พรรณสิริ ชี้ทุนประชารัฐฯ ดีแต่ต้องปรับเกณฑ์-เพิ่มช่องทางใช้บัตร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗

พรรณสิริ กุลนาถศิริ หารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุนประชารัฐสวัสดิการฯ ปีงบประมาณ 2565 โดยชื่นชมความพยายามและเสนอแนะการปรับปรุงกลไกตรวจสอบข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้ทันสมัยและแม่นยำมากขึ้น ผ่านการร่วมมือกับชุมชนและการใช้ข้อมูลปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหากลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นธรรมและครอบคลุม พร้อมเสนอการปรับระดับวงเงินสวัสดิการตามรายได้ แบ่งเป็นสองระดับ โดยเน้นเพิ่มความช่วยเหลือแก่กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อปี และเรียกร้องให้ขยายช่องทางการใช้บัตรสวัสดิการให้ครอบคลุมบริการสาธารณะต่าง ๆ ทั้งร้านค้า ผู้ขับขี่แอปพลิเคชัน ตลาดท้องถิ่น สถานที่ท่องเที่ยว และระบบขนส่งทางเรือ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้ง่าย ทั่วถึง และตอบโจทย์ความต้องการจริงในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ในวาระ รายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ในเบื้องต้น ดิฉันขอชื่นชมความตั้งใจและทุ่มเทในการทำงานของคณะผู้บริหาร กองทุน ตลอดจนคณะดำเนินงานทุกระดับ ที่มุ่งมั่นตั้งใจในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน โดยการจัดสวัสดิการทางสังคมให้กับผู้ที่อยู่ในภาวะ ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการในส่วนของเด็กและครอบครัว ในส่วนของการศึกษา ในเรื่องของสุขภาพ ในเรื่องของคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ทำให้ประชาชนได้เข้าถึง ปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งกองทุนก็มีความพยายามที่จะเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับข้อมูลจากเอกสารรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ฉบับนี้ ก็ชื่นชมทำเอกสารได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตามดิฉันมีข้อคิดเห็นใน ๓ ประเด็นค่ะ

ในประเด็นแรก ในเรื่องข้อมูลสมาชิก ภายใต้โครงการการลงทะเบียน เพื่อสวัสดิการปี ๒๕๖๕ วัตถุประสงค์ในเรื่องของทะเบียนเพื่อให้เป็นปัจจุบัน ดิฉันมีข้อเสนอว่า ควรมีกลไกการจัดทำข้อมูล และมีการตรวจสอบข้อมูลผู้มีรายได้น้อยไม่ควรข้ามปี หรือใน ระหว่างปีเทคโนโลยีที่ท่านได้เสนอแนะนั้น ดิฉันคิดว่าควรจะได้มีการนำมาใช้ในการ ตรวจสอบความเป็นปัจจุบันของสมาชิก ซึ่งในเชิงพื้นที่ประชาชนก็ฝากมาว่า ผู้ที่ควรจะมีสิทธิ ได้รับก็ยังเข้าไม่ถึง ก็ยังมีค่ะ

ในประเด็นที่ ๒ การเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหากลุ่มเป้าหมาย ดิฉัน มีข้อเสนอว่า กองทุนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ โดยความร่วมมือกับกลไกชุมชน ตลอดจน ภาคประชาสังคมที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ที่สามารถจะช่วยเหลืออย่างสมัครใจ ในการรับรอง หรือว่าในการให้ข้อมูลรับรองสิทธิของผู้ที่มีรายได้น้อยเชิงประจักษ์ในพื้นที่

ในประเด็นที่ ๒ ด้านวงเงินสวัสดิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความ เป็นธรรม ให้ขวัญกำลังใจกับพี่น้องประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยอย่างเหมาะสม ดิฉันขอเสนอให้ จำแนกกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่กำหนดไว้เป็น ๒ กลุ่ม ในกลุ่มแรก ผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี และกลุ่มที่ ๒ อยากจะให้จำแนกเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มี รายได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อปี ในเชิงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยบ้านดิฉันนะคะ ก็จะพูดกันว่า กลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย ๆ ก็เป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจ สำหรับกลุ่มที่ ๒ ก็มีข้อเสนอว่าควรเพิ่ม วงเงินสวัสดิการเพื่อให้ความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น เช่น จากวงเงินสวัสดิการ ๓๐๐ บาท เป็น ๕๐๐ บาท หรือเป็น ๑,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ ถ้ามีข้อมูลที่มีการเพิ่ม หรือในเรื่องของรายได้ ที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้ากองทุนมีข้อมูลปัจจุบัน ก็สามารถที่จะปรับได้ในห้วงเวลาหนึ่ง ๆ ในขณะนั้น ก็จะเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และดูแลให้ขวัญกำลังใจกับพี่น้องประชาชนมากขึ้น

ในประเด็นที่ ๓ ในด้านของการจัดสวัสดิการ จากเอกสารรายงานในฉบับนี้ เอกสารหน้าที่ ๔๘ ถึงหน้าที่ ๕๐ ได้ระบุถึงแผ่นภาพ ๕ ด้าน โครงสร้างวงเงินกลุ่มสวัสดิการ ต่าง ๆ ในบัตรปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ดิฉันเห็นว่าควรเพิ่มเติมสวัสดิการเพื่อให้ครอบคลุม ค่าใช้จ่ายของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น แม้นว่าวงเงินในแต่ละปีอาจจะเพิ่มขึ้นไม่ได้มาก หรือยังคงอยู่อย่างเดิม แต่ควรจะเพิ่มช่องทางการเข้าถึงทั้งผู้ประกอบการและผู้ที่ใช้บัตร สวัสดิการ เช่น ในประการแรก ควรขยายฐานร้านค้าและผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงินประชารัฐ หรือในส่วนของต่างจังหวัด อาจจะเรื่องของตลาดสด ถนนคนเดิน ในเรื่อง ของสถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนสามล้อ มอเตอร์ไซค์ รถตู้ สามารถที่จะใช้ผ่านบัตรสวัสดิการ ของรัฐให้เพิ่มมากขึ้นค่ะ ในส่วนของกรุงเทพมหานคร อาทิเช่น ในเรื่องของผู้โดยสารทางเรือ หรือการโดยสาร ในส่วนของเขตปริมณฑล ช่องทางของการใช้บัตรสวัสดิการ ในเอกสารข้อมูลก็มีเรื่องของ รถบริการสาธารณะ และด้านอื่นต่าง ๆ มากมาย ดิฉันเองก็ได้มาอาศัยอยู่ในช่วงที่มาปฏิบัติ หน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็ได้ยินพี่น้องประชาชนได้กล่าวถึงในส่วนของผู้ที่ใช้ การโดยสารทางเรือค่ะ ซึ่งไม่ได้มีระบุอยู่ในเอกสารรายงานว่าสามารถที่จะเข้าถึงบริการตรงนี้ ได้หรือไม่ เช่น ท่าเรือคลองแสนแสบ ราคา ๑๒-๒๒ บาทต่อเที่ยว ด้านแม่น้ำเจ้าพระยา ๑๖-๓๓ บาทต่อเที่ยว รวมทั้งเรือยนต์ข้ามฟาก ๔-๕ บาทต่อเที่ยว ตรงนี้จะมีโอกาสเข้าถึง ระบบสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ดิฉันจึงขอฝากข้อมูลเหล่านี้ให้กับกองทุนและคณะ ผู้ดำเนินงานได้พิจารณาค่ะ และขอชื่นชมอย่างยิ่งในเรื่องของการทำงานอย่างต่อเนื่องของ คณะกรรมการดำเนินงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา โดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนายกรัฐมนตรี จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และคณะทำงาน ดิฉันเห็นความก้าวหน้าที่จะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มศักยภาพ ที่สุดก็ขอเป็นกำลังใจ ให้คณะทำงานทุกท่านทำงานอย่างมีความสุข ราบรื่น เรียบร้อย แล้วก็บรรลุวัตถุประสงค์ ทุกประการค่ะ ขอบคุณมากค่ะ