มนพร เจริญศรี ชี้แจงปัญหาทางหลวงสาย 2076 และ 2083 ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และยโสธร โดยนำเสนอภาพประกอบร่วมกับการตอบกระทู้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมเสนอขอจัดสรรงบประมาณในปี 2568 และ 2569 เพื่อขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจร หวังเพิ่มความปลอดภัย สนับสนุนการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สส. จังหวัดนครพนมค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามทั่วไปของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอาสพลธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาถามคำถามนี้ ซึ่งคำถามนี้ก็จะโยงไปถึงคำถามที่ ๒ ด้วย สืบเนื่องจาก ประมาณ ๔ เดือนที่ผ่านมาดิฉันพร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ได้นำปัญหาที่ท่านสมาชิก ได้นำพี่น้องประชาชนมายื่นข้อเสนอแล้วก็ความเดือดร้อนนะคะ ก่อนอื่นดิฉันขอให้ฝ่ายโสต ได้ฉายภาพในประเด็นคำถามที่ท่านสมาชิกได้ถามเมื่อสักครู่นะคะ เชิญเลยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานคะ คำถามของท่านสมาชิกได้ถามถึงทางหลวงทั้ง ๒ สาย ดิฉันขออธิบายความเรื่องของทางหลวง สาย ๒๐๗๖ นะคะ ทางหลวงสาย ๒๐๗๖ อยู่ที่อำเภอท่าตูม ผ่านอำเภอรัตนบุรี จังหวัด สุรินทร์ ซึ่งเชื่อมต่อกับอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ไปสิ้นสุดที่แยกส้มป่อย อำเภออุทุมพรพิสัย ที่มีระยะทางรวมกันประมาณ ๕๘ กิโลเมตร โดยมีเส้นทางแล้วก็เป็น ทางหลวงขนาด ๔ ช่องจราจร มีระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร และยังคงเป็นทางหลวง ขนาด ๒ ช่องจราจร แล้วก็เป็นมาตรฐานทางในชั้นที่ ๔ ของกรมทางหลวงที่มีความกว้าง ของผิวจราจรอยู่ที่ ๓.๕๐ เมตร และมีความกว้างไหล่ทางข้างละ ๑ เมตร มีระยะทาง ประมาณ ๒๘ กิโลเมตร นี่คือสภาพของถนน ๒๐๗๖ ที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยไปเมื่อสักครู่นะคะ ส่วนทางหลวง หมายเลข ๒๐๘๓ เริ่มต้นจากสี่แยกส้มป่อย อุทุมพรพิสัย ผ่านที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ไปเชื่อมต่อกับอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร แล้วก็ไปสิ้นสุดที่ตัวอำเภอ คำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน แล้วปัจจุบันเป็นทางหลวงขนาด ๔ ช่องจราจร มีระยะทางประมาณ ๒๘ กิโลเมตร และยังคง เป็นทางหลวงขนาด ๒ ช่องจราจร เป็นมาตรฐานทางหลวงชั้นที่ ๓ มีความกว้างของผิวจราจร ๓.๕๐ เมตร มีความกว้างไหล่ทางที่ ๒.๕๐ เมตร มีระยะทางตรงเส้นทางของ หมายเลข ๒๐๘๓ ระยะทางความยาวทั้งสิ้น ๓๒ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน โดยเส้นทางทั้ง ๒ สายทางนี้ ก็จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง นี่คือภาพรวมของ ๒ เส้นทางที่ท่านสมาชิกได้มีประเด็นคำถามนะคะว่า จากประเด็นคำถามของท่านสมาชิก เรื่องของงบประมาณ แล้วก็โครงการที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา โดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมก็ได้รับทราบปัญหานี้ อย่างที่ดิฉันได้เรียนตั้งแต่แรกว่าในช่วงที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงไปตรวจราชการ เราก็ได้ตระหนักถึงปัญหา แล้วก็ความเดือดร้อนดังกล่าว โดยถนนสาย ๒๐๗๖ นี้ปัจจุบันเป็นถนน ๔ ช่องจราจร ระยะทางก็ประมาณ ๓ กิโลเมตร ยังคงเป็นขนาด ๒ ช่องจราจรอยู่ เช่นที่ฉายภาพให้ดูนะคะ ช่วงที่มี ๒ ช่องจราจรประมาณ ๑๑ กิโลเมตร เราจึงเสนอขอรับการจัดสรรในงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้เพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ช่วงอำเภอศรีสุวรรณ บ้านส้มป่อยน้อย บริเวณทางแยกเข้าตรงเทศบาลตำบลเผือกใหญ่ไปจนถึงทางแยกเข้า หมู่บ้านหนองแปน อำเภอผือใหญ่ บริเวณตรงที่อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ตรงนั้นจะเป็นบริเวณที่มีชุมชนหนาแน่น แล้วก็เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา โดยรูปแบบของการก่อสร้างจะขยายเป็น ๔ ช่องจราจร แล้วก็ตรงช่วงที่บ้านหนองแปน ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร เราได้เสนอในการที่จะพิจารณางบประมาณดังกล่าวนะคะ วงเงินอยู่ที่ ๓๕ ล้านบาท สำหรับช่วงที่ยังคงเป็นแบบขนาด ๒ ช่องจราจรอยู่นั้น กระทรวง คมนาคมก็จะขอรับการจัดสรรในปีถัดไปให้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร จากตัวอำเภอศรีสุวรรณ ไปจนถึงแยกส้มป่อย ไปจนถึงอำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งถ้าเรามีการขยายถนนไปให้พี่น้อง ประชาชนใน ๒ อำเภอนี้ ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาได้รับความสะดวกขึ้นนะคะ ส่วนหากมีการปรับปรุงทางหลวงสาย ๒๐๗๖ นี้ เราเข้าใจว่าถ้าได้มีการปรับปรุงถนนในช่วง งบประมาณที่เราได้รับในปี ๒๕๖๘ นี้ เส้นทางดังกล่าวก็จะช่วยให้พี่น้องประชาชน อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางท่องเที่ยวในมิติต่าง ๆ ไม่ว่ามิติทางด้าน เพิ่ม GDP มิติทางด้านความปลอดภัย มิติทางด้านการท่องเที่ยว ดังที่ท่านสมาชิก ได้เกริ่นนำไปเมื่อสักครู่ ซึ่งถนนเส้นทางดังกล่าวก็จะเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมของล่องแพที่ห้วยทับทัน แล้วนอกจากนั้นก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่จะ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ อำเภอ โดยเฉพาะข้อสำคัญนั่นก็คือ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องจาก ข้อจำกัดของงบประมาณแต่ละปี ผนวกกับปัญหาแล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มีเป็นจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดลำดับความสำคัญของแต่ละสายทาง ประกอบ กับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรแต่ละปี แน่นอนค่ะ ในงบประมาณปี ๒๕๖๙ เราจะจัดสรร งบประมาณในเส้นทางดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเส้นทางนี้ ได้บรรจุอยู่ในแผนที่จะจัดสรรในงบประมาณปี ๒๕๖๙ แล้วค่ะ ดิฉันขออนุญาตตอบ คำถามแรกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ขอบคุณค่ะ