไม่มีชาติครับ และสุโขทัยก็ไม่ใช่ราชธานีแห่งแรก รวมถึง ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสุโขทัย ก็เพิ่งสร้างหลังจากที่รัชกาลที่ ๕ ทรงตั้งโบราณคดีสโมสร และปีเดียวกันนั้น สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งต่อไปคือรัชกาลที่ ๖ ก็ประพาสหัวเมืองเหนือ และปีต่อมาก็ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเที่ยวเมืองพระร่วงตีพิมพ์ ออกมา นี่คือช่วงของการสร้างชาติสมัย ร. ๕ ที่มีสุโขทัย มีพระร่วงเป็นส่วนหนึ่ง และสุดท้าย ก็กลายเป็นประวัติศาสตร์กระแสหลักของประเทศไทยเราปัจจุบัน เป็นประวัติศาสตร์แต่งให้คน ต้องอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต หนีจีนถอยร่นมาจนถึงสุโขทัยตั้งราชธานีแห่งแรกที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ในดินแดนแห่งนี้มันมีผู้คน มีบ้านเมือง มีรัฐต่าง ๆ อยู่เยอะแยะเต็มไปหมดครับ เราไม่เคยอพยพมาจากที่ไหน มีอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดครับ ละโว้ อโยธยา สุพรรณบุรี สุพรรณภูมิ ศรีจนาศะ อังกอร์ราฐ ปัตตานี ศรีวิชัย คนไทยอยู่ที่นี่ เกิดที่นี่จากหลากหลาย เผ่าพันธุ์ ร้อยพ่อพันแม่ เราไม่เคยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไตนะครับ ย้ำอีกครั้ง และพระร่วง ก็ไม่ได้มีตัวตนครับ เป็นเพียงวีรบุรุษในตำนานของคนแถบสุโขทัย พิษณุโลกบ้านท่านประธาน เช่นเดียวกับพระเจ้าอู่ทองที่เป็นวีรบุรุษในตำนานของคนแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก เช่นเดียวกับพระเจ้าพรหมมหาราชที่เป็นวีรบุรุษในตำนานของคนล้านนา เช่นเดียวกับท้าวฮุ่ง ท้าวเจือง ที่เป็นวีรบุรุษในตำนานของคนลานช้าง ผมคิดว่าถ้าเราจะทำความเข้าใจว่าทำไม ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับพระร่วง โดยเฉพาะจากพระราชนิพนธ์ของ ร. ๖ ไม่ควรใช้คำว่าประวัติศาสตร์การสถาปนาชาติไทย ผมอยากแนะนำท่านประธานผ่านไปถึง ผู้มาชี้แจงว่าควรไปศึกษางานวิจัยเล่มนี้ครับ วิทยานิพนธ์ เรื่อง “รุ่งอรุณแห่งความสุข” การสร้างประวัติศาสตร์ “สุโขทัย” พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๕๓๔ ซึ่งวันนี้จัดพิมพ์เป็นเล่ม ในชื่อเล่มว่า ประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่เพิ่งสร้างผลงานของคุณวริศรา ตั้งค้าวานิช คนพิษณุโลกบ้านเดียว กับท่านประธาน

ท่านประธานครับ สื่ออีกแขนงที่ผมอยากพูดถึงสั้น ๆ เกี่ยวกับงานของกองทุน นั่นก็คือหนังสือ ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่มีผลงานเคยตีพิมพ์มาหลายเล่มอยู่นะครับ ไปหาอ่านได้ ผมพลิกมาเจอหน้านี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม พัฒนาเครือข่าย เพื่อการเข้าถึง เผยแพร่และนำไปใช้ประโยชน์เชิงสังคม ที่หน้านี้ครับ ท่านยกตัวอย่างการเข้าร่วมงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๕๑ และงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๒๑ ซึ่งจัดในช่วง เดือนเมษายนที่ผ่านมา นิดเดียวครับท่านประธาน เมษายน มีนาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ถ้าเป็นผม ผมจะไม่กล้ารายงานแบบนี้ ผมจะไม่เขียนแบบนี้ ว่ากองทุน ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย เราจะไม่เอาเราขึ้นก่อนครับ ในฐานะคนที่ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติทุกครั้ง ไม่ว่าจะจัดที่ ศูนย์สิริกิติ์ ไม่ว่าจะย้ายไปจัดที่เมืองทอง ไม่ว่าจะมาจัดที่สถานีกลางบางซื่อ หรือปัจจุบันนี้กลับมาที่ศูนย์สิริกิติ์อีกแล้ว ทุกคนทราบดีว่าเจ้าภาพงานนี้ คือสมาคมผู้จัดพิมพ์ และจัดจำหน่ายหนังสือ ท่านแค่ไปร่วมออก Booth เหมือนกับสำนักพิมพ์อื่น ๆ ครับ ท่านแย้งผมนะครับ ถ้าไม่จริง ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ กองทุนสนับสนุนสมาคม ผู้จัดพิมพ์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ได้ ๒ Booth ให้ท่านไปจัดนิทรรศการที่แทบไม่ค่อยมีคนดู มี Mascot นกสีฟ้าตัวนี้เดินไปเดินมางง ๆ นะครับ ซึ่งตรงนี้ท่านก็ไม่ควรจะ Claim ด้วย ในส่วนของผลลัพธ์ ท่านไม่ควรจะ Claim ผลลัพธ์ที่บอกว่าสถิติผู้เข้าร่วมงาน จำนวน ๑,๑๔๘,๖๗๔ ราย อันนี้เป็นคนที่เขาไปร่วมงานสัปดาห์หนังสือครับ ส่วนคนที่ไป Booth ท่านไม่ได้เยอะขนาดนั้น ผมไปงานหนังสือทุกปีผมแทบไม่รู้เลยว่า Booth ของท่านอยู่ ตรงไหนด้วยซ้ำ ผมเพิ่งมาเห็นในรายงานเล่มนี้เองครับ ท่านประธานนี่เป็นข้อสังเกตบางส่วน ด้วยเหตุผล ๒ ประการที่ผมอยากอภิปรายให้เห็นก็คือว่า อยากเห็นการที่กองทุนใช้เงินอย่าง คุ้มค่า เกิดประโยชน์กับประชาชนที่สุด และอีกเรื่องหนึ่งอยากเห็นการอุดหนุนงบประมาณ กับโครงการผลิตสื่อที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ยอมรับในความหลากหลาย และเชิดชูศักดิ์ศรี ในความเป็นมนุษย์

สุดท้ายจริง ๆ ครับ ปิดท้ายนิดเดียวครับท่านประธาน ผมเห็นรายงานเล่มนี้ ใช้คำว่า Soft Power นะครับ ใช้คำว่า Soft Power อย่างกลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่าท่านกำลัง ทำงานเกี่ยวกับ Soft Power มีคำอธิบายอยู่ปกในด้วยนะครับว่า แนวคิดในการออกแบบ เป็นอย่างไร ลองเปิดดูได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า Concept ของคำว่า Soft Power ไม่ใช่การประกาศโต้ง ๆ ว่าฉันนะ Soft Power ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่การพันผ้าขาวม้าแล้วเดินไป เดินมาบอกใครต่อใครว่า Soft Power นะจ๊ะ นะจ๊ะ ไม่ใช่ครับ ฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ