สุรเชษฐ์ แจงผลศึกษาใช้งบใหญ่ ชี้ปัญหาซ้ำซ้อน-ขาดบูรณาการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับการติดตามการใช้งบประมาณโครงการขนาดใหญ่ โดยชี้ปัญหาความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานจากขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ความล้าสมัยของแบบจำลองประเมินความคุ้มค่า และการกระจายงบประมาณที่ไม่ทั่วถึง พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ กำหนดมาตรฐานร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ และเพิ่มความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นธรรมมากขึ้น

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ในฐานะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ขอนำเสนอรายงานผลการศึกษานี้ แบบสั้น ๆ นะครับ ก็ไม่อยากรบกวนเวลามากเพราะว่ามีหลายระเบียบวาระนะครับ แต่ว่าก็ เป็นการศึกษาที่เราได้ติดตามโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการต่อเนื่องมาจากสภาชุดที่แล้ว แล้วเราก็เอา Lesson Learn สิ่งที่เราได้ค้นพบนะครับ พยายามมาสรุปเป็นสาระสำคัญ เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณของโครงการขนาดใหญ่ในประเทศมีความคุ้มค่า และโปร่งใสมากยิ่งขึ้นนะครับ ก็มีการประชุมในชุดนี้ ๖ ครั้ง ในช่วงเดือนตุลาคมถึง พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เพื่อรวบรวมความคิดเห็น แล้วก็ปรับปรุงข้อมูลให้มีความถูกต้อง แล้วก็ เป็นปัจจุบัน ตลอดจนติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็ส่งเข้ามาเพื่อรอ การพิจารณาเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ แล้วก็เป็นวาระที่จะพิจารณากันในวันนี้นะครับ เดี๋ยวทางห้องโสตขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผมพยายามสรุปเนื้อหาสาระ ในรายงานเล่มนี้ให้ทางเพื่อน ๆ สมาชิกได้เข้าใจง่าย ๆ แต่รายละเอียดก็จะอยู่ในเอกสารนะครับ ในส่วนของรายงานฉบับนี้นะครับ การดำเนินงานก็จะเป็นการพิจารณาต่อเนื่องจาก คณะกรรมาธิการสามัญ ชุดที่ ๒๕ โดยเป็นการรวบรวม แล้วก็ปรับปรุงข้อมูลการใช้จ่าย งบประมาณ สภาพปัญหา อุปสรรคการดำเนินงานของโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายหลังจากการรับข้อสังเกต แล้วก็ข้อเสนอแนะ ของกรรมาธิการเมื่อปีที่แล้วนะครับ ก็เป็นการประชุมรวบรวม จัดทำ ศึกษา โดยเนื้อหาสาระหลัก ก็คือเราต้องการเห็นการใช้งบประมาณให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน แล้วก็โปร่งใส โดยสังเคราะห์ออกมาเป็นข้อสังเกต เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนนะครับ จากการรวบรวมก็จะเห็นว่าภาพรวมงบประมาณของโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ในประเทศไทยที่สามารถรวบรวมจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ มีอยู่ ๖๕๔ โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น ประมาณ ๑๖ ล้านล้านบาท โดยมีแผนที่จะใช้งบประมาณภาครัฐประมาณ ๑๒ ล้านล้านบาท ก็ให้ทาง QR Code ไว้นะครับ เพื่อนสมาชิกสามารถเข้าไปดูได้ว่าในพื้นที่ของท่าน หรือว่า ในภาคของท่านใกล้เคียงรัฐมีแนวคิดที่จะผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อะไรบ้างนะครับ จากการที่ไปรวบรวมจากหน่วยงานต่าง ๆ มา เรียกว่าแทบทุกหน่วยงาน ก็จะมีหลัก ๆ เป็นเรื่องของราง ถนน แล้วก็น้ำนะครับ เราพบว่าประเด็นปัญหาสำคัญที่อยากจะให้รัฐใช้เงินอย่างคุ้มค่าและโปร่งใสมากขึ้น อยากจะ สรุปเรื่องราวเป็น ๔ ประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็เป็นเรื่องของความซ้ำซ้อนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขนาดใหญ่นะครับ

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของแบบจำลองในการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ

ประเด็นที่ ๓ เป็นเรื่องของหลักเกณฑ์การจัดสรรและการใช้จ่ายงบประมาณ

ประเด็นสุดท้าย เป็นเรื่องของการพัฒนาโครงข่ายถนน

มาดูเรื่องแรกนะครับ สภาพปัญหาหลักที่เราค้นพบจากการติดตามหลาย ๆ โครงการขนาดใหญ่ เราพบว่ายังขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน อันเป็นที่มาของความ ซ้ำซ้อนของแผนงานโครงการ การดำเนินงาน และงบประมาณที่ใช้ ต่างหน่วยงานยัง ต่างคิดต่างทำกันอยู่พอสมควรนะครับ มันขาดการบูรณาการทั้งระบบ ตั้งแต่การประเมิน ความคุ้มค่า ศึกษาความเป็นไปได้ ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินงานนะครับ แล้วก็ส่วนสุดท้าย ปัญหาหลักก็คือขาดการบูรณาการระบบของข้อมูลสารสนเทศ ซึ่งมีผลกระทบต่อการ ประเมินความคุ้มค่า แล้วก็การประยุกต์ใช้ในเรื่องของการวางนโยบายและแผน

แนวทางการแก้ไขนะครับ ก็ควรจะมีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ไม่ให้ ทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงานนะครับ มีการจัดลำดับความสำคัญโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในด้านคมนาคมก็จะมีหลายโครงการนะครับ ก็อยากให้เน้นการพัฒนา รถไฟทางคู่นะครับ มีการวางแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายแบบเป็น Network ก็คือต้องคิดทั้งถนน ทั้งราง ทั้งเรือ ทั้งอากาศ ไม่ใช่ว่าต่างหน่วยงานต่างวางแผนกัน เพื่อให้ โครงสร้างพื้นฐานมัน Sync กัน มันบูรณาการกัน แล้วก็เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อจริง ๆ

ก็ได้มีข้อสังเกต แล้วก็ติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานนะครับ ก็อยาก ให้ทางสภาพัฒน์ได้มีการรายงาน ก็จะมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานปลัด แล้วก็ทาง สนข. ไปปรับปรุงให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นนะครับ ทาง สบน. หรือว่าสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะกับทาง สคร. ที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจก็ควรจะมี ส่วนในการพิจารณาภาพรวมของโครงการในการเสนอแนะ แล้วก็จัดหาแหล่งเงินที่จะ เป็นประโยชน์กับรัฐได้มากขึ้นนะครับ

ในส่วนที่ ๒ ในเรื่องของแบบจำลองในการคาดการณ์เพื่อประเมินความคุ้มค่า หลัก ๆ ก็จะมีด้านของทาง Economics หรือว่าทางเศรษฐศาสตร์กับทาง Finance หรือเรื่องของทางการเงิน สภาพปัญหาหลักก็คือการตัดสินใจการลงทุนในโครงการ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เราอยากให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นสิ่งจำเป็นนั้นก็คือ มันจะต้องมีแบบจำลองที่มีความน่าเชื่อถือ แล้วก็แม่นยำเพียงพอที่จะประมาณการผู้ที่จะมา ใช้ในอนาคตว่า ถ้าทำโครงการนี้ไปแล้ว Capacity มันอยู่อย่างนี้จะมีคนมาใช้เท่าไร ถ้าเกิดคนมาใช้ไม่ได้เยอะมากก็ไม่จำเป็นต้องเลือกกระบบที่มันใหญ่เกินไป จะได้มีโครงการ ที่ไปพัฒนาในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย แบบจำลองในการประเมินความคุ้มค่าของโครงการในปัจจุบัน ก็ยังขาดความน่าเชื่อถือและความแม่นยำอยู่แล้ว มันปรับปรุงได้อีกพอสมควร แล้วก็มี ความล้าสมัยขาดสมมุติฐานที่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติทางวิชาการสมัยใหม่ อันนี้ก็ควร จะมีการปรับปรุงต่อไปให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น แล้วก็มีการขาดการบูรณาการของหน่วยงานที่จะพัฒนา แบบจำลองร่วมกัน แต่อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ยากจริง ๆ ในสภาพบริบทของไทยที่จะเกิดการ Sync ข้อมูลอะไรกัน แล้วก็ขาดการตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขแบบจำลอง เพราะฉะนั้นแนวทางแก้ไขที่ทางคณะกรรมาธิการอยากเห็นก็คือ หน่วยงานควรจะจ้าง แล้วก็ กำหนดสมมุติฐานในการนำเข้าข้อมูลที่มันถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น พัฒนาแบบจำลองให้มีความแม่นยำและทันสมัยมากขึ้น ตลอดจน คิดเชื่อมโยงระหว่างโครงข่าย ไม่ใช่ว่าถนนก็จะวางแผน รางก็จะวางแผน อากาศก็จะวางแผน ก็อยากให้เป็นไปในทิศทางนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ชี้แจงว่าเนื่องจากขาด ความเชี่ยวชาญในการจัดทำแบบจำลอง ก็จะนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงโดยทำการ ปรับเทียบ แล้วก็พัฒนาแบบจำลองให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ดีแล้วก็ประเทศ ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น

ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของหลักเกณฑ์การจัดสรร แล้วก็การใช้จ่ายงบประมาณ ในสภาพปัญหาหลักก็คือยังขาดการกระจายอำนาจและเม็ดเงินสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง เนื่องจากการใช้อำนาจอะไรต่าง ๆ ยังผ่านส่วนกลางอยู่มาก อาจจะเป็นส่วนภูมิภาคอะไรต่าง ๆ ขั้นตอนการจัดทำงบประมาณของภาครัฐก็ยังมีกรอบระยะเวลาที่ตึงตัว ต้องวางแผนล่วงหน้านาน แล้วก็แนวทางการดำเนินงานการจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบันก็ยังขาดความเป็นธรรม แล้วก็ โปร่งใสพอสมควรอย่างที่เราได้ยินข่าว ยังต้องมีเกณฑ์ที่ชัดเจนขึ้นในการกำหนดแหล่งงบประมาณ แล้วก็ผู้รับผิดชอบโครงการ ส่วนการวางแผนโครงการแล้วก็การของบประมาณในการลงทุน ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ก็ยังขาดการจัดลำดับความสำคัญที่ชัดเจน ต้องคำนึงถึงประโยชน์ในภาพรวมของประเทศให้มากขึ้น ในส่วนของแนวทางการแก้ไข ทางกรรมาธิการก็เห็นว่าควรจะลดอำนาจส่วนกลาง แล้วก็กระจายอำนาจและเม็ดเงิน สู่ท้องถิ่นอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น การจัดซื้อจัดจ้างก็ควรจะมีเกณฑ์การคัดเลือกเอกชน อย่างเป็นธรรม มีการพัฒนาระบบ e-Bidding ไปถึงขั้นที่ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบ ได้มากขึ้น แล้วก็ควรจะให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ ไม่อย่างนั้น มันจะมีภาระผูกพันจากปีงบประมาณก่อนหน้ามาถึงปัจจุบัน ก็ทำให้รัฐบาลใหม่สามารถ บริหารจัดการได้ยากยิ่งขึ้น ในส่วนของการดำเนินงานของหน่วยงานก็ได้มาชี้แจงแล้วก็จะ พิจารณาความคุ้มค่าโครงการ รูปแบบแหล่งเงินเพื่อจัดสรรงบประมาณ แล้วก็จัดลำดับ ความสำคัญของโครงการ อันนี้ก็เห็นตรงกันว่าควรจะมีทิศทางนั้นมากขึ้น แล้วก็ควรจะมี ทิศทางในการกระจายอำนาจ แล้วก็ภารกิจต่าง ๆ ให้ท้องถิ่นที่มากยิ่งขึ้น

ในส่วนสุดท้ายในเรื่องของการพัฒนาโครงข่ายถนน ถึงแม้ว่าเราจะให้ ความสำคัญกับทางรางมากขึ้น แต่ถนนก็ยังมีความสำคัญอยู่พอสมควร แต่ว่าการจัด งบประมาณมันจะต้อง Balance ให้ดี ในถนนยังมีปัญหาในเรื่องของการจัดลำดับชั้น หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Road Hierarchy ที่ยังไม่มีความชัดเจนทั้งในแง่ของนิยาม แล้วก็ บทบาทหน้าที่ของรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่น ประเทศไทยก็เลยมีการพัฒนาเมืองตาม ถนนสายหลัก อันนี้ซึ่งก็เป็นปัญหาสืบเนื่องมาจากในอดีต เนื่องจากเราขาดในเรื่องของ การจัดลำดับชั้นที่ยังไม่ชัดเจน เราเลยไม่ค่อยเกิดสภาพเมือง แต่ว่าเมืองก็จะโตไปตาม แนวถนน ควรจะมีมาตรฐานในการพัฒนาถนนแล้วก็การซ่อมบำรุงที่ชัดเจน ปัจจุบันนี้ถ้าไป ตรวจสอบกันในส่วนของ Motorway นี้ค่อนข้างชัดเจน แต่ว่าถนนสายอื่นบางทีเป็นชนบทบ้าง บางที อบจ. บ้าง ดูแลโดยท้องถิ่นอะไร ยังขาดนะครับ แล้วก็ยังบอกได้ไม่ค่อยชัดว่าเส้นนี้เป็น Hierarchy ประเภทไหน ก็จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข กันนะครับ แนวทางการแก้ไขก็คือควรจะกำหนดลำดับชั้นให้ชัดเจน แล้วก็สอดคล้องกัน ในแต่ละหน่วยงานนะครับ แล้วก็ให้ความสำคัญกับสร้างถนนตามแนวผังเมือง พัฒนาเมือง ในเชิงพื้นที่ ควรจะมีการกำหนดมาตรฐานการพัฒนา การซ่อมบำรุง รวมถึงมาตรฐาน ความปลอดภัยในถนนทุกลำดับชั้นนะครับ ซึ่งการดำเนินงานของหน่วยงานนี้ทางกรมทางหลวง แล้วก็กรมทางหลวงชนบทก็อยู่ในระหว่างดำเนินงานร่วมกันนะครับ เพื่อจัดทำลำดับชั้น ของถนนให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน บนกรอบโครงสร้างอำนาจในปัจจุบันนะครับ อันนั้น เป็นส่วนที่ได้นำเสนอไปนะครับ ส่วนในรายงานก็คือจะแบ่งเป็น ๕ บท อย่างที่เสนอใน รายงานนะครับ บทข้อสังเกตก็คือจะอยู่ในหน้าที่ ๑๒๑ บทสรุปอยู่ในหน้าที่ ๑๑๖ มีบทนำ มีการรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงตามกรอบการศึกษา แล้วก็มีผลการศึกษาในด้านต่าง ๆ ก็เรียนเพื่อนสมาชิกเพื่อที่จะได้ไปอ่านได้สะดวกยิ่งขึ้นนะครับ

สุดท้ายนะครับ ในนามของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตาม การบริหารงบประมาณก็หวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการ จัดทำและติดตามการใช้จ่ายของงบประมาณโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ให้มี ความคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน แล้วก็โปร่งใส เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในการ ใช้งบประมาณของประเทศต่อไป ขอบคุณครับ