เทอดชาติ ชัยพงษ์ หารือปัญหาการศึกษาของเด็กไร้สัญชาติในจังหวัดเชียงราย พร้อมเรียกร้องการแก้ไขทั้งในเชิงระบบและนโยบาย เพื่อให้เด็กทุกกลุ่มได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ท่านประธานได้มอบหมายให้พูดถึงประเด็นที่มีเด็ก ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมาที่จังหวัดอ่างทอง เราก็ถือว่าเป็นดองกันนะครับท่านณัฐวุฒิ เชียงรายกับอ่างทองไม่ใกล้ไม่ไกลนะครับ หลังจากที่ทางสภามีมติให้รับญัตติเรื่องของ การแก้ไขปัญหาเด็กไร้สัญชาติ ทางคณะกรรมาธิการการศึกษาเองก็ได้ถือว่าเป็นวาระสำคัญ ในการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ หรือท่านโสภณ ซารัมย์ ก็ได้นำ เรื่องนี้เข้าที่ประชุมโดยเร่งด่วน แล้วก็ตั้งคณะทำงานขึ้นมา แล้วนำทีมลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย เชียงรายอย่างน้อย ๓ ครั้ง เพื่อที่จะไปดูต้นเหตุของปัญหา ซึ่งดังที่ทราบนะครับว่า ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ท่านได้คลี่ปมประเด็นเหตุแห่งการยื่นญัตติ รวมไปถึงบรรยายเส้นทาง แนวทางการแก้ไขปัญหาไปยังผู้บริหารระดับสูงและระดับปฏิบัติ ในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนแล้ว ชี้ให้เห็นทางออกของการดำเนินการเกี่ยวกับการ จัดการศึกษาสำหรับเด็กไร้สัญชาติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รวมถึงท่านณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านธีระชัย แสนแก้ว ท่านพุธิตา ชัยอนันต์ ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ และท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ขออภัยที่เอ่ยนามทั้งหมด ท่านมีความเห็นที่เป็นประโยชน์ อย่างยิ่งต่อจัดการศึกษาให้กับเด็กไร้สัญชาติเหล่านี้ เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญมี ๒ ประเด็น คือ การให้การศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายดังที่กล่าวถึง มีเด็กอย่างน้อย ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือกลุ่มที่เกิดในประเทศไทย ตกสำรวจไม่มีหลักฐาน ว่าด้วยการทะเบียนราษฎรนั่นกลุ่มหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งก็คือเด็กที่มากับพ่อแม่ทำงานในประเทศไทย อาศัยอยู่ในประเทศไทย อันนี้เป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย อีกกลุ่มหนึ่งที่มาเรียนก็คือ เด็กที่ข้ามมาเรียน ข้ามมาเป็นรายวันหรือจะอยู่เป็นเทอม อันนี้ก็แล้วแต่ก็ถือว่าเป็นการ ข้ามมาเรียน และที่ท่านได้อภิปรายมาจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง หรือภาคใต้ก็ดี มีทิศทางที่คล้าย ๆ กันทั้งหมด ในวิธีปฏิบัติเหล่านี้นะครับ กระทรวงศึกษาธิการได้สร้างระเบียบขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๔๘ ให้สามารถที่จะรับเด็กเหล่านี้ เข้ารับการศึกษาได้ เพื่อที่จะให้เกิดความคล่องตัวไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ ก็ให้เด็กได้รับหัว G ที่เราพูดถึง คือ Generate เป็นเลข ๑๓ หลักแทนไป ส่วนที่เข้ามาที่ไม่มีหัว G ก็ถือว่าได้รับการศึกษา แต่ไม่สามารถที่จัดสรรงบประมาณให้กับนักเรียนเหล่านั้นได้ นี่คือปมของปัญหา เมื่อโรงเรียน เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมานั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ๑. ตัวผู้เรียนเอง ตัวนักเรียนเอง การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เอง กระทบกับทั้งในส่วนของผู้เรียนและในส่วนของครู บุคลากรที่รับผิดชอบ รวมถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นมันก็จะมีส่วน ที่เกี่ยวข้องก็คือระเบียบกฎหมายที่เป็นข้อจำกัดในหลายเรื่อง อย่างเช่น ระเบียบกระทรวง ศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาให้กับเด็กไร้สัญชาติ ปี ๒๕๔๘ ซึ่งมันยาวนานมากแล้ว ๒๐ กว่าปี วันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป ความรับผิดชอบ มันมากขึ้น เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นภาระสำคัญของกรรมาธิการที่เราก็ต้องดูเรื่องนี้ด้วย เช่นเดียวกัน แต่ผมก็เชื่อว่าพี่น้องผู้แทนราษฎรที่ท่านอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ท่านก็ทราบปัญหา เหล่านี้ ก็คงจะช่วยกันดำเนินการในสิ่งเหล่านี้หมด การแก้ไขปัญหาในเชียงรายก็ให้เด็ก ส่วนหนึ่งได้เข้าเรียนตามความต้องการของเขา บางส่วนก็ดังที่ทราบไปนั่นคือการแก้ไขปัญหา ที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ภาคไหนของประเทศไทย จึงจำเป็นที่ต้องมีการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ซึ่งทั้ง ๖-๗ ท่านนั้น ท่านก็ได้เสนอวิธีการและ แนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ผมฟังแล้วทึ่ง แล้วท่านก็เห็นระบบ และรู้ปัญหาเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาจึงมี ๒ แบบก็คือ แก้เชิงระบบกับแก้ แบบ Case By Case ที่มีปัญหาขึ้น นั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและทั้งหมดทั้งมวลนั้นครับ นอกเหนือจากเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว การปรับ Mindset ของผู้บริหารระดับสูง ที่รับผิดชอบ Mindset ของผู้ปฏิบัติก็ดี จึงเป็นเรื่องสำคัญให้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเหล่านี้ว่า นี่คือมนุษย์เหมือนกันที่เข้ามาพึ่งใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร เพราะฉะนั้นไทยเป็นเมืองพุทธ มีเมตตา มีมนุษยธรรม จึงจำเป็นที่ต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง จึงเป็น หน้าที่สำคัญ นี่คือสิ่งที่เราได้เห็นภาพรวมทั้งหมด การแก้ไขปัญหาในเคสของอ่างทอง ที่ผ่านมา ก็เป็นไปดังที่ทราบแล้วก็ไปได้ระดับหนึ่ง แต่เราเองก็เห็นปัญหาระยะยาวที่ต้อง แก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะฉะนั้นระเบียบปฏิบัติอะไรที่เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องที่จะทำให้ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ที่จะทำให้คนที่เข้ามารับการศึกษา นักเรียน เด็กที่จะต้อง ได้รับสัญชาติเข้ามาช่วย เข้ามาเรียนในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่อง สำคัญเช่นเดียวกัน ก็ต้องขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความเห็นมาและผมเชื่อว่า ต่อไปนี้ทิศทาง ของการทำงานร่วมกัน และการปรับ Mindset ใหม่ทั้งหมดของพวกเราตรงกัน แล้วก็คงจะ แก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ตรงเหตุเช่นเดียวกัน ขอบคุณครับท่านประธานครับ