รวี เล็กอุทัย หารือเกี่ยวกับบทบาทและประสิทธิภาพของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ทั้งในด้านการตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานที่มีตำแหน่งงานว่างสูง และการใช้จ่ายงบประมาณที่เน้นค่าใช้จ่ายบริหารมากกว่าการอุดหนุนเพื่อพัฒนาทักษะแรงงาน โดยตั้งข้อสังเกตจากข้อมูลการฝึกอบรม การได้งานทำ และรายได้ของกองทุน พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อแรงงานและเศรษฐกิจประเทศ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทยครับ ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ ในรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงิน ในส่วนของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปีสิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ นี้ แม้ว่าจะมีความล่าช้าอยู่พอสมควร เพราะว่าตอนนี้ปี ๒๕๖๗ แล้ว แต่ผมคงไม่ยกเอามาเป็นประเด็นการอภิปรายในครั้งนี้นะครับ แต่ประเด็นที่มีความสำคัญ ครับท่านประธาน แล้วก็เป็นสิ่งที่กองทุนนี้ควรจะมีส่วนร่วมในการทำให้เกิดขึ้น นั่นก็คือ การทำให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ เพื่อต่อยอด ไปสู่การมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมในการดำรงชีวิตต่อไปครับท่านประธาน โดยเมื่อผม ได้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มีจุดมุ่งหมายในการเป็นทุน หมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน จะพบว่ากองทุนนี้นั้น มีวัตถุประสงค์ที่ดีครับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการให้ผู้รับการฝึกและผู้ดำเนินการฝึกสามารถเข้าถึง การกู้ยืมเงินเพื่อฝึกอบรมฝีมือแรงงานได้ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พุทธศักราช ๒๕๔๕ หรือการช่วยเหลืออุดหนุนกิจการ หรือองค์กรอาชีพที่มีส่วนร่วมในการ พัฒนาฝีมือแรงงาน และที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง นั่นก็คือการช่วยเหลือหรืออุดหนุน การดำเนินงานของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ในการรับรองความรู้ความสามารถของ แรงงาน เพื่อให้การประกอบอาชีพเพียงพอต่อความต้องการของตลาด ท่านประธานครับ ทั้งหมด นี้ล้วนเป็นวัตถุประสงค์ที่ดี แต่คำถามก็คือ ในความเป็นจริงแล้วนั้น ทางกองกองทุนสามารถ ดำเนินการได้ตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วหรือไม่ เพราะเมื่อลองพิจารณาในมิติความต้องการของตลาดแรงงานในปี ๒๕๖๕ เราจะพบว่า มีตำแหน่งงานที่ว่างเพื่อรอรับคนเข้าทำงานอยู่กว่า ๕๑๕,๙๒๖ ตำแหน่ง
สไลด์ถัดไปครับ แต่กลับมีการบรรจุเข้าทำงานเพียง ๒๖๑,๑๔๕ คนเท่านั้น โดยเป็นสัดส่วนของภาคการผลิตที่มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุดที่ ๒๒๐,๖๑๑ ตำแหน่ง ในขณะที่สถิติแรงงานไทยที่ต้องการไปทำงานอยู่ต่างประเทศจะอยู่ที่ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคน โดยมีแรงงานที่ผ่านการรับรองความรู้ความสามารถและได้รับอนุญาตให้ไปทำงาน ต่างประเทศอยู่ที่ ๘๘,๑๕๔ คน แบ่งเป็นอาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านเกษตรและประมงครับ เป็นกลุ่มที่มีการได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศได้มากที่สุด อยู่ถึง ๒๗,๒๗๙ คน และที่ไม่ต่างกันมากครับ นั่นก็คือผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน หรือผู้ควบคุมเครื่องจักรที่มีถึง ๒๕,๓๕๓ คน ซึ่งหากรวม ๒ กลุ่มนี้เข้าด้วยกันจะมีสัดส่วนเกินครึ่งของผู้ที่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดครับ
สไลด์ถัดไปครับ และเมื่อมาดูมิติการพัฒนาฝีมือแรงงานและการได้งานทำ จะพบว่าในปี ๒๕๖๕ มีผู้เข้ารับการอบรมรวม ๘๕,๗๓๗ คน โดยอบรมแล้วมีงานทำรวม ๔๒,๘๐๖ คน ซึ่งจะอยู่ในช่วงอายุ ๒๐-๒๔ ปี และเป็นช่วงอายุที่ได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงาน มากที่สุดรวม ๑๑,๕๙๓ คน รองลงมาคือช่วงอายุ ๖๐ ปี จำนวน ๑๐,๔๐๓ คน โดยกลุ่ม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นกลุ่มที่ได้รับ การฝึกอบรมมากที่สุด
ท่านประธานครับ จากข้อมูลข้างต้นที่ผมได้อภิปรายไป ผมเชื่อครับว่า ทางท่านผู้บริหารกองทุนและผู้บริหารของกระทรวงแรงงานคงทราบดีอยู่แล้ว และมีความรู้ ลึกซึ้งในเชิงข้อมูลมากกว่าผม เพราะกองทุนนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มดำเนินงาน แต่ท่านทำงานด้านนี้ มาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว และที่สำคัญครับ ท่านอยู่ภายใต้การบริหารของข้าราชการประจำ ที่ผมเชื่อมั่นว่าท่านต้องมีความแม่นยำในเรื่องของกฎหมาย แต่นั่นก็ทำให้ผมเกิดข้อสงสัย และอยากขอตั้งเป็นข้อสังเกตเอาไว้ครับว่า ท่านได้บริหารกองทุนนี้ให้สามารถดำเนินการได้ ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพแล้วจริง ๆ หรือไม่ เพราะในปี ๒๕๖๕ ท่านมีรายได้ รวมกว่า ๗๕ ล้านบาท
ขอสไลด์ถัดไปครับ แต่กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานนี้ กลับนำรายได้ส่วนนั้น ลงไปกับค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค รวมทั้งหมดกว่า ๓๒ ล้านบาท มากกว่าหมวดค่าใช้จ่ายจากการอุดหนุนอื่นและการบริจาค ที่ท่านใส่เป็นค่าใช้จ่ายไว้เพียง ๒๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ในส่วนนี้ควรจะเป็นส่วนที่ท่านนำเงินเอาไปใช้ประโยชน์ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน ในการสนับสนุนพัฒนาและเพิ่มจำนวนฝีมือแรงงาน ให้ตรงตามความต้องการของตลาด ตามสถิติรายงานประจำปี ๒๕๖๕ อย่างที่ผมได้อภิปราย ไว้ข้างต้น ผมจึงอยากฝากคำถามและข้อสังเกตเหล่านี้ ผ่านท่านประธานไปยังผู้บริหารของ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานครับ โปรดช่วยพิจารณาถึงสัดส่วนความเหมาะสมของการใช้จ่าย เงินกองทุนนี้ด้วยครับ เพราะพันธกิจหรือวัตถุประสงค์ของท่านที่ท่านวางไว้ เป็นเป้าหมาย ที่ใหญ่ และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดสรรเงินอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องแรงงานและผู้ประกอบการไทย
โดยสรุปครับท่านประธาน ผมอยากเห็นกองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีประสิทธิภาพ เป็นกองทุนที่สามารถช่วยพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของตลาด และเป็นกองทุนที่มุ่งเน้นในการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนอย่างแท้จริง เพราะสิ่งสำคัญของเรื่องนี้ครับ นอกจากจะเป็นการช่วยให้แรงงานไทยสามารถเข้าสู่ระบบ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วย ให้พี่น้องประชาชนสามารถมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ ขอบพระคุณครับ